ชีวิตที่พอเพียง : 1430. ไปเยี่ยมชื่นชมชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา
โรงเรียนเพลินพัฒนาจัดกิจกรรม "ชื่นใจ...ได้เรียนรู้ (ภาคครูเพลิน) ครั้งที่ ๑" ในวันที่ ๑๗ ต.ค. ๕๔ ใช้เวลาทั้งวัน โดยมีกำหนดการดังนี้
"ชื่นใจ...ได้เรียนรู้ (ภาคครูเพลิน) ครั้งที่ ๑"
วันที่ ๑๗ ต.ค. ๕๔
ณ อาคารประถมปลาย โรงเรียนเพลินพัฒนา
กำหนดการ
๐๘.๓๐ น. ลงทะเบียนที่หน้าห้องอเนกประสงค์ ช่วงชั้น ๒
๐๘.๓๐ - ๐๘.๔๐ น. ชม MV เพลินๆ ด้วยกัน
๐๘.๔๐ - ๐๙.๐๐ น. หัวหน้าช่วงชั้นกล่าวถึง วัตถุประสงค์ของงาน
๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น. ชมนิทรรศการที่สะท้อน “ชีวิตที่เรียนรู้” ของครูและเด็ก ที่ห้องเรียนชั้น ๑ - ๒
๑๐.๐๐ - ๑๐.๑๕ น. พักรับประทานอาหารว่าง ที่โถงชั้น ๒
๑๐.๑๕ - ๑๑.๓๐ น. ชวนคิดชวนคุยในประเด็นปิ๊งๆ แยกกลุ่มย่อยตามความสนใจ ในหัวข้อ “การอ่านเด็ก” และ “ปัจจัยความสำเร็จของการสร้างกระบวนการเรียนรู้” แยกกลุ่มย่อยตามหน่วยวิชา ที่ห้องเรียนชั้น ๓
๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน ที่โถงชั้น ๑
๑๒.๓๐ - ๑๓.๔๕ น. นำเสนอการสังเคราะห์ความรู้ของแต่ละกลุ่ม ที่ห้องอเนกประสงค์ ช่วงชั้น ๒
๑๓.๔๕ - ๑๓.๕๐ น. ผ่อนคลายกายและจิต
๑๓.๕๐ - ๑๕.๐๐ น. แบ่งกลุ่มเล่าเรื่อง และกลั่นความรู้จากการปฏิบัติ “ชัดๆ กับ ๕ ขั้นตอนของ Open Approach”ที่ห้องเรียนชั้น ๓ และห้องอเนกประสงค์ ช่วงชั้น ๑
๑๕.๐๐ - ๑๕.๑๕ น. พักรับประทานอาหารว่าง ที่โถงชั้น ๒
๑๕.๑๕ - ๑๖.๑๕ น. นำเสนอการสังเคราะห์ความรู้ ๕ ขั้นตอน ที่ห้องอเนกประสงค์ ช่วงชั้น ๒
๑๖.๑๕ - ๑๗.๑๕ น. สะท้อนการเรียนรู้ และร้องเพลงร่วมกันที่ห้องอเนกประสงค์ ช่วงชั้น ๒
๑๗.๑๕ - ๑๗.๓๐ น. ตอบแบบสอบถาม
ผมไปเยี่ยมชื่นชมได้เดี๋ยวเดียว (ประมาณ ๒ ช.ม.) ในตอนบ่าย แต่ก็ได้ความประทับใจว่า นี่คือตัวอย่างของ ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ หรือ PLC ในโรงเรียนราษฎร์แห่งหนึ่ง ที่หากดำเนินการและปรับตัว ต่อเนื่อง จะทำให้ครูเก่งและมีชีวิตครูที่มีความสุขความภาคภูมิใจในการเป็นครู อย่างน่าชื่นชมยิ่ง
โดยผมตีความว่า เป็น PLC หรือ lesson study ของการจัดการเรียนรู้แบบ open approach ให้แก่ศิษย์ ซึ่งหมายความว่าครู ออกแบบการเรียนรู้ให้แก่ศิษย์เอง ไม่สอนตามตำราใดๆ (ตรงกับวิธีการของโรงเรียน ลำปลายมาศพัฒนา) โดยต้องมีตัวช่วยครู เรียกว่า lesson study หรือการเรียนรู้จากการออกแบบ lesson ให้แก่นักเรียน ซึ่งน่าจะตรงกับ PLC นั่นเอง เพื่อช่วยให้ครูเรียนรู้และพัฒนาวิธีการ ของการจัดการเรียนรู้แบบ open approach แก่ศิษย์ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่วิธีเรียนรู้แบบ open approach เป็น PBL อยู่ในตัว
สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือ ครูมีความมั่นใจตนเอง และมีความรู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าทั้งความสำเร็จ และความล้มเหลวของตนเองอย่างเปิดเผย เปิดใจ (เขาแซวกันว่า เป็นการสารภาพบาป) บรรยากาศในห้อง ประชุม และห้องย่อยแสดงว่าครูคุ้นกับการ ลปรร. แบบ KM เป็นอย่างดี ทำให้การประชุมให้ทั้งความสนุกสนาน ความภาคภูมิใจ มิตรไมตรี ความรู้ และความสุข ผมคิดว่าหากวงการศึกษายังทำให้ชีวิตครูเป็นชีวิตที่มีความสุข จากการทุ่มเทชีวิตให้แก่ศิษย์ไม่ได้ แสดงว่าระบบการศึกษาของประเทศยังล้มเหลว
ช่วงที่ผมไปถึงเป็นช่วงการประชุมรวมในห้องใหญ่ นำเสนอการสังเคราะห์ความรู้ของแต่ละกลุ่ม คือรวมทุกหน่วยวิชา ผมติดใจคำพูดของครูใหม่ ที่บอกว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงเป็นการเรียนรู้ข้ามหน่วยวิชา ข้ามบริบท วิชาเป็นเพียงสาระให้ครูเดินไปกับเด็ก ให้เขาเรียนรู้และเติบโต
การออกแบบการเรียนรู้แก่ศิษย์ ที่ครูรับหน้าที่คิดเอง (ไม่สอนตามตำรา แต่ปรึกษาตำราได้) ที่เรียกว่า open approach เริ่มจากครูต้องรู้จักศิษย์ และที่สำคัญที่สุดรู้ว่าพื้นความรู้ของศิษย์มีแค่ไหน ที่ทีม รร. เพลินพัฒนาเรียกว่า met before สำหรับนำมาออกแบบการเรียนรู้ให้นักเรียนนึกออกว่าเกี่ยวข้องกับความรู้อะไร ที่ตนรู้แล้ว (met before) และท้าทายให้คิดหรือค้นต่อว่าจะแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์ที่ครูให้ (lesson) อย่างไร
ครูปาดบอกว่า ต้องคิดโจทย์ที่ง่ายพอที่จะให้นักเรียนรู้ว่ามันต่อยอดจากเรื่องอะไร หรือความรู้อะไร ที่ตนรู้อยู่แล้ว (ช่วยให้นักเรียนเห็นความสำคัญของความรู้ที่ตนสั่งสม) และยากพอที่จะท้าทายให้นักเรียนอยาก ขบคิดค้นคว้าหรือทดลอง โดยที่นักเรียนจะได้ทำงานเป็นทีม และหัดเผชิญความล้มเหลวหรือความสำเร็จด้วย ตนเอง นี่คือหัวใจของการเรียนแบบ open approach ซึ่งก็คือรูปแบบหนึ่งของ learning by doing นั่นเอง โดยครูต้องมีทักษะในการออกแบบให้โจทย์มีทั้งส่วนที่ง่าย และส่วนที่ท้าทายอยู่ด้วยกัน นี่คือสุดยอดของศาสตร์ และศิลป์ของการเป็นครูในยุค ศตวรรษที่ ๒๑
ครูปาดไม่ได้บอกเฉยๆ ยังกระโดดให้ดูด้วย สมกับชื่อ “ปาด” จริงๆ
กลับมาที่ met before ผมคิดว่า การที่ครูเอาใจใส่ met before ของนักเรียนเป็นพิเศษ คือการใช้ การประเมินทางอ้อมนั่นเอง เป็นการประเมินแบบ formative evaluation หรือการประเมินเพื่อพัฒนา หรือเพื่อใช้ ออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้แก่ศิษย์ ผมชอบที่ครูปาดบอกว่า ครูต้องใช้การประเมินแบบนี้ทุกๆ ๗ วินาที
