หลักการวิทยาศาสตร์ของความสำเร็จเครื่องกรองน้ำ “น้ำใจปีบทอง”
(หมายเหตุ..โพสต์นี้เป็นโพสต์ขยายความสองโพสต์ก่อน ซึ่งมีรายละเอียดของการสร้างเครื่องกรองน้ำอยู่ด้วย)
จากการที่คณาจารย์มทส. ได้ผนึกความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์และจุลชีวิทยาทำการคิดค้น สร้าง ทดลอง เครื่องกรองน้ำเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์จากภัยน้ำท่วมต่อประชาชนไทยที่ขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคนั้น คณาจารย์ผู้คิดค้นอุปกรณ์ได้เปิดเผยว่าที่ผ่านมากว่าหนึ่งร้อยปี นักวิชาการทางซีกโลกตะวันตกได้คิดค้น วิจัย พัฒนาเครื่องกรองแบบทรายช้า (slow sand filter) มาเป็นลำดับ จนได้รับการยอมรับจากองค์กรอนามัยโลกว่าสามารถกรองเชื้อจุลินทรีย์ได้ถึงระดับ 95-99%
ประเทศอังกฤษให้การยอมรับวิธีการกรองดังกล่าว จนนำสู่การปฏิบัติในการกรองขนาดใหญ่ในระดับเทศบาลนครเพื่อประชาชนทั่วไป
แต่เครื่องกรองดังกล่าวยังมีจุดอ่อนตรงที่ต้องการเวลาในการเริ่มต้นทำงานถึงประมาณ 20 วัน เพื่อให้กระบวนการจุลินทรีย์ได้พัฒนาความเข้มข้นสู่ระดับปฏิบัติงานได้ ซึ่งเวลาอันยาวนานเช่นนั้นอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ในกรณีน้ำท่วมเฉียบพลัน ดังนั้น คณาจารย์ มทส. จึงได้คิดค้นนวัตกรรมการกรองน้ำแบบใหม่ที่สามารถทำงานได้ทันทีภายในสามชั่วโมงที่เริ่มปฏิบัติการเท่านั้น (ไม่ต้องรอถึง 20 วัน)
ในขณะที่ระบบกรองทรายช้าแบบดั้งเดิมเป็นการกรองผ่านชั้นทรายที่หนามาก (ประมาณ 1-2 เมตร) ในท่อขนาดใหญ่ที่เป็นท่อตรงในแนวดิ่ง แต่คณาจารย์มทส. ได้ดัดแปลงให้เป็นท่องอพีวีซีขนาดเล็กรูปตัวยู ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้การไหลมีการไหลย้อนทาง ทั้งจากด้านบนสู่ล่าง และด้านล่างสู่บน
การเพิ่มเติมการไหลจากด้านล่างสู่ด้านบนนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการไหลที่ “ย้อนแรงโน้มถ่วง” ซึ่งทำให้ตะกอนและจุลินทรีย์ที่หนักกว่าน้ำสามารถตกตะกอนลงด้านล่างได้ ทำให้ได้น้ำที่สะอาดกว่าการไหลจากบนลงล่างแต่เพียงอย่างเดียว (ซึ่งเป็นวิธีการในระบบดั้งเดิม) อีกทั้งตะกอนและจุลินทรีย์ที่มีน้ำหนักเท่ากับหรือเบากว่าน้ำก็จะไหลย้อนขึ้นผ่านชั้นทรายได้ยากกว่าเดิมเพราะถูกต้านทางทั้งจากแรงโน้มถ่วงและชั้นทรายละเอียด จึงทำให้เกิดการกรองที่สะอาดกว่าเดิม และเร็วกว่าเดิม ถือว่าเป็นการใช้กระบวนการทางกายภาพเสริมกระบวนการทางชีวภาพ
จากผลการทดสอบด้านจุลชีววิทยา นักวิชาการมทส.พบว่า เครื่องกรองนี้สามารถกรองเชื้อจุลินทรีย์ออกจากน้ำดิบได้ถึง 99% จากการเริ่มต้นทำงานได้เพียงประมาณ 3 ชม. เท่านั้น กล่าวคือ สามารถลดเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำดิบที่มีปริมาณเชื้อ 1 ล้านโคโลนีต่อมิลลิลิตร (คลม.) เหลือเพียง 1 หมื่น คลม. เท่านั้น
อนึ่งหากมีการเติมสารคลอรีนในน้ำดิบในปริมาณที่เหมาะสมก่อนกรอง (ประมาณ 50 ส่วนในล้านส่วน) ก็จะยิ่งได้น้ำที่สะอาด ปราศจากจุลินทรีย์และกลิ่นคลอรีนทั้งหมด ทั้งนี้เพราะระบบยังมีการกรองด้วยถ่านอีกด้วย
คณาจารย์ผู้คิดค้นทดลองเครื่องกรองน้ำดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า เครื่องกรองน้ำนี้แม้จะดูเหมือนว่าเป็นเครื่องที่ใช้วัสดุพื้นบ้าน และทำได้ง่ายๆ แต่ความจริงแล้วมีหลักวิชาการที่ลึกซึ้งมาก นับเป็นการทำของยากให้เป็นของง่าย (ซึ่งเป็นการทำที่ยากที่สุด)
คณาจารย์ผู้คิดค้นทดลองตั้งความหวังว่าเครื่องกรองน้ำนี้จะได้รับการขยายผลไปสู่การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วประเทศและทั่วโลกที่ขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคต่อไป
ดีค่ะ
หลักการคือใช้ทรายกรองน้ำอย่างเดียวใช่มั๊ยคะ
ดิฉันพยายามนึกภาพตามไปด้วย แต่ยังนึกไม่ค่อยออก
โปรดดูโพสต์ก่อนหน้านี้สองโพสต์ครับ มีรูปประกอบด้วย
ขอบคุณค่ะอาจารย์ จะได้นำไปลองทำค่ะ
เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากเลย (คิดเก่งจัง:)
ผมมานั่งคิดต่อว่า เอ..ทำไมมันทำทานได้ดีและเร็วเช่นนี้ ของฝรั่งเขาใช้เวลา 20 วัน ของเราแค่ 3 ชม. ได้คำตอบว่าน่าจะเป็นสามอย่างคือ อย่างแรกจุลินทรีย์ที่เบาก่วาน้ำจะลอยขึ้นในขาลงของน้ำ ส่วนจุลินทรีย์ที่หนักกว่าน้ำจะจมลงในขาลอยขึ้น สำหรับจุลินทรีย์ที่หนักเท่าๆกับน้ำก็จะแขวนลอยแล้วไปเกาะเกี่ยวกับเม็ดทรายนั่นเอง
เชื่อด้วยว่านานวันไป ระบบจะยิ่งทำงานได้ดีขึ้น เมื่อระบบ slow sand ดั้งเดิมเข้ามาร่วมทำงานด้วย กล่าวคือ จุลินทรีย์ที่ผิวหน้าด้านบนพัฒนาขึ้นเป็นเจลคอยดักจับจุลินทรีย์ตัวร้ายๆ อื่นๆ กิน