ข้อเท็จจริง
สามเณรเทพสิริ เทพทองดีได้อีเมลล์มาหารืออาจารย์แหววเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๕๖ น. โดยใช้ระบบอีเมลล์อัตโนมัติของ [email protected] โดยมีใจความว่า
“----Original Message-----
From : [email protected] [mailto:[email protected]]
Sent : Monday, November 07, 2011 15:56
Subject: [gotoknow.org] You've received a contact mail (07 Nov 2011 15:55).
หัวข้อ: อยากทราบการขอมีบัตรประชาชนของชาวไทยใหญ่
---------------------------------------
สวัสดีครับผมขอเรียนถามอาจารย์หน่อยครับสำหรับชาวไทยใหญ่ที่ไม่มีบัตรประชาชนและไม่มีที่อยู่ถิ่นฐานที่แน่นอนจะทำได้ไหมและมีวิธีร้องขอมีบัตรได้อย่างไรคือ ตอนนี้มีสามเณรที่อยู่ในจังหวัดเชียงรายแล้วอยู่ที่อำเภอพานแต่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นคนไทยเลย แต่ได้บวชเรียนด้วย อายุประมาณ ๑๗ ปีแล้วอ่านเขียนไทยได้ มีคนยื่นมือเข้ามาบอกว่าสามารถทำให้ได้แต่ก็มาเรียกเก็บเงินจากเณรไปเรื่อยๆ ตอนนี้ ไม่มีวี่แววว่า จะได้เลยผมเลยอยากปรึกษาอาจารย์ อาจารย์พอมีวิธีหรือมีทางช่วยไหมครับ สุดท้ายนี้หวังว่าคงได้รับคำตอบจากอาจารย์โดยเร็วครับ โดยความเคารพอย่างสูง”
--------
คำตอบ
--------
ในประการแรก ที่บอกว่า “ผมเลยอยากปรึกษาอาจารย์อาจารย์พอมีวิธีหรือมีทางช่วยไหมครับ สุดท้ายนี้หวังว่าคงได้รับคำตอบจากอาจารย์โดยเร็วครับ” นั้น จะต้องเรียนว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยมิใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีหน้าที่รักษาการตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติไทยและบัตรประชาชน ดังนั้น จะช่วยให้สามเณรได้มาซึ่งสัญชาติไทยและบัตรประชาชนนั้น คงเป็นไปไม่ได้ จะต้องเรียนให้ทราบว่า นักวิชาการจะความช่วยเหลือที่ให้ได้ก็เพียงในเรื่องความรู้ในการจัดการสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านข้อเท็จจริงของมนุษย์แต่ละคนในสังคมไทย
ในประการที่สอง ที่บอกว่า “มีสามเณรที่อยู่ในจังหวัดเชียงรายแล้วอยู่ที่อำเภอพานแต่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นคนไทยเลย แต่ได้บวชเรียนด้วย อายุประมาณ ๑๗ ปีแล้วอ่านเขียนไทยได้” นั้น ก็อยากเรียนว่า การเป็นนักบวชในศาสนาหรือการเป็นคนที่ศึกษาในสถาบันการศึกษาไทยก็เป็นข้อเท็จจริงที่ชี้ว่าเป็นมนุษย์ที่อาจสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยได้ในวันหนึ่ง ซึ่งยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ก็ยอมรับว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจนำไปสู่สิทธิในการรับรองสถานะบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมายไทย แต่ข้อเท็จจริงที่อาจนำมาซึ่งการกำหนดสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทย ก็คือ จุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงระหว่างมนุษย์และรัฐไทย อันได้แก่ (๑) บุคคลเกิดในประเทศไทยหรือไม่ ? เมื่อไหร่ ? (๒) บิดาและมารดาของบุคคลเกิดในประเทศไทยหรือไม่ ? เมื่อไหร่ ? (๓) บุคคลอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ? ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ที่ไหน ? (๔) บุคคลได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรไทยแล้วยัง ? ที่ไหน ? เมื่อไหร่ ? (๕) บุคคลประกอบอาชีพอะไร ? ที่ไหน ? หากต้องการให้มีการวิเคราะห์สิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทย โปรดให้ข้อเท็จจริงตามคำถามข้างต้นมาให้ด้วย
ในประการที่สาม ที่บอกว่า “มีคนยื่นมือเข้ามาบอกว่าสามารถทำให้ได้แต่ก็มาเรียกเก็บเงินจากเณรไปเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่มีวี่แววว่าจะได้เลย” นั้น จะขอตอบว่า สามเณรก็ไม่ค่อยให้เงินแก่คนที่ไม่ควรให้ การสนับสนุนคนที่ทำผิดกฎหมายก็อาจนำมาซึ่งเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้อง และอาจสร้างปัญหาอื่นๆ ในอนาคต ก็ไม่ควรทำมาตั้งแต่ต้น เมื่อทำลงไปแล้ว ก็จะต้องเรียนรู้ในความผิดหวังที่เกิดขึ้น และไม่ควรทำอีก
-----------------------------------------------------