ยามเย็นสนามเด็กเล่นที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบร้อยจะถูกดึงออกมาตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง บางครั้งก็ตรงสายตาของเรา

ข้าพเจ้าเดินทางจักกลับบ้านขณะสนามเด็กเล่นของเด็กกลุ่มนี้สะดุดตา ขาที่ก้าวไว ผ่อนลง จนในที่สุดต้องนั่งลง

"เป่ายิงฉุบ"

เสียง ฉุบ ฉุบ ฉุบ ดังปนกับเสียงหัวเราะ ทุกคนมีโอกาสหัวเราะเท่ากันหมด อาจดังบ้างค่อยบ้าง แต่ก็ยืนยันได้ว่าเป็นเสียงหัวเราะ

"เล่นผลัดกันเป็นพระราชา" เด็กชายเอียงหน้ามาตอบแวบหนึ่ง

"ใครชนะได้เป็นพระราชา"

ฝ่ามือเล็กๆ นั้นถูกกำเพื่อแบออก พระราชานั่งหน้าชื้นเหงื่ออยู่บนม้านั่ง หน้าห้องสมุด เด็กต่อแถวยาวเหยียด

เด็กป.หนึ่งนั่งเป็นพระราชา

อ้าว..อีกหน่อยเด็กหญิงขึ้นเป็นบ้าง

"ไม่มีใครไม่เป็นพระราชา"

ขาที่หยุดชะงักของข้าพเจ้าเริ่มมีแรง..เสียงหัวเราะของพระราชายังดังไล่หลัง

พระราชาในฝ่ามือเดียวหน้าฉาบยิ้ม สนามเด็กเล่นผืนนี้ทำให้หัวใจของข้าพเจ้าผองโต..อย่างน้อยเขาก็เข้าคิวเป็น