คุณค่าของการค้นพบความรู้

คุณค่าของการค้นพบความรู้  

โดย นายไพฑูรย์   ปลอดอ่อน

ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1

ความเป็นมา

          เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2554 ระหว่างวันที่ 28 – 30 โรงเรียนวัดหนองศาลาได้จัดการสัมมนาครูก่อนปิดภาคเรียน โดยกำหนดเป้าหมายให้สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานในรอบปีการศึกษา 2553 ปรับปรุงแผน  กลยุทธ์ใหม่ ให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา พุทธศักราช 2553 พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา 2554 ให้สอดรับกับแผนกลยุทธ์ที่ปรับใหม่ ข้าพเจ้าในฐานะศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบโรงเรียนนี้ ได้รับเชิญให้ไปร่วมการสัมมนาด้วย คอยให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะแก่คณะครูในขณะดำเนินการสัมมนาปฏิบัติการ

          ในระยะเวลา 3 วัน การสัมมนาปฏิบัติการดำเนินการไปได้ด้วยดี ได้แผนกลยุทธ์ที่ทุกคนได้ร่วมกันคิดได้โครงสร้างของแผนปฏิบัติการปีการศึกษา 2554 ได้ชื่อโครงการและกิจกรรมที่ต้องดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามกลยุทธ์ที่กำหนด แต่งานการเขียนรายละเอียดของโครงการหรือกิจกรรมที่ครูแต่ละท่านได้รับมอบหมายให้จัดทำ ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องไปจัดทำต่อหลังจากการสัมมนาแล้ว จากนั้นส่งให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมจัดทำเป็นรูปเล่ม เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการสถานศึกษา และเริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคม 2554

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ข้าพเจ้าพร้อมคณะซึ่งประกอบด้วยนายนิธิ  ชำนิวณิชนันท์ และนางกรุณา  ธูปแพได้ไปนิเทศโรงเรียนวัดหนองศาลา ตามตารางการนิเทศที่กำหนด โดยประเด็นการนิเทศเรื่องหนึ่งคือ ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเรื่องของแผนและโครงการซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การเขียนองค์ประกอบของโครงการยังมีปัญหา โดยพบว่า การเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งจะส่งผลเมื่อถึงเวลาที่จะสรุปโครงการ สรุปสารสนเทศเพื่อการจัดทำรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจำปี (SAR)

ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองศาลา จึงปรึกษากับข้าพเจ้าในฐานะศึกษานิเทศก์ประจำโรงเรียนว่าควรมีการสัมมนาอีกครั้งเพื่อปรับการเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ของแต่ละโครงการให้สอดคล้องกัน โดยกำหนดดำเนินการในวันที่ 26-28 ตุลาคม 2554 ข้าพเจ้าจึงออกแบบกิจกรรม จัดทำเครื่องมือดำเนินกิจกรรม (ใบงาน) และไปดำเนินกิจกรรมตามวันเวลาที่กำหนด

วัตถุประสงค์ของการดำเนินการ

          เพื่อให้คณะครูโรงเรียนวัดหนองศาลา สามารถปรับการเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ของแต่ละโครงการที่ตนเองรับผิดชอบให้สอดคล้องกัน

เป้าหมาย

          คณะผู้บริหารและครูทุกคนของโรงเรียนวัดหนองศาลา สามารถปรับการเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ของแต่ละโครงการที่ตนเองรับผิดชอบให้สอดคล้องกันได้

กิจกรรมดำเนินงาน

          ในวันที่ 26-28 ตุลาคม 2554 ข้าพเจ้าได้ไปร่วมการประชุมสัมมนาตามที่กำหนด โดยดำเนินกิจกรรมตามลำดับต่อไปนี้

  1. ร่วมอภิปรายทบทวนเรื่องระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 8 องค์ประกอบคือ 1) การกำหนดมาตรฐาน  2) การจัดทำแผน 3) การปฏิบัติตามแผน 4) การจัดทำสารสนเทศ 5) การติดตามตรวจสอบ 6) การประเมินผลการดำเนินงาน 7) การจัดทำรายงาน 8) การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
  2. ร่วมกันตรวจสอบถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานตามองค์ประกอบของระบบประกันคุณภาพตามข้อ 1 ซึ่งได้ข้อสรุปว่าในขณะนี้ โรงเรียนดำเนินงานโครงการ กิจกรรมต่างๆแล้ว แต่ยังไม่ได้ติดตามตรวจสอบ ตามองค์ประกอบที่ 5
  3. เสนอให้คณะครูประเมินโครงการที่ตนเองรับผิดชอบและได้ดำเนินงานไปแล้วในภาคเรียนที่ 1 ที่ผ่านมาโดยใช้แบบสรุปการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการของโรงเรียน ซึ่งมีรายละเอียด หัวข้อการประเมินดังนี้

3.1 ชื่อโครงการ

3.2 ผู้รับผิดชอบ

3.4 กิจกรรมที่ดำเนินการ

3.5 ระยะเวลาที่ดำเนินการเปรียบเทียบกับนะยะเวลาที่ปฏิบัติจริง
3.6 ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ (วัตถุประสงค์และเป้าหมาย)

3.7 ผลการประเมิน ตามตัวบ่งชี้ความสำเร็จ

3.8 ตอบสนองมาตรฐาน/ตัวชี้วัด (ที่กำหนดในแผน)