ผมเดาว่าคงจะมีครูบางคนที่รู้สึกเครียดกับกระบวนการนี้ จึงขอสื่อสารมายังผู้บริหารและครูของ โรงเรียนเพลินพัฒนา ว่าผมขอให้กำลังใจให้ดำเนินการเรียนรู้ของครู และการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน ในแนวนี้ต่อไป ซึ่งหมายความว่า จะมีการเรียนรู้และปรับปรุงวิธีการอยู่ตลอดเวลา ในระยะยาวนักเรียนที่จบ จากโรงเรียนนี้จะเป็นพลเมืองที่เป็นกำลังสำคัญของสังคม และโรงเรียนก็จะยิ่งมีชื่อเสียงยิ่งๆ ขึ้น โดยต้องไม่ลืม ว่าต้องทำให้ครูมีความสุขในการทำหน้าที่ครู และต้องไม่ลืม (อีกครั้ง) ว่าคนที่มาเป็นครูนั้น บางคนไม่ได้รัก อาชีพครู จึงควรช่วยให้เขาค้นพบตนเอง และไปทำงานอื่นที่ตนเองชอบและถนัด กิจกรรมในแนวทางที่ โรงเรียนเพลินพัฒนากำลังดำเนินการอยู่จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
ผมขออนุโมทนา
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ต.ค.๕๔
มาเรียนรู้ และ ชื่นชมครับท่าน
เรียน อาจารย์วิจารณ์ ที่เคารพ
ขอบพระคุณที่อาจารย์กรุณามาร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน และให้คำแนะนำที่มีคุณค่าแก่พวกเราผ่านทางบันทึกนี้ค่ะ
เป็นความจริงที่สุดค่ะ ที่อาจารย์กล่าวไว้ว่า "ครูต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ครู"
ด้วยความเคารพ
ครูใหม่
ผมขอชื่นชมยินดีกับโรงเรียนเพลินพัฒนาที่มีครูที่นำเอาทฤษฏีการสอนที่เน้นประสบการณ์มาใช้ควบกับทฤษฏี
การนำเอาสิ่งที่ตนพลาดมาและกล้าพูดหรือเล่าให้นักเรียนฟังเป็นสิ่งที่เปรียบเหมือนพ่อหรือแม่ที่กล้าเล่าให้ลูก(ซึ่งพ่อแม่ไทยไม่ค่อยนิยมทำกัน)ทำให้ผมคิดถึงตอนที่มีโอกาสได้ศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ได้พบกับ Professor ที่สอนในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ทำไมอายุมากๆทั้งนั้น เวลาท่านเล่านั้นเข้ามาก็พูดพล่ามถึงประสบการณ์การทำงานของตน ยกเอาผู้ที่ทั้งประสบความล้มเหลวและสำเร็จมาพูดให้ฟัง และให้กรณีศึกษามาทำวันละหลายกรณีศึกษา(ที่เป็นเรื่องจริง) ก็มาถึงบางอ้อว่าต่างประเทศถึงสอนให้นักเรียนนักศึกษาได้คิด วิเคราะห์ และทำไมคนต่างประเทศในอารยะประเทศถึงมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำ
คุณครู ทำถูกแล้วครับ นักเรียนของคุณครูโชคดีครับที่ได้คุณครูเป็นครูของเขา ขอบคุณท่านอาจารย์วิจารณ์ที่ถ่ายทอดความรู้ที่ดีๆมาให้พวกเรา ขอบคุณครับ ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่คิดและทำดี
เข้ามาอ่านช้าไป2 ปีแต่ได้รับทราบและแนวทางจานท่าน ดร. ฤทธิไกร ไชยงามและจะใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม ถึงแม้จะเห็นผลช้าก็จะค่อยๆทำค่อยๆขยับค่ะ