- ความผิดพลาดของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐต่างหาก ที่เป็นต้นเหตุของปรากฏการณ์ในปีนี้
- การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนผิดพลาด ทำให้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เก็บน้ำเอาไว้มากเกินไป
- ดังนั้นที่คนถามกันว่าการตัดสินใจกักเก็บน้ำในช่วงเวลานั้นจนเกือบ ล้นเขื่อน ถูกต้องหรือไม่? การจะตอบได้ต้องเห็นตัวเลขน้ำเข้า-น้ำออกด้วย
- การตัดสินใจบริหารจัดการน้ำในเขื่อนดังกล่าวอยู่บนฐานของวิชาการและข้อมูลหรือไม่?
- เขาได้ใช้ข้อมูลการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าประกอบด้วยหรือไม่? และข้อมูลดังกล่าวมีให้ใช้หรือไม่?
- ระดับน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ขึ้นเร็วน่ากลัวมาก จำเป็นต้องรีบปล่อยน้ำออก ซึ่งทางเขื่อนเขาก็ทำแล้ว
- มีการใช้ข้อมูลพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนในช่วงปลายฤดูฝนหรือครึ่งหลังของปีประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหรือไม่
- ทางสถาบันฯ ได้ให้ข้อมูลการพยากรณ์น้ำฝนไป และข้อมูลนั้นก็ได้ถูกนำไปใช้ด้วย
รายละเอียด http://www.gotoknow.org/blogs/posts/467337?refresh_cache=true
ข้อความข้างบนเป็นการถอดบทเรียนบางส่วน..ในการบริหารจัดการน้ำ
ผมคิดว่า มันยังไม่เคยเกิดในระยะสิบปีที่ผ่านมา ความตระหนักของเจ้าหน้าที่ก็พร่องไป แม้แต่เกิดขึ้นใหม่ในปีหน้า การจัดการก็ไม่น่าจะต่างจากแบบในปีนี้ เพราะทุกอย่างที่ตัดสินใจจะอยู่บนผลกระทบของประชาชน ปล่อยมากตามหลักการลงมาผลก็คือน้ำท่วม ปัญหาระยะยาวไม่เกิดขึ้นคือน้ำปริมาณมากอย่างปีนี้ไม่เกิดขึ้น(ขจัดออกไปโดย การจัดการ) แต่สังคมต้องการคนผิดคนตัดสินใจปล่อยน้ำเป็นคนสร้างปัญหาน้ำท่วม ต้องรับความผิดทั้งๆ ที่ทำถูกต้องแล้ว ผมคิดว่าปัญหาอยู่ตรงนี้ ผู้รับผิดชอบก็จะอิหลักอิเหรื่อนะครับ
หากเรามีแนวทางการทำโดยสังคม โดยประชาชนก็น่าจะดี ในวันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ก็เหมือนกันนะ การจะดำเนินการกั้นกรุงเทพชั้นในแบบมีประสิทธิภาพใช้กฏหมายบังคับเต็มที่จับ กุมคนทำผิด
ตรงนี้สามารถทำได้ แต่ใครก็ไม่อยากทำ เพราะจะกลายเป็นผู้ร้ายในละคร ...แบบนี้ต้องเปิดใจพูดกัน กล้ารับผิดชอบ ไม่เอาดีใส่ตัวอย่างเดียว ทุกคนก็เล็งเห็นนะว่าดีและก็รณรง ขอร้องให้ทำ แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือสังคมหรือประชาชนนั้นมากมาย บางคนชอบบางคนไม่ชอบ ใครตัดสินใจก็ต้องรับกรรมแน่ๆ
ฉะนั้นคนที่ต้องแก้ก็คือ สังคมและประชาชนนั่นเอง และวันนี้ก็เห็นชัดๆ ว่าคนตัดสินก็คือประชาชน ประชาชนกั้นกระสอบ ประชาชนรื้อกระสอบ คือทุกคนต้องการเสมอภาค น้ำท่วมแบบยุติธรรม
เราปกครองกันแบบประชาธิปไตยฉะนั้นวันนี้ทุกคนก็ต้องเชื่อประชาชนและประชาชน ก็เลือกแล้ว เลือกที่จะหาคนรับผิดชอบและเลือกที่จะหาคนผิด โดยตนเองเอาสะดวกเข้าว่าอย่างเดียวเลย สภาพมันก็เป็นไปในแบบที่เห็น ต่อไป
นี่เป็นมุมมองเพื่อมุ่งการมีชีวิตดีของทุกคน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาส่วนรวมนะครับ
ความผิดพลาดของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐต่างหาก ที่เป็นต้นเหตุของปรากฏการณ์ในปีนี้
จะผิดพลาดอีกครั้งตอนผลาญงบฟื้นฟู 2 ล้านล้านนะครับ
ความผิดพลาดของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐต่างหาก ที่เป็นต้นเหตุของปรากฏการณ์ในปีนี้
และจะผิดพลาดอีกทีเมื่อสร้างหนี้ให้แผ่นดิน
การสร้างกติกาที่ชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำไว้ประจำที่เขื่อนและแจ้งให้ประชาชนได้ทราบว่ากฏกติกาเป็นแบบนี้นะ ในภาวะปกติทำแบบนี้ ภาวะวิกฤติทำแบบนี้ และแจ้งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนไว้ ทราบทั้งประเทศเลย ก็น่าจะเป็นทางออก ทางรอด ที่พูดอย่างนี้ก็คือเขื่อนนี่คือต้นเหตุทั้งหมด ถัดมาจากน้ำฝนบนฟ้านะ
คนปฏิบัติทุกเขื่อนก็สบายใจ และก็รู้ชัดว่า ช่วงนี้อยู่ระยะไหนต้องแจ้งประชาชนให้รู้ตัว น้ำเองก็ปล่อยไปตามกฏกติกาแบบตามปริมาณน้ำ ตามคาดการณ์ อย่างนี้ก็ง่าย การที่จะต้องมีกระทรวงน้ำหรืออะไร ก็ไม่น่าจะต้องทำ เพราะการบริหารที่ทำแบบบูรณาการนี้ของวันนี้ดีอยู่แล้ว
ความจริงที่คนไทยหลายๆคนยังไม่รู้ บางคนไม่อยากรู้..เพราะรู้ไปก็ไม่มีปรัโยชน์..จากการฟังการสัมภาษณ์ต่างๆจากประชาชน หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คิดว่าน้ำจะมาเร็วจึงเก็บของไม่ทัน..ใจเย็นเกินไป..ผู้ใหญ่บางคนใหญ่แต่ตัวแต่สมองมีเพียงน้อยและนิด..มัวแต่อ้า..นานเกินไปเช่นอ้า..ผมยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมกทม. ต่อมาอ้า..ถ้าท่วมก็คงท่วมไม่มาก..อ้าให้เตรียมเก็บของขึ้นชั้นสองได้แล้ว อ้า..กทม.ยืนและยันว่าอ้า..เอาอยู่ครับ..อ้า..ให้อพยพด่วน...อ้า..กรมชลฯไม่ให้ความร่วมมือ..อ้า..ใครพังกระสอบทรายให้น้ำเข้า..อ้า..ไปเอาบิ๊คแบ๊คมา..อ้าน้ำท่วมถึงถนนพระรมสองแล้ว..อ้า..ตัวใครตัวมันครับ..สวัสดีครับ..ผมขอจบแบบห้วนๆก่อนเพราะจะรีบไปเอาเรือลงน้ำ..
ความจริงที่คนไทยหลายๆคนยังไม่รู้ บางคนไม่อยากรู้..เพราะรู้ไปก็ไม่มีปรัโยชน์..จากการฟังการสัมภาษณ์ต่างๆจากประชาชน หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คิดว่าน้ำจะมาเร็วจึงเก็บของไม่ทัน..ใจเย็นเกินไป..ผู้ใหญ่บางคนใหญ่แต่ตัวแต่สมองมีเพียงน้อยและนิด..มัวแต่อ้า..นานเกินไปเช่นอ้า..ผมยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมกทม. ต่อมาอ้า..ถ้าท่วมก็คงท่วมไม่มาก..อ้าให้เตรียมเก็บของขึ้นชั้นสองได้แล้ว อ้า..กทม.ยืนและยันว่าอ้า..เอาอยู่ครับ..อ้า..ให้อพยพด่วน...อ้า..กรมชลฯไม่ให้ความร่วมมือ..อ้า..ใครพังกระสอบทรายให้น้ำเข้า..อ้า..ไปเอาบิ๊คแบ๊คมา..อ้าน้ำท่วมถึงถนนพระรามสองแล้ว..อ้า..ตัวใครตัวมันครับ..สวัสดีครับ..ผมขอจบแบบห้วนๆก่อนเพราะจะรีบไปเอาเรือลงน้ำ..
