ปรับตามสถานการณ์

 

 

 

คำแนะนำสำหรับพระสงฆ์ไปสังเวชนียสถานที่อินเดีย 

ผมเคยเขียนคำแนะนำสำหรับชาวพุทธที่จะไปสักการะสังเวชนียสถานที่อินเดียและเนปาลแล้ว แต่ไม่ได้นึกถึงเรื่องของพระสงฆ์ อาจเพราะพระสงฆ์เป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องศาสนา จึงไม่ได้คิดที่จะดูในรายละเอียด แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องคิดถึงพระสงฆ์ที่ไปสังเวชนียสถานหรือไปแสวงบุญในอินเดีย จึงต้องนำมาบอกกล่าวกัน

1.ปัญหาแรกก็คือการฉัน

การเดินทางไปอินเดียจากประเทศไทยใช้เวลาเดินทางต่างกัน ถ้าไปกัลกัตตาก็ประมาณ 1 ชม.กว่า ไปมุมไบหรือเดลีก็ประมาณ 3-4 ชม. ดังนั้นวลาของเที่ยวบินจึงอาจกระทบเวลาฉันเพลของพระ ในกรณีที่ไปกับคณะลูกศิษย์ เมื่อถึงเวลาเพลก็จะมีลูกศิษย์เตรียมอาหารถวายได้ ถ้าเป็นในเครื่องบินก็ไม่มีปัญหา แต่ในกรณีที่ต้องแวะต่อเครื่องบิน ช่วงที่รอขึ้นเครื่องต่อบางทีอยู่ในช่วงเพลพอดี หลายคณะต้องใช้ที่นั่งรอสาธารณะในสนามบินเป็นที่ถวายเพลแด่พระสงฆ์ ถ้าเป็นพระสงฆ์ที่เดินทางบ่อย ก็คุ้นเคยกับการปรับตัวนี้ แต่หากเดินทางไปอินเดียเป็นครั้งแรก มักจะเห็นเป็นปัญหาได้ และหากพระสงฆ์เดินทางรูปเดียวหรือไปกับพระด้วยกันไม่มีลูกศิษย์ไปด้วย ก็ต้องหาที่ฉันเอง

ปัญหาที่ผมเคยเห็นก็คือหากเป็นพระผู้ใหญ่หรือพระสูงอายุ อาจไม่สะดวกเลยที่จะฉันในบริเวณที่นั่งรอสาธารณะในสนามบิน ก็อาจต้องทำใจว่านี่คือระหว่างการเดินทาง สามารถปรับตามสถานการณ์ต่างๆได้

2.อีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยก็คือเวลาพระสงฆ์ผ่านช่องตรวจการรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน มักจะเจอการตรวจที่เข้มงวด หลายองค์บอกว่าเข้มงวดเกินปรกติ ทำให้รู้สึกไม่ดี และโดยเฉพาะที่อินเดียซึ่งเรื่องการตรวจรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะมีการเตือนภัยเรื่องการก่อการร้ายเสมอๆ การตรวจก่อนขึ้นเครื่องจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและเจ้าหน้าที่มักจะเข้มงวดโดยเฉพาะกับคนต่างชาติหรือชาติที่ต้องระวังเป็นพิเศษ สำหรับพระสงฆ์ซึ่งมีฐานะไม่เหมือนคนธรรมดา คือแต่งกายเป็นนักบวช บางครั้งจนท.ก็ไม่มีความรู้การปฏิบัติกับพระสงฆ์เช่นพุทะศาสนิกชน การตรวจจึงมีเรื่องให้ตรวจมากกว่าปรกติ มองในแง่หนึ่ง คนไทยไม่ชอบการเสียมารยาท หากผู้นั้นมีอาวุโสหรือมีความสำคัญ เป็นที่เคารพยกย่องเช่นพระสงฆ์ผู้ใหญ่ ก็อยากจะให้ จนท.ตรวจแบบเกรงใจหรือให้เกียรติกันบ้าง แต่ จนท.เหล่านี้ก็มิได้ดีซะทุกราย ส่วนใหญ่ตรวจกันเข้มไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร แม้นักการทูตเองก็โดนตรวจไม่มียกเว้น รวมทั้ง จนท.สายการบินเองก็ต้องโดนตรวจเช่นเดียวกัน

