ข้อดีของน้ำท่วม
ข้อดีของน้ำท่วม มีด้วยหรือ
อ่านพบข้อเขียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนในเฟซบุ๊ค ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน เป็นคนใกล้ตัวเราเอง อย่ากระนั้นเลย ฉกมาไว้ในบันทึกเราดีกว่า
เขาเขียนไว้อย่างนี้ค่ะ
นอกจากสิ่งที่เราบ่น และก่นด่ารัฐบาล หรือ ศปภ. ต่าง ๆ นา ๆ
ผมในฐานะที่ไม่ใช่พลพรรคเสื้อแดง หรือท่านนายกรัฐมนตรีนารีขี่ม้าขาว จึงไม่ขอ
กล่าวถึงเรื่องไม่ดีไม่งามของท่านๆทั้งหลาย
สิ่งดี ๆ ที่ผมพบในช่วงน้ำท่วมมีมากมาย
เรื่องแรกก็คือ ผมมีโอกาสได้ใช้เวลากับลูกชายที่ได้หยุดจากภาวะน้ำท่วมมากขึ้น
ได้ใช้เวลาปรับพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ให้ลูก อย่างน้อยได้พูดคุย สอบถาม สอน
การแก้สมการให้ดู ถ่ายทอดเทคนิค ดูวิธีการคิดทางคณิตศาสตร์ของลูก
น่าจะทำให้เจ้าลูกชายปรับหรือเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ค่อยชอบวิชาคณิตศาสตร์ ให้
สนใจได้มากขึ้น จากการสังเกตว่าลูกสนุกกับวิชานี้มากขึ้น
คณิตศาสตร์ จริง ๆ แล้ว ง่ายนิดเดียว แต่ยากเยอะ(ไม่ฮา)
ทัศนคติต่อคณิตศาสตร์ ควรจะเป็นการพิสูจน์ความจริงด้วยตรรก
การเปลี่ยนแปลงกรอบมุมมองในวิธีคิดต่อโจทย์ปัญหา และเคล็ดลับในการ
แก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้น่าจะช่วยปรับทัศนคติของเจ้าลูกชายได้บ้าง
สิ่งที่พบในช่วงน้ำท่วมประการอื่น
ผมเฝ้ามองรถที่ขึ้นมาจอดบนทางด่วนมากมาย ทำให้ได้คิดว่า
เมื่อถึงภาวะคับขัน ทรัพย์สินทุกอย่างที่เราหามา แทบไม่มีค่าเมื่อเทียบกับการดำรง
ชีวิตให้ได้ของเราแต่ละคน
ทำไมเราถึงกังวลและเครียดกันมากมาย ทำงานมาก ๆ เพื่อหาซื้อ สินทรัพย์
ซึ่งในที่สุดแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของนอกกาย ถ้าเราไม่ตายไปก่อน เราก็คง
สร้างมันขึ้นมาใหม่ได้
ชีวิตของเราแต่ละครอบครัว รวมทั้งความสุข จะต้องยังคงดำรงอยู่
ใครมีปัญหาก็คงต้องแก้กันไป
คงไม่มีใครบอกตัวเองว่ามีความสุขกับน้ำท่วม หรือไม่กังวลกับน้ำรอบ ๆ บริเวณบ้าน
ขึ้นอยู่กับว่าเราวาง ความกังวล ที่ว่าไว้ตรงไหน หรือปล่อยวางได้หรือไม่
สิ่งดี ๆ ที่ผมได้พบอีกอย่างหนึ่งคือ
พบว่าเรายอมรับกับชีวิตแบบนี้ แบกรับความทุกข์ได้
หลายครอบครัวของ ญาติพี่น้อง เพื่อน ๆ และผมเอง หลาย ๆ คนมีความทุกข์และ
ประสบกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต ส่วนใหญ่ปรับชีวิต พยายามปรับให้อยู่