ความจริงที่คนไทยหลายๆคนยังไม่รู้ บางคนไม่อยากรู้..เพราะรู้ไปก็ไม่มีปรัโยชน์..จากการฟังการสัมภาษณ์ต่างๆจากประชาชน หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คิดว่าน้ำจะมาเร็วจึงเก็บของไม่ทัน..ใจเย็นเกินไป..ผู้ใหญ่บางคนใหญ่แต่ตัวแต่สมองมีเพียงน้อยและนิด..มัวแต่อ้า..นานเกินไปเช่นอ้า..ผมยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมกทม. ต่อมาอ้า..ถ้าท่วมก็คงท่วมไม่มาก..อ้าให้เตรียมเก็บของขึ้นชั้นสองได้แล้ว อ้า..กทม.ยืนและยันว่าอ้า..เอาอยู่ครับ..อ้า..ให้อพยพด่วน...อ้า..กรมชลฯไม่ให้ความร่วมมือ..อ้า..ใครพังกระสอบทรายให้น้ำเข้า..อ้า..ไปเอาบิ๊คแบ๊คมา..อ้าน้ำท่วมถึงถนนพระรามสองแล้ว..อ้า..ตัวใครตัวมันครับ..สวัสดีครับ..ผมขอจบแบบห้วนๆก่อนเพราะจะรีบไปเอาเรือลงน้ำ..
ประเทศใดที่รัฐบาลยังบริหารงานไม่เป็นประชาธิปไตย ยังบริหารประเทศแบบอคติแบ่งพรรค แบ่งพวก ประเทศก็ไปไม่รอด
ถ้ารัฐบาล และประชาชนคนไทยรู้จักประชาธิไตยจริง การบริหารจัดการน้ำท่วมครั้งนี้คงไม่ล้มเหลวขนาดนี้ รัฐบาลควรคัดเลือกคนไทย
ที่มีความรู้ ความสามารถเรื่องน้ำมาช่วยดูแลและจัดการเรื่องน้ำให้ถูกวิธี ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนเสื้อสีใด หรือไม่มีสี ส่วนคนสวมเสื้อ
สีแดงก็ไม่ควรขับไล่คนที่เข้ามาช่วยเหลือออกไปจากพื้นที่ ไม่ว่าเขาจะสวมเสื้อสีใดเช่นกัน เพราะคนเสื้อแดงไม่มีสิทธิ์มาตัดสินแทน
คนอื่นว่า พวกเขาต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ อย่าเพียงแต่คิดถึงแต่ตัวเองขอให้คิดถึงคนอื่นบ้าง ประเทศไทยก็น่าจะเดินไปได้ดีทีเดียว
จากคนที่เคยถูกภัยธรรมชาติ ปี พ.ศ. 2505(วาตภัย) ทะเลซุง พ.ศ. 2531 นำ้ท่วมกรุงเทพฯ 2526 และน้ำท่วมฤดูร้อน 2554 ค่ะ
พูดไม่ออก บอกไม่ถูก
ถ้าท่วม...ก็ให้ท่วมเหมือนกัน
บ้านฉันเดือดร้อน บ้านเธอต้องเดือดร้อนด้วย
ความจริง.......ถ้าคนที่เดือดร้อน แล้วได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที อย่างเต็มใจ ไม่ปล่อยให้ความเคียดแค้นเข้ามาท่วมท้น
ก็คงไม่มีการทำลายคันกั้นน้ำ หรือถ้ามีก็คงรุนแรงน้อยกว่านี้