คำถาม
คุณริน [IP: 110.49.224.166] เข้ามาหารืออาจารย์แหววเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๖.๒๙ น. ใน http://www.gotoknow.org/ask/archanwell/13336 โดยมีใจความว่า “รบกวนถามเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวหน่อยค่ะ ถ้าเกิดว่าเคยขึ้นทะเบียนไว้แล้วแต่ทำบัตรหายหรือว่าไม่ได้ไปต่ออายุแล้วเราจะไปทำหรือว่าไปขึ้นใหม่ได้ใหม่ค่ะ แล้วตอนนี้เค้าก็มีภรรยาเป็นคนไทย คือว่าตอนนี้เค้าไม่มีใบอะไรเลยสักอย่างแต่เค้าก็อยู่เมืองไทยมานานมากแล้วเป็น ๒๐ กว่าปีแล้วค่ะ อยากทราบว่าถ้าเกิดไปทำบัตรอะไรต่างๆต้องไปทำที่ไหนค่ะ กรมจัดหางานหรือเปล่า และอยากให้โอนสัญชาติได้ด้วยค่ะช่วยตอบหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ”
--------
คำตอบ
--------
ในประการแรก ที่ถามว่า “รบกวนถามเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวหน่อยค่ะ ถ้าเกิดว่าเคยขึ้นทะเบียนไว้แล้วแต่ทำบัตรหายหรือว่าไม่ได้ไปต่ออายุแล้วเราจะไปทำหรือว่าไปขึ้นใหม่ได้ใหม่ค่ะ” ขอตอบว่า การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว จะต้องรอการประกาศให้ไปขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวโดยกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
ในประการที่สอง ที่บอกว่า “แล้วตอนนี้เค้าก็มีภรรยาเป็นคนไทย” ก็ขอให้ความเห็นว่า การมีภริยาเป็นคนสัญชาติไทยอาจทำให้มีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยตามกฎหมายคนเข้าเมือง หรือสิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ แต่การสมรสที่มีอยู่จะต้องเป็นการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ จะต้องมีการจดทะเบียนสมรส
ในประการที่สาม ที่บอกว่า “คือว่าตอนนี้เค้าไม่มีใบอะไรเลยสักอย่างแต่เค้าก็อยู่เมืองไทยมานานมากแล้วเป็น ๒๐ กว่าปีแล้วค่ะ อยากทราบว่าถ้าเกิดไปทำบัตรอะไรต่างๆต้องไปทำที่ไหนค่ะ กรมจัดหางานหรือเปล่า” ก็ขอให้ความเห็นว่า การอยู่ในประเทศไทยมากว่า ๒๐ ปี ย่อมจะนำไปสู่การมีเอกสารพิสูจน์ตนที่ออกโดยรัฐบาลไทยบางแล้ว การกล่าวอ้างลอยๆ แบบนี้ คงไม่มีใครเชื่อค่ะ การให้ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องสำคัญ โปรดพิจารณาและให้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะวิเคราะห์การแก้ไขปัญหาให้ได้ การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเกิดขึ้นมากว่า ๒๐ รอบแล้ว จึงเป็นไปได้ยากที่จะเชื่อว่า ไม่มีเอกสารใดๆ เลย จะต้องมีคำอธิบายมากกว่านี้ค่ะ ทำงานอยู่ที่ไหน ? ในสาขาวิชาชีพใด ? ถามแบบลอยๆๆ กว้างๆๆ ตอบลำบากค่ะ
ในประการที่สี่ ที่บอกว่า “และอยากให้โอนสัญชาติได้ด้วยค่ะช่วยตอบหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ” ก็ขอให้ความเห็นว่า การร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเรื่องที่ทำได้สำหรับคนต่างด้าวในสถานการณ์ทั่วไปหากมีข้อเท็จจริงครบ ๕ ประการดังนี้ (๑) มีอายุครบบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทยและกฎหมายของรัฐเจ้าของสัญชาติของผู้ร้อง (๒) มีความประพฤติดี (๓) มีอาชีพเป็นหลักฐาน (๔) มีชื่อทะเบียนบ้านตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทยอันทำให้มีภูมิลำเนาในประเทศไทยมาแล้วอย่างน้อย ๕ ปี และ (๕) มีความสามารถทางภาษาไทยในระดับพูดได้และฟังออก ในกรณีที่มีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนสัญชาติไทย ก็ต้องมีคุณสมบัติ ๓ ประการตั้งแต่ข้อ ๑ – ๓ ยกเว้นไม่ต้องมีข้อเท็จจริงตามข้อ ๔ – ๕ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ตระหนักว่า การได้สัญชาติไทยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งการอนุญาตนั้นไม่ง่ายเลย
ในประการที่ห้า อยากขอเตือนว่า ไม่ควรจะไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตซื้อบัตรประชาชนหรือเอกสารใดๆ ซึ่งจะแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและไม่ยั่งยืน และอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ยุ่งยากในอนาคต และแก้ไขได้ยาก การเข้าใจปัญหาของตนเองจากสาเหตุที่ตนเองเองมีจะง่ายและยั่งยืนกว่า
ในประการที่หกและเป็นประการสุดท้าย เพื่อที่จะทราบปัญหาของบุคคลเป็นเจ้าของปัญหา ขอโปรดตอบคำถามดังต่อไปนี้ของอาจารย์แหวว กล่าวคือ (๑) บุคคลดังกล่าวเกิดที่ไหน ? เมื่อไหร่ ? (๒) บิดาและมารดาของบุคคลดังกล่าวเกิดที่ไหน ? เมื่อไหร่ ? (๓) บุคคลดังกล่าวและครอบครัวเป็นคนชาติพันธุ์อะไร ? (๔) ในปัจจุบัน บุคคลดังกล่าวประกอบอาชีพอะไร ? อยู่ที่ไหน ? (๕) บุคคลดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไหร่ ? โดยช่องทางไหน ?
หากมีข้อเท็จจริงทั้งหมดมาแล้ว จะวิเคราะห์การแก้ไขปัญหาให้อีกครั้งหนึ่ง
-------------------------------------------------------------------
คุณรินเคยขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ก็ย่อมมีทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘/๑ อยู่ มีเลข ๑๓ หลัก ขอคัดกับทางเทศบาล/ที่ว่าการอำเภอได้ ส่วนบัตรที่หายหากเป็นใบอนุญาตทำงานก็ต้องแจ้งความเอกสารหายที่โรงพัก แล้วนำใบแจ้งความไปขอใบอนุญาตทำงานใหม่ หากเป็นท.ร.๓๘/๑ หายก็ขอคัดใหม่ตามสถานที่ที่กล่าวข้างต้น และถ้าไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ก็ต้องรอประกาศของทางการตามที่อ.แหววกล่าวมา
ประเด็นอื่น ๆ ต้องขอดูข้อเท็จจริงมากกว่านี้ เช่นกลับไปยังประเทศต้นทางได้หรือไม่ ถ้ากลับได้สามารถขอหนังสือเดินทางได้หรือไม่ ได้จดทะเบียนสมรสกับสามีหรือไม่ ถ้าจดทะเีบียนสมรสแล้ว ก็ขอวีซ่าอยู่ในประเทศไทยในฐานะครอบครัวของคนไทยได้ เป็นต้น
ขอบคุณเพ้งค่ะที่มาร่วมแบ่งปัน มารอคำตอบจากคุณรินกันค่ะ