ว่าด้วย Appreciative Inquiry ตอนที่ 400

วันนี้เป็นวันที่ผมดีใจมากๆ..มากที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต คือได้ทำตามความฝัน..ผมฝันว่าผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับ Appreciative Inquiry ให้ได้ปีละ 100 บทความ..ตามจำนวนปีของการตั้งชุมชน Thailand Appreciative Inquiry Network (AI Thailand) ปีนี้เราเติบโตมาเป็นปีที่ 4 แล้วครับ..ตอนนี้ฝันเป็นจริงแล้ว ได้ 400 บทความ..ตอ่เลย..ช่วงนี้น้ำท่วม กอปรกับเริ่มมีผู้สนใจ AI ทั้งที่เป็นนักศึกษาที่สนใจทำวิทยานิพนธ์และผู้สนใจทั่วไป..เริ่มเข้ามาในเครือข่ายอีกกลุ่มใหญ่ เลยขอถือโอกาสทบทวนสิ่งที่จะเป็นพื้นฐานของผู้สนใจ AI ซึ่งคือจิตวิทยาบวก (Positive Psychology) ครับ พูดมาสามตอน

....

ตอนนี้จะกลับไปกล่าวถึงทฤษฎี The Flow จากหนังสือ The Flow: The Psychology of Optimal Experience ผมซื้อหนังสือนี้ครั้งแรกสมัยเรียกป.โท อยู่อเมริกา. เล่มนี้ถือเป็นหนังสือเกี่ยวกับ Positive Psychology เล่มแรกที่ผมซื้อมาครับ..อ่านแล้วอ่านอีก..ชอบมาก..จนถึงกับเริ่มตามเก็บสะสมหนังสือในสาขานี้..แล้วเริ่มเอามาใช้พัฒนาเป็นการสอนในวิชา Creativity ก่อนผมรู้จัก AI..พอมาเรียนป.เอก ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ AI ปรากฏว่า .AI นี่มีพื้นฐานจาก Positive Psyhcology ทั้งนั้นครับ..ผมเลยมีความสุขมากๆ  

...

ครับหนังสือนี่้กล่าวถึงการศึกษาปรากฏการณ์ของมนุษย์..ในแง่คุณภาพของชีวิตครับ..ไปเจอง่ายๆครับ..คุณภาพชีวิตของมนุษย์ขึ้นกับปัจจัยสองประการคือ..ความท้าทาย (Challenge) กับทักษะ (Skill)..

...

ถ้าความท้าทายสูง แต่ทักษะไม่ทันนี่ก็จะเกิดภาวะกดดัน กังวล..ถึงขั้นยอมแพ้ไปก็มี..เช่น คนขายประกันภัยครับ..แรกๆ ขายไม่เป็น เขาก็ให้ไปลองขายญาติๆก่อน..พอประสบความสำเร็จก็ค่อยขยายกลุ่มที่เราคุ้นเคยน้อยไปเรื่อยๆ..ตลอดเวลาก็ต้องมีการอบรม ให้กำลังใจ เชิญคนที่ขายเก่งมาเล่าให้ฟังทุกสัปดาห์ จริงไหมครับ..ถ้าปล่อยให้ไปขายโดยไม่มีตัวช่วย รับรองเหลือนักขายน้อยแน่ๆ..

พูดง่ายๆ..ถ้าเจอภาวะการณ์แบบนี้ สิ่งที่คุณต้องทำคือ..ต้องหั่นเป้าหมาย (ที่ท้าทายเกินไป) เป็นเป้าหมายระยะสั้น..ในขณะเดียวกัน..ต้องเพิ่มทักษะ และกำลังใจเป็นระยะ

 

...

ในด้านตรงข้าม..ถ้าเกิดความท้าทายไม่สูง แต่ทักษะเราเกิดสูงนี่ก็ยุ่งครับ..ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข..ก็จะเกิดภาวะเบื่อหน่ายครับ..จินตาการสิครับ..คุณเป็นหมอเรียนหมอโรงหัวใจมา เรียนแทบตาย..แต่ไม่ได้รักษาโรคหัวใจสักที เพราะไปอยู่โรงพยาบาลที่ไม่มีเครืองมือ (สมมติครับ) คุณอาจสติิแตกได้ง่ายๆ..

เจอแบบนี้เมื่อไหร่ คุณต้องหาเรื่องท้าทายทำครับ..ไม่งั้นคุณอาจหมดไฟ ถ้าเกิดกับลูกน้อยก็จะไม่อยู่นานแน่ครับ..

...

ที่สมดุลย์ที่สุดคือภาวะที่ในภาษาไทยเรียกว่า "ภาวะไหลลื่น (Flow)" เป็นภาวะที่งานนั้นความท้าทายก็สูง แต่ในขณะเดียวกันทักษะของเราก็สูงด้วย..เมื่อเจอภาวะนี้..เราจะทำงานอย่างเพลิดเพลิน ลืมวันเวลาไปเลย..เรียกว่ามันไหลลื่น..เขาเลยเรียกว่า "The Flow" ไงครับ..

..

ตอนนี้น้ำท่วมครับ..แต่ยังไงเราก็จะกลับไปทำงานต่อไป..ลองสำรวจตัวเองนะครับ..งานประจำ..ครอบครัว..งานอดิเรกของเรา..ความสัมพันธ์..ทุกด้านครับ..เราอยู่แกนไหน..ถ้ากังวล..แสดงว่าเราต้องปรับเป้าหมายใหม่ เพิ่มทักษะ..ถ้าเบื่อ..ก็หาอะไรท้าทายทำ..สุดท้ายบางอย่างถ้ามันท้าทาย แต่เราทำได้..เพลิน..เอาเลยครับ..ต่อยอดไปเรื่อยๆ...ครับ..

..

เช่นสุภาพบุรุษท่านหนึ่งชอบเล่น และสร้างเครื่องบินบังคับ..เขาก็สร้างเองเล่นเองครับ..มีความสุข..ต่อมาเพื่อนก็ขอให้ช่วยสร้างให้..แล้วก็เริ่มขยายวงไปเรื่อยๆ..จนเดี๋ยวนี้ สร้างโรงงาน..ตอนนี้ส่งออกแล้วครับ..

 

Steve Jobs เจ้าพ่อ Apple นั่นก็เป็นตัวอย่างของคนที่ค้นพบ Flow ครับ..ไปเรื่อยๆ เลยครับ..สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกได้

...

ภาวะ Flow นี้ส่วนตัวผมว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากอิทธิบาทสี่ คือ เรามีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ครับ...

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร