1.เปลี่ยนความคิดของตนเองเสียใหม่ว่า การทำงานนั้น เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด จงมองให้เห็นคุณค่าของการทำงาน ว่าคุณค่าของการทำงานคือการได้ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เช่น ครู อาจารย์ ต้องภูมิใจในตนเองว่าตนมีคุณค่าในการสอนนักเรียน นักศึกษา ให้มีความรู้ อีกทั้งยังก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติอีกด้วย เป็นต้น

กุศโลบายในการทำงานให้มีความสุข

                โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)

www.drsuthichai.com

                1.เปลี่ยนความคิดของตนเองเสียใหม่ว่า การทำงานนั้น เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด จงมองให้เห็นคุณค่าของการทำงาน ว่าคุณค่าของการทำงานคือการได้ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เช่น ครู อาจารย์ ต้องภูมิใจในตนเองว่าตนมีคุณค่าในการสอนนักเรียน นักศึกษา ให้มีความรู้ อีกทั้งยังก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติอีกด้วย เป็นต้น

                2.ควรให้รางวัลแก่ตัวเองทุกครั้ง เมื่อตนทำงานชิ้นสำคัญสำเร็จเสร็จสิ้นได้ดังความตั้งใจ โดยรางวัลนั้นอาจเป็นรางวัลเล็กๆ แต่ก่อให้เกิดความสุขใจ

                3.จงหางานที่ตนรักหรือหากไม่สามารถหางานที่ตนรักได้ ก็ควรรักในงานที่ตนเองทำ จงเปลี่ยนความคิดให้รักงานที่ตนเองทำ หากว่าเรามีความรักในงานที่ตนเองทำ การทำงานนั้นท่านจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่ท่านจะสนุกกับมัน เสมือนหนึ่งว่าเราได้ทำงานอดิเรก

                4.เมื่อไรที่เจองานที่ยากและหนักหนาสาหัส ให้บอกกับตัวเอง ว่านี่คือแบบฝึกหัดที่จะทำให้เราเจริญก้าวหน้า จงอดทนเรียนรู้ เพราะหากว่าเราสามารถผ่านพ้นไปได้ เราก็จะพัฒนาตนเองได้อีกระดับหนึ่ง เสมือนหนึ่งเป็นการสอบเลื่อนชั้นสมัยตอนเป็นนักเรียนนั่นเอง

                5. เวลาที่ท่านถูกบีบให้ออกจากงานหรือถูกกีดกันให้ออกจากงานที่ตนกำลังทำอยู่ ให้คิดเสียว่า เป็นเรื่องธรรมดา ทุกสิ่งในโลกนี้ มี เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เพราะหากว่าเราไม่ถูกให้ออกตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าเราก็ต้องถูกให้ออกอยู่ดีในวันเกษียณอายุ เมื่อท่านคิดได้เช่นนี้ ท่านก็จะสามารถยืนหยัดต่อสู้ เข้มแข็ง ได้ยิ่งกว่าเดิม

                6.เมื่อเจอกับเพื่อนร่วมงานทรยศหักหลังหรือเจอเจ้านายกลั่นแกล้ง จงให้อภัยแก่เขา จงบอกกับตัวเองว่า เรายังมีเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายที่ดีๆ อีกหลายคน จงคิดว่าเป็นกรรมเก่าที่เราเคยติดค้างเขาไว้ และดีใจที่เราได้ชดใช้เขาแล้ว ไม่ควรผูกใจโกรธ เพราะเมื่อท่านมีความรู้สึกโกรธจะเป็นผลร้ายต่อตัวท่าน ยิ่งกว่าเป็นผลร้ายต่อคนที่ท่านโกรธหลายเท่า จงเรียนรู้ที่จะให้อภัย

                7.เวลาเจอปัญหาต่างๆมากมาย ที่ทำให้ท่านต้องตัดสินใจ ขอให้ท่านคิดว่า ปัญหามี สติปัญญาเกิด การมีปัญหาทำให้เราได้ใช้ สติปัญญา วิเคราะห์ เรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังทำให้เราได้พัฒนาความคิดของเราเองอีกด้วย

                8.เมื่อเจอเจ้านายที่เก่ง จงเรียนรู้การทำงานและแนวความคิดของเขา แล้วนำมาปรับปรุงใช้ในงานของตนเอง จงหาแบบอย่างที่ดีๆ เพื่อนำมาพัฒนาการทำงานและแนวความคิดของตน

                9.เมื่อเจอเจ้านายที่บ่น เจ้าระเบียบ จู้จี้จุกจิก น่ารำคาญใจ ให้คิดเสียใหม่ว่า นี่คือช่วงเวลาที่จะทำให้เราได้เกิดการฝึกฝนตนเอง ฝึกความอดทน ฝึกจิตใจของเราเอง

                10.หลักการทำงานที่ดีควรยึดหลักคำสอนเรื่องอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ มีความรักในงานที่ตนทำ ,วิริยะ มีความพากเพียรในงาน ,จิตตะ ความเอาใจใส่ในงาน และวิมังสา คือการไตร่ตรองใคร่ครวญในผลงานที่ออกมา

                11.ฝึกฝนตนเองให้เป็นคนขยันขันแข็งในการทำงาน ความขยันไม่ได้หมายถึงการหักโหมทำงานหนักในช่วงแรก

แล้วหยุดพักในเวลาต่อมา แต่หมายถึง มีความสม่ำเสมอในการทำงาน ไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์  ความขยันพากเพียร คือ การทำไปที่ละน้อยตามกำลังของตน แต่ไม่หยุด ดังคำพูดที่ว่า “น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน”