Creative work, งานอันมีลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ, ความคุ้มครองตามกฎหมายไทย, จุดเกาะเกี่ยว(Connecting Points), พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

มีหลักในการพิจารณาดังนี้

1. พิจารณาว่างานนั้น “เป็นงานสร้างสรรค์(Creative work)” หรือไม่

งานสร้างสรรค์จะต้องเกิดจากความคิดริเริ่มของผู้สร้างสรรค์ (Idea) มีการแสดงออกมาเป็นรูปธรรมซึ่งความคิด (Expression of Idea) มีการคิดที่เกิดจากตนเอง (Originality) ใช้ความวิริยะอุตสาหะการพยายามในการทำงาน (Creative effort)ซึ่งสิ่งต่างๆที่กล่าวมาอาจเกิดจากการที่ได้สะสมประสบการณ์ในการดูสิ่งต่างๆและนำมาสร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ (Standing on the shoulder of giant)  ก็ถือว่าเป็น “งานสร้างสรรค์” (Creative work)

 

2. พิจารณาว่างานนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์(Copy rights)หรือไม่

โดยพิจารณาจากมาตรา 6 ประกอบมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

มาตรา 6 “งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์”

 

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

“ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้

“ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น

 

 


3. พิจารณา “การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์”

ปกติการสร้างสรรค์งานย่อมตกได้แก่ผู้ก่อหรือทำให้เกิดงานสร้างสรรค์ ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 8 แต่มีข้อยกเว้นที่ลิขสิทธิ์ตกแก่ผู้อื่น ตาม มาตรา 9 ถึงมาตรา 14

 

ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

มาตรา 8 “ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ในราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น

(2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าวในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก

 

ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย”

 

4. พิจารณาจากจุดเกาะเกี่ยว(Connecting Points)

ใน 3 หลักคือ หลักสัญชาติ หลักถิ่นที่อยู่(ในการสร้างสรรค์งาน) และ หลักการโฆษณางานครั้งแรก และ การเป็นสมาชิก Berne Convention & TRIPs

สำหรับคนนอก กรณีโฆษณาในประเทศไทยภายใน 30 วัน และ กรณีโฆษณาในประเทศสมาชิกภายใน 30 วัน

รวมทั้งหมด 8 ช่องทาง  ซึ่งต่างประเทศย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยอยู่ ตามปกติ 6 ช่องทาง (ตามตารางช่องทางที่ 3-8)  

รวมช่องทางที่ 2 กรณีต่างด้าวมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ดังนั้นรวม 7 ช่องทาง  ตามตาราง

 

ช่องทางที่ 

หลักสัญชาติ 

หลักถิ่นที่อยู่ 

หลักการโฆษณางานครั้งแรก 

สัญชาติปท.อื่น 

หมายเหตุ

1

ไทย

 

ไม่

 

 

2

 

ไทย

ไม่

 

 

3

ปท.ภาคี

 

ไม่

 

 

4

 

ปท.ภาคี

ไม่

 

 

5

 

 

โฆษณาปท.ไทย

 

 

6

 

 

โฆษณาปท.ภาคี

 

 

7

 

 

โฆษณาปท.อื่น

โฆษณาปท.ไทย

ภายใน 30 วัน

8

 

 

โฆษณาปท.อื่น

โฆษณาปท.ภาคี

ภายใน 30 วัน