ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บน้ำยางไปขาย

  เมื่อวานนี้จู่ๆก็ได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยมา เอ๊ะกลิ่นอะไรหรือ

สักพักกลิ่นก็หายไป  สอบถามได้ความว่ารถบรรทุกน้ำยางพารา

เพิ่งจะผ่านไป เขาจะนำน้ำยางพาราไปขาย ก็เลยมีกลิ่นโชยมา

เมื่อรถผ่านมาทางหน้าโรงพยาบาล

    น้องเขาเล่าให้ฟังว่าที่เหม็นนี่เพราะมันมีน้ำมาก ผิดกับชนิด

ที่ทำเป็นแผ่น แต่ยุ่งยากหลายขั้นตอนเขาจึงไม่ทำแผ่นแต่จะขาย

เป็นน้ำยางไปเลยพอบรรทุกผ่านมาก็เลยเหม็น  น้องเล่าให้ฟังอีกว่า

ในการจ้างกรีดยางนั้นทุกวันนี้เขาจะแบ่งผลผลิตที่ได้ให้เจ้าของสวน ร้อยละ๖๐ ผู้กรีดร้อยละ๔๐ ซึ่งหากใครกรีดยางเป็นก็ไม่จำเป็นต้องปลูกเองก็ได้

 

   ว่าถึงยางพาราตอนนี้กำลังราคาแพงทั้งน้ำยางและต้นพันธุ์

และมีการส่งเสริมให้ปลูก ผู้เขียนนึกเป็นห่วงอยู่ในใจ เกรงว่า

ต่อไปจะถูกกดราคาเหลือเกิน เพราะมีการปลูกมาก ที่ผ่านมา

ผลผลิตทางการเกษตร  ถ้ามีมากไม่เคยเลยที่ จะราคาดี

ไม่ว่าจะเป็น  มันสำปะหลัง กระเทียม ข้าว ผู้เขียนเลยไม่ปลูก

แต่คุณพ่ออยากให้ปลูกทั้งที่ไม่ค่อยจะได้ไปดูแลสวนซักเท่าไหร่

เลย ตอนเกษตรสำรวจก็เลยบอกเขาว่าจะปลูกสัก๒ไร่ แต่ก็ยังไม่

ได้ปลูกดอกค่ะ ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะดูแลได้ไหม ข้าวยังได้จ้าง

ดำ จ้างเกี่ยวเลย การทำเกษตรนี่หากไม่ทำครบวงจรนี่เรามักจะ

เสียเปรียบ อย่างทำนาขายข้าวก็ไม่คุ้มหรอกค่ะ เพราัะโรงสี

กำหนดราคาตามตลาดเขาไม่ได้คิดราคาตามต้นทุนของเรา

ปลูกยางนี่ก็เหมือนกันพันธุ์ก็แพง ปุ๋ยก็แพง ค่าแรงก็แพง ไม่รู้จะ

เหลือซักกี่บาทอาจขาดทุุนก็ไม่รู้

   ท่านมีความเห็นเป็นอย่างไรบ้างคะ