
พยายามแก้ไขตนเอง
เมื่อเราสังเกตุดูจิตใจ ความคิดของตนเองแล้ว จะเห็นว่าจิตใจของเราคิดแต่เรื่องของคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ ว่าเขาดี เขาไม่ดี น่ารัก น่าชัง ฯลฯ คิดเรื่องคนอื่นมากกว่า 90% คิดเรื่องของตนเองน้อยกว่า 10% อยากจะให้คนอื่นละความชั่วที่ไม่ถูกใจเรา อยากจะให้คนอื่นทำความดีเพื่อให้ถูกใจเรา อยากจะให้คนอื่นทำจิตใจให้บริสุทธิ์เพื่อจะไม่กระทบเรา แต่จิตของเรากลับปล่อยให้ขุ่นมัว เศร้าหมอง เครียด ฟุ้งซ่านสนใจ เอาใจใส่ ดูตนเองเพิ่มขึ้น มากขึ้น จนดูตนเอง 90% ดูคนอี่น 10%
เราดูคนอื่นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง
เห็นตัวเองในคนอื่น และ เห็นคนอื่นในตัวเอง
เพราะไม่มากก็น้อย เราก็เหมือน ๆกับคนอื่น
เป็นการเจริญสติ สัมปชัญญะ ทำให้มีเมตตากรุณา
ตำหนิ ติเตียนคนอื่น ดูหมิ่น ดูถูกคนอื่น น้อยลง
ตำหนิติเตียนตนด้วยสติปัญญา แก้ไขพัฒนาตน มากขึ้น
ความคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขตนเองนี้ เป็นกุศลกรรม
เมื่อสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีข้อที่คิดว่าน่าจะแก้ไข
ให้ตั้งใจทุกวัน พยายามแก้ไขอยู่อย่างนั้น
ผิดพลาดไปเป็นร้อยเป็นพันครั้งก็ช่างมัน
พยายามคิดตั้งใจจะแก้ไขอยู่อย่างนั้นก็ใช้ได้.
ความโกรธ
ความโกรธเกิดขึ้นในกรณีต่างๆ ดังนี้
เขาพูดจริงโดยหวังดีต่อเรา แต่ไม่ถูกใจเราเราโกรธ
เขาพูดธรรมดา แต่ไม่ถูกใจเราเราโกรธ
เขาไม่พูด ไม่ถูกใจเราเราโกรธ
เราคิดว่าเขานินทาเรา (ที่จริงเขาไม่ได้นินทาเรา)เราโกรธ
เขาว่าเรานินทาเขา (แต่เราไม่ได้นินทาเขา)เราโกรธ
เราเข้าใจผิดว่าเขาทำผิด (ทั้งๆที่เขาทำดี)เราโกรธ
เขาเข้าใจผิดว่าเราทำผิด (ทั้งๆที่เราทำดี)เราโกรธ
เขาหน้าบึ้ง ใจไม่ดี เรารู้สึกว่าเขาไม่พอใจเราเราโกรธ
เหตุปัจจัยทางกายที่ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด ก็มี อารมณ์
โทสะครอบงำจิตใจของเรา เรารู้สึกหงุดหงิด ก็มี
อย่างไรก็ตามเมื่อเรารู้สึกหงุดหงิด เราจะรู้สึกว่าทุกสิ่ง
ทุกอย่าง ใครจะอยู่รอบตัวเรา น่าโกรธทั้งนั้น เราจะรู้สึกว่า
เขาคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ดี น่าโกรธ สมควร
โกรธ... ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า เหตุที่สมควรโกรธนั้นไม่
มี อย่าเชื่อความรู้สึก อย่าเชื่อความคิด เพราะมันไม่แน่
ความโกรธเปรียบเหมือนอาหารที่ไม่อร่อย
ความโกรธก็เช่นเดียวกัน เมื่อเขาโกรธเรา แล้วเราเฉยๆ ก็เท่ากับเขาโกรธตัวเอง หากเราโกรธตอบ ก็เหมือนกินอาหารไม่อร่อยนั้นด้วยกัน
ความมีใครนำมารให้เราแล้วเราไม่รับ ผู้ที่นำมาให้ก็จะต้องรับกลับไปเอง
เมื่อเกิดอารมณ์โกรธ โมโห การหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ จนมีสติสัมปชัญญะ มีความรู้สึกตัวทั่วถึงลมหายใจแล้ว อารมณ์โกรธก็ตั้งอยู่ไม่ได้จึงเปรียบเหมือนการที่เราไม่กินอาหารไม่อร่อยที่เขาปรุงมาให้ เขาก็ต้องยกอาหารนั้นกลับคืนไป
...เมื่อเกิดอารมณ์โกรธ โมโห การหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ จนมีสติสัมปชัญญะ...
I like to breath in and "very deeply and very slowly".
A breathe may take 5 to 7 seconds (rather than 1-2 seconds).
Angry people may breath in and out twice in 1 second.