ยามเช้าวันนี้ตื่นนอนตอนตีห้า มีเวลาหาอาหารให้ร่างกายคือการออกไปวิ่งตามปกติ
วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่มีห้องน้ำเทวดารั่ว ถนนที่เป็นลู่วิ่งเปียกคือฝนตกลงมานั้นเองละ เราอยู่ใต้ฟ้า ธรรมชาติมีอำนาจเหนือคนเรา เราต้องหาทางอยู่ร่วมกับธรรมชาติไม่ใช่ไปทำลายธรรมชาติ
ใช่แล้ว เราวิ่งใต้ตึกดีกว่ายาว 400 เมตรอยู่นะ...อิ อิ อิ
ขณะวิ่งไปใต้ตึกนั้น พลัน...ใครวะมาวิ่งแถวนี้...จิ๊ด ๆ ๆ เจ้าหนูนั่นเอง มันตกใจ มันจะหลับจะนอน มาวิ่งอยู่ได้ เอ้อ...คนอะไรวะ...อิ อิ อิ
ขออภัย นะ เพราะเส้นทางวิ่งมันเปียกและฝนกำลังตกด้วยละ...
เดี๋ยวก็ไปแล้ว...ไปทำหน้าที่สอนหนังสือนะ...ขอทำโครงสร้างการบรรยายก่อนนะว่า...จะขึ้นมาบันทึกไหมละนี่...ทดลอง ๆ ...อิ อิ อิ แง่คิด...เรื่องทุกอย่างของเราขึ้นอยู่กับวิถีคิดของเรา...การวิ่งใต้ตึกหลบฝน แม้เจ้าหนูจะตื่นวิ่งหนีไป แต่เราได้กำไรคือเหงื่อเป็นน้ำมนต์...
เรียนท่านอาจารย์
วิ่งครั้งต่อไปคงต้องมีหนังสือแจ้งไปยังคุณหนูล่วงหน้านะคะ จะได้ไม่ตกใจค่ะ
สวัสดีครับ คุณ มนัสดา
อิ อิ อิ...เอาอย่างนั้นนะครับผม...
ในเมืองใหญ่ ๆ มักมีหนูเยอะครับ
สวัสดครับอาจารย์ ยูมิ....คิดเป็นบวก"เหงื่อคือน้ำมนต์"
คนแก่เคยสอนว่า หากเหงื่อไหลน้อย น้ำตาจะไหลมาก หากเหงื่อไหลมาก น้ำตาจะไหลน้อย..เหงื่อคือน้ำมนต์ ขอบคุณน้ำมนต์ครับอาจารย์
สวัสดีครับ คุณ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
คำคนโบราณมักกล่าวขานเป็นคติธรรมชวนคิดแล้วได้ปัญญานะครับผม
ขอบคุณครับ