ได้กับภาวะน้ำท่วม และกล้าที่จะพูดว่าเมื่อน้ำลดลงไป
เราจะเริ่มชีวิตใหม่
ขอให้มีใจที่เข้มแข็ง แกร่งและ อดทน
ซื้อข้าวของ รถยนต์ สะสมทรัพย์สินให้น้อยลง เฉพาะที่จำเป็นต่อชีวิต
ผมรู้สึกดีขึ้นกับความรู้สึกเหล่านี้ วันละนิด
ข้อสุดท้ายที่คิดออกในตอนนี้
คือน้ำ หรือน้องน้ำ น่าจะได้ชำระสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไปจากจิตใจของคนเรา
ให้เราหลาย ๆ คนหัดปล่อยวาง วางสิ่งของ วางความเครียดที่พบปัญหา มองโลกว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เรา แต่ละคน ช่วยกันคิด ช่วยกันทนุถนอมโลก ดูแลธรรมชาติ
เมื่อใดที่น้ำลดลง ขอให้เราเริ่มชีวิตใหม่ ด้วยความหวัง ด้วยใจที่แกร่ง มองโลกอย่างที่เป็นจริง มีความสามัคคี และร่วมกันสร้างบ้านแปงเมือง
สร้างบ้านแปงเมือง ผมชอบคำนี้จังครับ
คัดลอกมาไว้ในบันทึกก็เพราะชอบคำนี้(ด้วยคน)
ไม่ได้ข่าวจากคุณหมอมานาน น้ำท่วมบ้านหรือเปล่าครับ
ชีวิตเหมือนเกลื่อนดาวในราวฟ้า
ลอยเวหากลางหาวคราวมองเห็น
มีเบื้องหลังความเงียบอันเยียบเย็น
บางดาวเร้นหลีกหายลับสายตา
เห็นด้วยนะคะ
สร้างจิตปล่อยใจวาง
สร้างกายแข็งแรงนาน
สร้างบ้านแปงเมืองใหม่
เห็นด้วยกับเนื้อหาใน fb
สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจจริงๆค่ะ
เห็นด้วยกับข้อความค่ะ
หากเรารู้จักปล่อยวางบ้าง ความทุกข์ก้คงจะไม่มี
ชื่นชมที่ในช่วงน้ำท่วม คุณพ่อน่ารักมาก นำเวลาให้กับครอบครัว โดยเฉพาะการปรับแนวคิด
เชื่อว่าเป็นการลงทุนเวลา ที่คุ้มค่าคะ
ได้มุมมองว่า..เอาเข้าจริงแล้ว วัตถุทรัพย์สิน เทียบค่ากับสายใยความผูกพันธ์ระหว่างมนุษย์ไม่ได้เลย
เหตุการณ์น้ำท่วม ภัยพิบัติกับมนุษย์
ทำให้นึกถึง Holocaust museum แสดงการกักกันชาวยิวสมัยสงครามโลก
ชาวยิวที่รอดจากเหตุการณ์นั้น ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าติดตัว
แต่เหตุการณ์ผ่านไป ก็สร้างเนื้อสร้างตัวได้
แต่สิ่งที่ไม่สามารถเรียกคืน และ เป็นต้นกำเนิดของ Holocaust museum (องค์กรไม่แสวงกำไร เปิดให้เข้าฟรี)
ก็คือ..คนในครอบครัว
.
.
ขอบคุณมากคะ บันทึกนี้รู้สึกกระทบเข้าไปในใจ ลึกๆๆ
ขอบคุณคุณคนบ้านไกลค่ะ ที่ส่งลิ้งค์วัดไทยและอื่น ๆ ที่น่าสนใจให้ค่ะ มาต่างแดนในวัยนี้ รู้สึกแกว่ง ๆ นิดหน่อยค่ะ จะค่อย ๆ ปรับตัวและจิตใจค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ ดีใจที่คุณหมอยังจำครูอรวรรณได้
และแวะเข้าไปเยี่ยมเป็นคนแรก ดีใจมากๆ ค่ะ