3.9 ปัญหาอุปสรรค การแก้ไข

4. ให้ทำกิจกรรมโดยแบ่งกลุ่มทำงานร่วมกันตามประเภทโครงการที่มีลักษณะคล้ายกัน หลังจากให้เริ่มการดำเนินการประเมินโครงการไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มีคุณครูหลายท่านปรารภกับข้าพเจ้าว่าประเมินยาก ข้าพเจ้าจึงถือโอกาสเปิดประเด็นว่ามีคุณครูท่านใดประเมินได้ หรือไม่ได้อย่างไร จึงเกิดการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางว่าที่ประเมินยากเพราะการเขียนองค์ประกอบของโครงการยังมีปัญหา โดยพบว่า การเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งจะส่งผลเมื่อถึงเวลาที่จะสรุปโครงการจึงทำไม่ได้

5.
สร้างข้อสรุปร่วมกันว่า ก่อนจะประเมินโครงการได้ คงต้องไปทบทวนและปรับการเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ของแต่ละโครงการให้สอดคล้องกันก่อนจากนั้นจึงประเมินโครงการตามแบบ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาในวันแรกไป 1 วันครึ่ง สิ่งที่ค้นพบในช่วงเวลานี้คือพบว่าต้องให้เวลามากๆ กับกิจกรรมนี้ เพราะบางกลุ่มก็สามารถทำงานได้เร็ว บางกลุ่มก็ทำงานได้ช้า บางกลุ่มขอคำแนะนำบ่อย บางกลุ่มไม่ต้องแนะนำก็สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. ในครึ่งวันหลังของวันที่สอง มีครูหลายท่านพบว่าแม้จะสามารถประเมินโครงการได้แล้วก็ตามแต่ยังไม่มั่นใจว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละโครงการสูงเกินไปหรือไม่ ต่ำเกินไปหรือไม่ และเป้าหมายนี้จำเป็นต้องกำหนดให้มีหรือไม่ ข้าพเจ้าจึงถือโอกาสไปเชื่อมโยงกับมาตรฐานของโรงเรียนว่า หากโรงเรียนสามารถกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จในแต่ละมาตรฐานได้ ก็ให้เอาเป้าหมายตามมาตรฐานโรงเรียน มาเป็นเป้าหมายของโครงการหรือกิจกรรมได้เลย ต่อไปก็จะตอบได้เลยว่า โครงการนี้กิจกรรมนี้ตอบสนองมาตรฐานอะไร ทำสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่เมื่อมาถึงตรงนี้ก็เลยเกิดประเด็นใหม่ มาตรฐานโรงเรียนกำหนดเป้าหมายไว้อย่างไร เหมาะสมหรือยัง

7. ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนจึงขอให้คณะครูช่วยกันตรวจอบมาตรฐานโรงเรียนกันใหม่ แบ่งเป็นกลุ่มๆ ปรับปรุงให้มีเป้าหมายความสำเร็จตามตัวชี้วัด นำเสนอที่ประชุมใหญ่พิจารณา กิจกรรมนี้ต่อเนื่องไปในวันที่สามของการสัมมนา

ผลการดำเนินงาน

สรุปได้ว่า สามวันนี้ ได้ปรับการเขียนวัตถุประสงค์  เป้าหมาย กิจกรรม และการประเมินผลการดำเนินงาน ของแต่ละโครงการให้สอดคล้องกัน ยังแถมการปรับปรุงมาตรฐานโรงเรียนอีกด้วย


ปัจจัยความสำเร็จ

  1. เป็นประเด็นที่เป็นความต้องการของโรงเรียน
  2. กิจกรรมที่ใช้เป็นการส่งเสริมให้ค้นพบปัญหาด้วยตนเอง
  3. ได้แสวงหาที่มาของปัญหาด้วยตนเอง
  4. ใช้หลักการให้ค้นพบความรู้(วิธีแก้ปัญหา) ด้วยตนเอง เกิดความภูมิใจ และเต็มใจที่จะนำความรู้ที่ตนเองค้นพบไปใช้
  5. ใช้กิจกรรมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  6. ให้การเสริมแรงทางบวกด้วยการชื่นชม ให้ความจริงใจ ลงมือปฏิบัติด้วย ไม่ทิ้งห้องสัมมนา

บทเรียนที่ได้รับ

  1. การสอนแบบค้นพบ ช่วยให้ผู้เรียนภาคภูมิใจในตนเอง เห็นคุณค่าของตนเอง ภาคภูมิใจในความรู้ที่ตนเองค้นพบ เต็มใจที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ และเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น
  2. ผู้จัดการเรียนรู้ต้องศึกษาความเป็นมาของผู้เรียน ทราบความรู้เดิมของผู้เรียน รู้ปัญหาและความต้องการของผู้เรียน เตรียมกำหนดสภาพที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็นเตรียมแหล่งเรียนรู้ให้พร้อมที่จะให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้า
  3. การจัดกิจกรรมให้ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ต้องเริ่มจากสิ่งที่ผู้เรียนรู้และปฏิบัติอยู่ หาเกณฑ์ภายนอกมามาให้ผู้เรียนประเมินตนเองจากสภาพที่ตนเองเป็นอยู่กับสภาพที่ควรเป็น ผู้เรียนจะทราบว่าจะต้องปฏิบัติ หรือหาความรู้อะไรเพิ่ม 

ดาวน์โหลดบทความและเอกสารใบงานที่นี่http://www.gotoknow.org/media/files/768429