เป็นปัญหาเรื่องจิตใจที่ บางครั้งพระผู้ใหญ่เองก็มิได้โกรธอะไรมากแต่ลูกศิษย์รอบข้างอาจไม่พอใจที่พระอาจารย์ของตนโดนตรวจแบบเข้มงวด ผมประสบเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง ทั้งโดนด้วยตัวเองก็มี ซึ่งในที่สุด ก็ต้องทำใจเพราะมองในอีกมุมหนึ่งการตรวจแบบเข้มงวดก็ทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสำหรับผู้โดยสารทุกคนด้วย

เจอปัญหาแบบนี้ จนในวันหนึ่ง ผมกลับมานั่งคิดว่าจะแก้ไขอย่างไรดี ปรากฏว่าได้ความคิดที่น่าจะเป็นทางออกและเป็นคำแนะนำที่ดีสำหรับพระสงฆ์ที่เดินทางมาอินเดีย ดังนี้

หลังจากผ่านช่องตรวจหนังสือเดินทางแล้ว ก็จะต้องผ่านช่องตรวจ รปภ. ซึ่งจะมีการตรวจสัมภาระและการตรวจร่างกายบุคคล ตรงนี้ ขอแนะนำให้พระสงฆ์ทั้งหลายเอาสิ่งของที่เป็นโลหะทั้งหมด(รวมทั้งวัตถุต่างๆ ที่คนชาติอื่นอาจไม่รู้จักหรือเข้าใจ เช่นเครื่องรางของขลังต่างๆ)ใส่ในสัมภาระและให้ผ่านช่อง scan ตรวจสัมภาระ จากนั้นเมื่อร่างกายไม่มีสิ่งของที่เป็นโลหะแล้ว การตรวจร่างกายก็จะไม่มีปัญหาใดๆ เพราะ จนท.จะใช้เครื่องมือตรวจโลหะเป็นประการแรก เมื่อไม่เจออะไร ก็จะทำให้การตรวจง่ายและเร็วขึ้น

ผมพอจะเข้าใจ จนท.ว่าเขาคงไม่มีความรู้เรื่องพุทธศาสนาและพระสงฆ์ ซึ่งต้องมีพระเครื่อง สร้อยเหล็ก วัตถุมงคลรูปแบบต่างๆ ก็ต้องสงสัยเป็นธรรมดา หากเราแยกสิ่งเหล่านี้ไว้ในสัมภาระ (เฉพาะช่วงผ่านช่องตรวจ) ก็จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น พอผ่านเข้าในในสนามบินแล้ว จะเอากลับมาใส่อีกก็ไม่มีใครว่าอะไร

คำแนะนำนี้จึงสำคัญและเป็นทางออกที่ดีและผมมั่นใจว่าจะได้ผล จะได้ทำให้พระสงฆ์และคณะลูกศิษย์ไม่ต้องมีโจกย์มาทดสอบอารมณ์ขันติบารมี

3.พระสงฆ์ที่อายุมากแล้ว หากเดินทางมาอินเดีย ควรมีประวัติการรักษาพยาบาลติดตัวมาด้วย หากเกิดเจ็บป่วยจะได้เป็นข้อมูลสำหรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

4.แม้ว่าการเดินทางมาสักการะสังเวชนียสถานที่อินเดียและเนปาลจะลำบากและมีปัญหาบ้าง แต่ผมก็สนับสนุนให้พระไทยเดินทางมาอินเดียเพราะเป็นแดนพุทธภูมิที่จำเป็นต้องมาระลึกถึงพระพุทธองค์ มาเพื่อจะเห็นสิ่งต่างๆ ที่จะทำให้เกิดปัญญาสำหรับการพัฒนาจิต และที่สำคัญจะทำให้เกิดความรู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่เราเกิดมาเป็นคนไทย และคนไทยนี้สามารถส่งเสริมความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรม และศาสนากับอินเดียเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ พระสงฆ์จะเป็นผู้ที่เข้าถึงจิตใจของคนได้เป็นด่านแรกและจะมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สอนผู้เผยแพร่พุทธศาสนาซึ่งไทยเรามีความเข้มแข็งที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

ก็หวังว่าคำแนะนำนี้จะเป็นประโยชน์กับพระคุณเจ้าและท่านเจ้าคุณ พระอาจารย์และหลวงพ่อทั้งหลายรวมทั้งคณะลูกศิษย์ที่เกี่ยวข้องทุกท่านครับ

ด้วยความปรารถนาดี