ท่านสอนอะไรให้ทำอะไรเจตนาเป็นอย่างไร

 

  นั่งพักสบายๆจากการขัดโต๊ะเขียนหนังสือแบบโต๊ะญี่ปุ่นที่ทำเอง ทำเล่นๆพอได้ใช้แล้วก็ให้คนอื่นไปบ้างทั้งทำเองสอนสมาชิกทำ งานนี้มันเป็นงานละเอียดพอสมควร แต่สิ่งที่นั่งมองแล้วได้สตินะเวลานี้ก็คือว่าไอ้ไม้ที่เอามาทำมันก็เศษปลายไม้ปีกไม้ที่เวลาเลื่อยแปรรูปไม้แล้วมันเหลือทำอะไรไม่ได้

  เราก็เอามาเลื่อยแปรรูปเองอีกเพราะไม้พวกนี้มันยาวไม่มากประมาณเมตรกว่าๆ ดีกว่าทิ้งไว้หรือสิ่งอื่นที่มองออกไปรอบที่เห็นไม่ว่าจะเป็นกองหินกองทรายสิ่งเหล่านี้หากกองทิ้งไว้เปล่าๆมันไม่เกิดอะไรเลยที่เป็นประโยชน์

  ถ้าเรามานั่งหายใจทิ้งไปวันๆไม่ทำอะไรเลยมันก็ไม่มีนี่หว่า เหนื่อยหน่อยลำบากหน่อยเก็บเศษบ้างของใหม่บ้างมารวมกันมันก็เป็นของมีประโยชน์คิดไปลึกๆเศษเดนคนเหมือนสมาชิกที่มาอยู่กับเราที่คนหลายคนมองว่าเป็นอย่างนั้น

  สมาชิกเหล่านี้มาจากหลายพื้นที่ในยโสธรและใกล้เคียงรวมถึงตัวเราด้วยถ้าจะว่าไปแล้วเราเองเป็นลูกหลานพื้นที่ตรงนี้ก็จริงแต่ไม่เคยอยู่ที่นี่จนมาบวช แต่หลวงปู่ท่านก็ยังให้มาอยู่แบบแบกภาระในการช่วยเหลือ ตัวเราเองท่านก็ช่วยให้ความรู้,สติ,ขันติ,การอยู่กับคนหมู่มาก,การสร้างประโยชน์และในอีกหลายๆเรื่องเล่าไม่หมดแต่เหนืออื่นใดคือท่านให้โอกาสแล้วแต่จะเอาไม่เอา มีโอกาสแล้วรับหรือไม่ รับแล้วทำประโยชน์ต่อหรือไม่

  นี้คือบุญคุณของท่านอย่างไม่อาจประมาณได้เหมือนสมาชิกที่อยู่กับเราชีวิตสมาชิกพวกนี้ตัวเขาเองยังไม่อยากจะช่วยตัวเองไม่คิดทำสิ่งใดๆให้ดีเลยแต่ท่านก็ยังให้โอกาสและให้เขาได้สร้างบุญบารมีในการได้อยู่วัด

  อย่างงานพัฒนาในวัดต่างๆท่านก็ยินยอมรับภาระในการจ่ายค่าใช้จ่ายให้เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ในหลายๆด้านไม่เล่าต่อหรอกเดี๋ยวบางคนที่ไม่เข้าใจจะว่าเราตีความไปเองเข้าข้างตัวเอง "หลวงปู่หาเงินมาสร้างเจดีย์อย่างลำบากพวกขี้ยาเอาไปพลาญหมด"อาจเป็นคำพูดของบางคน แต่ทำสิ่งใดๆที่พาสมาชิกพัฒนาในวัดนอกจากท่านจะสั่งให้ทำแล้วหรือบางโอกาสก็ขอโอกาสท่านพาสมาชิกทำท่านก็มักจะเดินมาดูด้วยตนเองช่วงนี้ต่อเติมหน้าศาลา 3,4 ท่านเดินมาแทบทุกวัน

  อย่างเราเองอย่างน้อยอยู่กับท่านมาก็หกปีกว่าท่านใช้สอยมาหลายอย่างหลายประการแต่อาจมีคนรู้จักน้อย ก็ว่ากันไปก็คิดแบบโง่อยู่ด้วยมาหกปีทำมาก็หลายอย่างน่าจะมีความสำคัญได้รับ"ความรู้ความคิดจากหลวงปู่มาหลายอย่างอยู่หนา"

  แล้วคนเราคิดต่อไปอีกวัดก็ไม่ค่อยเข้ามาบ้างไม่มาบ้างมาทีก็ไปหาแต่หลวงปู่ไปกราบแล้วก็เล่าเรื่องความทุกข์ตนเองให้หลวงปู่ฟังเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วมันมีสักกี่คนที่ฟังหลวงปู่ว่า"ท่านสอนอะไรให้ทำอะไรเจตนาเป็นอย่างไร"

  คิดกันแค่วรรคสุดท้ายนี้ก็ได้ ปัญญาเป็นมหาศาลแล้วแต่จะมีสักกี่คนคิด คิดแล้วไม่คิดเปล่าลงมือกระทำไปด้วย เหมือนเราทำงานท่านมักให้หาวัสดุในวัดก่อนแล้วค่อยสั่งใหม่ถ้าจำเป็นสั่งซื้อใหม่ก็ซื้อให้มันเกิดประโยชน์เต็มที่คนงานเราก็มีทำงานเองก็เป็นพาเขาทำสิ

  ยากที่คนเราจะเก็บเศษหลายๆอย่างมารวมกันให้เป็นประโยชน์ได้แต่ตอนนี้เรายอมรับในโอกาสของท่านหลวงปู่จริงที่นำเศษคนมารวมกันเพื่อทำประโยชน์แม้แต่เราเองหากท่านให้ลาสิกขาไปแล้วตั้งแต่นานมาแล้วก็คงไม่ได้ทำประโยชน์มากขนาดนี้หาเป็นคนธรรมดคงไม่ทำเพื่อสวนรวมอย่างนี้

  ก็เป็นความคิดของเราคนเดี๋ยวนะบางคนบางท่านที่ได้รู้จักหลวงปู่อยู่บ้างอาจคิดว่าเราคิดไปเองหรือเปล่าก็ต้องขอกันไว้นะตรงนี้เลย

คนปัญญาน้อยก็ได้แค่นี้ละ