วันพฤหัสบดี ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
กราบสวัสดีค่ะครู
วันนี้วันพฤหัสบดี เป็นวันที่ใส่ผ้าไทยไปทำงานได้ตามประกาศขอความร่วมมือ ดูใจมันจะรื่นเริงระริกระรี้เป็นพิเศษ (ศีลข้อ ๓ ด่าวพร้อย) กับการตื่นมาตอนเช้าเสียบหม้อหุงข้าวไว้ แล้วก็ล้างหน้าไหว้พระ อ่านบันทึก เป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำ ทบทวนมาตรงนี้บอกตนเองว่า "ยังขาดการวิ่งออกกำลังกายนะ". เสียงย้ำเตือนกับตนเองในสิ่งที่ควรทำอันครูบ่มเพาะให้ (ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย) บันทึกที่เขียนระลึกย้อนเมืื่อตอนครูให้แนวว่า "ทุกวันหลังทำวัตรเย็น" เขียนจดหมายถึงครู ตอนเช้าเขียนเรื่องงาน ณ ทุกวันนี้บางครา จดหมายถึงครูก็มาเช้าอีกวันอย่างเช่นฉบับนี้ (ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย) วินัยยังเป็นสิ่งที่ต้องเคร่งครัดกับตนเอง เพราะนิสัยเดิมเฉื่อยเกียจคร้านกับสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่ว่าอันไหนที่อยากทำมันก็จะกระโจนลงไป ทำ ทำ ทำ จนมากเกินไป สะท้อนถึงอาการ "ไฮเปอร์" ค่ะครู
ออกจากบ้านไปวัดวันนี้คนเยอะเพราะเป็นวันพระ วันนี้ตั้งใจชวนน้องทำยาเป็นวันสุดท้ายแล้วจะให้น้องไปเรียนรู้เรื่องอื่น อ้อ ระหว่างทำยา อ.ขจิต โทรมา ตามเบอร์ที่พี่กะปุ๋มให้ไว้ พอได้คุยแล้วท่าน "มีพลังแห่งจิตอาสามากๆ" แล้วก็เอ่ยชมว่า "น้องกะปุ๋มน่ารักมากที่ให้เบอร์เรามา" ซึ่งท่านขอ ๓๐๐ ตลับ ซึ่งก็โอเคตามนั้น
พอหัวหน้ามาคุยในเชิงนโยบาย ทราบว่า
"ยาที่ทำเรื่องขอจากส่วนกลางจะมาถึงวันนี้"
ผลิตเท่านี้ก็พอ จึงเรียนปรึกษาในเชิงหลักการว่า "ถ้ามีที่ประสบภัยอื่นต้องการ จะดำเนินการอย่างไร"
สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า
"ก็ให้ดำเนินการได้แต่ต้องไม่เกินกว่างบประมาณที่ให้ไว้ คือ เงินสดหมื่นห้า แต่พี่เขาคงลืมว่าของบางอย่างซื้อเงินเชื่อ"
รู้สึกไม่ดีกับตนเองที่เห็นของที่ซื้อราคาสูงค่ะครู แต่ก็บอกตนเองว่า
"ทำใจนะติ๋ว เอาเป็นว่า ทำทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่าสูงสุดนะ อย่างน้อยก็ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน อย่างที่ครูบ่มเพาะมาตลอด"
ช่วงทำงานติ๋วค่อนข้างเงียบ ส่วนหนึ่งภาวนาอยู่ภายใน น้องอีกสองคนเสียบหูฟัง แต่เราก็พอคุยได้ได้เป็นระยะ ทำงานเหมือนสายพานเลยค่ะ เช็ดติดสติ๊กเกอร์แล้วก็แพ็ค พอครบจำนวน ๓๐๐ ตลับก็วิ่งส่งให้ อ.ขจิตก่อน ตัดให้ไปก่อน จับยัดใส่กระเป๋าผ้าพี่ๆแซวว่ากลัวเขาเห็นเหรอ ตอบพี่ว่า
"ใช่"
จริงๆก็แจ้งพี่หัวหน้าแล้ว ซึ่งก็โอเค ตอนแรกพอบอกว่าจะตัดให้ไปก่อนแล้วจะทำเพิ่มให้ เพราะยังไม่ใช้ตอนนี้ ก็ดูไม่ค่อยชอบใจ จิตติ๋วคิดไม่ดี (ศีลข้อ ๑ ด่างพร้อย) กิเลสนี่มันดักหน้าดักหลังจริงๆนะคะ โทรแจ้งว่าของจะถึงวันเสาร์เช้าถ้าน้ำไม่ท่วม หรือท่วมแต่ถนนยังวิ่งได้ แต่ถ้ารถวิ่งไม่ได้ก็ช้ากว่านั้นค่ะ
การได้ทำงานนี้เป็นโอกาสได้เห็นกิเลสตนเอง ช่างมากมายค่ะครู ทำดีอยู่แต่กิเลสจะคอยปนเปื้อนครอบงำ
บางแว๊บก็มีอาการเหลิงหลง บางแว๊บก็ติิดดี ว่าคนอื่นไม่ดีเช่นนั้นเช่นนี้ตนเองดีเช่นนั้นเช่นนี้มันก็หลอกตนเองไป ขนาดครูฝึกให้เจริญสติยังอาการหนักขนาดนี้ถ้าไม่มีสติคงทำชั่วกว่านี้มากทีเดียว
เพราะนิสัยอวดดีนั้น สั่งสมมานาน จะถอนรากถอนโคนต้องอดทนและใช้เวลา ค่อยๆทำไป บอกตนเองค่ะครู
เก็บของเสร็จ ชวนน้องมานั่งคุยสรุปงานและความคาดหวังในการฝึกงานต่อไป เลิกงานก็กลับบ้าน พี่เอ๋ข้างบ้านขอติดรถกลับเอาเคสคอมพิวเตอร์กลับ การมีเพื่อนร่วมทางก็ได้รับฟังอะไรๆ ที่เป็นชีวิตครอบครัวในอีกมุมค่ะครู เย็นมานั่งหน้าบ้านพี่อ้อแวะมาคุย ก็ได้เห็นอีกมุมช่วงที่ไม่อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในมุมมองของพี่อ้อ
ศีลข้อ ๑ วันนี้ไม่ฆ่าสัตว์ แต่ความเป็นตัวตนมันจะกวนให้ขุ่นภายในเป็นระยะๆค่ะครู ยังด่างพร้อยอยู่ ศีลข้อ ๒ ไม่ขโมยของใคร ทำอะไรพยายามแจ้ง แต่ข้างในมันก็ยังคอยบีบอยู่เหมือนยังไม่ยอมเชื่อมั่นในตนเองค่ะ ศีลข้อ ๓ ไม่แย่งแฟนใคร ราคะ นั้นพอได้แต่งตัวตามแบบที่ชอบดูมันคึกคักค่ะ จริตยังมากอยู่ พอวางโทรศัพท์ก็ตามตนเองว่าตะกี้พูดเป็นไงบ้าง มีสติไหมหรือพูดด้วยจริต ศีลข้อ ๔ วันนี้มีเพื่อนก็คุยไร้สาระ นินทาในเรื่องไม่ขอบใจคีะครู ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าค่ะ ตอนนินทาหรือพูดไร้สาระเป็นอาการคล้ายเมาๆค่ะครู