น้ำเริ่มเข้ากรุงเทพแล้ว

ชีวิตที่พอเพียง  : 1416a. น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม

ไม่มีใครตอบได้แบบ 100 : 0   บอกได้ว่าอาจจะท่วมก็ได้ และหากไม่เกิดอุบัติเหตุก็อาจจะเอาอยู่    ซึ่งหมายความว่าหากเราอยู่เฉยๆ น้ำท่วมบ้านผมไปนานแล้ว    ที่อยู่ได้ก็เพราะหลายฝ่ายช่วยกันทำพนังกั้นน้ำจาก แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ให้ล้นตลิ่ง     คือเวลานี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าตลิ่งเป็นเมตร แล้วแต่ว่าไปดูที่ ตลิ่งตรงไหน    ภาษาวิชาการเขาบอกว่าสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางกว่า ๒ เมตร

ทราบมาว่าระดับน้ำในแม่น้ำจะขึ้นสูงราวๆ ๙ น. (ไม่แน่ใจว่าถูกต้องไหม) วันที่ ๑๕ ต.ค. ผมจึงไปดูลาดเลาเวลานั้น   ตอนแรกไปที่วัดบางพัง ซึ่งสถานการณ์สงบมาก   คือพนังกั้นน้ำแข็งแรงดี แม้ระดับน้ำจะขึ้นมาอีกนิดหน่อย    แต่พนังซีเมนต์ที่สร้างเสริมขึ้นมาอีกครึ่งเมตรก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว    ที่เห็นแปลกตาก็คือที่พนังดินกั้นน้ำบนถนน สุขาประชาสรรค์ ๒ มีป้ายของเทศบาลขอความร่วมมือประชาชน อย่ารื้อพนังกั้นน้ำ เป็นระยะๆ

จากวัดบางพังผมขับรถไปตามถนนสุขาประชาสรรค์ ๒ ไปยังตลาดปากเกร็ด   พบว่าจุดอ่อนที่น้ำอาจ ทะลักเข้ามาอยู่ใกล้ๆ วัดกู้และเลยวัดกู้มานิดหน่อย   ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ริมแม่น้ำน้ำเข้ามาในโรงงาน มีคนงานกำลังขนผลิตภัณฑ์ในกระสอบขึ้นรถบรรทุกกันจ้าละหวั่น   ผมพบว่าทางฝั่งขวาของถนน (ด้านติดแม่น้ำ) มีน้ำท่วมเข้ามาแตกต่างกัน    บางช่วงแห้งผาก บางช่วงเอ่อเข้ามาที่พนังกั้นน้ำสูงมาก   แสดงว่าขีดความสามารถ ในการกั้นน้ำตรงริมตลิ่งไม่เท่ากัน    เท่าที่ผมเห็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ดีที่สุด คือทั้งสูงและ เป็นแนวเส้นตรงเป็นระเบียบ    ฝั่งศิริราชก็สู้ไม่ได้  

ผมนึกออกทันทีว่าความเสี่ยงที่สูงที่สุดที่จะทำให้น้ำท่วมอยู่ที่คน ไม่ได้อยู่ที่น้ำ    ในขณะที่ฝ่ายต่างๆ พยายามกันไม่ให้น้ำท่วมกว้างขวาง ก็จะมีบางบริเวณที่น้ำท่วมไปแล้ว และท่วมตลอดเวลาอยู่นาน   ความเครียด  อาจทำให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม  เขาต้องทนน้ำท่วมบ้านเพื่อให้คนอื่นๆ ปลอดภัย    เขาลืมคิดว่าแม้ รื้อพนังกั้นน้ำให้น้ำทะลักออกไป น้ำที่ท่วมบ้านของเขาก็ไม่ลด   ซ้ำร้ายความแรงของน้ำอาจทำให้ เขายิ่งเสียหายหนักขึ้น  

ระหว่างไปยืนดูลาดเลาที่ท่าน้ำปากเกร็ด มีผู้ชายวัยห้าสิบเศษเข้ามาคุย    ผมบอกว่าปัจจัยเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่ คนรื้อพนังกั้นน้ำ    เขาบอกว่ามีคนคอยยุแหย่เป็นพวกให้เช่าเรือ   ต้องการให้มีคนเดือดร้อนมากๆ เขาจะได้มี รายได้   ไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่

ที่ตลาดปากเกร็ดมีการสร้างผนังอิฐบล็อกสูงประมาณครึ่งถึง ๑ เมตรที่หน้าร้านสำหรับกันน้ำ    ผมถาม เจ้าของร้านค้าแถวนั้นว่าเคยต้องทำผนังกันน้ำอย่างนี้มาก่อนหรือไม่    เขาตอบว่าไม่เคย   และที่ทำก็เพราะเห็น ร้านอื่นทำเขาก็ทำบ้าง    แสดงว่าชาวบ้านไม่ได้อยู่กับสติหรือความรู้แท้จริงเกี่ยวกับระดับน้ำ    แต่อยู่กับคำเล่าลือ บอกๆ กันมา    สังเกตบรรยากาศที่ตลาดปากเกร็ดผู้คนไม่ได้ตกใจแตกตื่น   เขาเตรียมพร้อมกันตามปกติ    ผมมองว่าคนกลุ่มที่ตื่นเต้นมากที่สุดคือสื่อมวลชน

ผมแวะไปที่ร้านเจ๊หมวยเป็ดพะโล้    และอุดหนุนมาตัวหนึ่งในราคาที่เข้าใจว่าสูงกว่าปกติ ๒๐ - ๓๐ บาท   ผมซื้อโดยไม่ได้ต่อราคา เพราะคิดว่าหากเขาขายผมได้ในราคาสูงหน่อยเขาจะมีความสุข ในขณะที่ผมไม่เดือดร้อน เลย   ในยามนี้ผมควรจะเจือจานความสุขให้คนอื่นโดยยอมซื้อของแพงนิดหน่อย    ผมถามเขาว่าคน แถวนี้มั่นใจ ไหมว่าน้ำจะไม่ท่วม เธอบอกว่าไม่มีใครรู้แน่ ได้แต่เตรียมตัว    ผมถามว่าบ้านเธออยู่ที่ไหน เธอบอกว่า อยู่ที่ปทุมฯ ที่สูง น้ำไม่ท่วม   เราได้ยินแต่ว่าปทุมน้ำท่วมจากสื่อมวลชน   มาได้ยินคนปทุมฯแท้ๆ พูดอย่างนี้ ผมก็ตาสว่าง ทันทีว่าข่าวจากสื่อมวลชนเขาใช้คำกว้างไม่ชัดเจน

ตกค่ำเข้าเว็บของ นสพ. เดอะเนชั่น พบแผนที่สรุปเรื่องน้ำท่วมและการระบายน้ำลงทะเลที่ดีมาก ดูได้ที่นี่   และที่เว็บนี้มีบทความวิจารณ์ความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองเรื่องน้ำท่วมไม่ท่วมกรุงเทพ อ่านได้ที่นี่    

เช้าวันที่ ๑๖ ต.ค. ผมพบข้อมูลบอกความเสี่ยงน้ำท่วมระยะยาวไปถึงกลางเดือน พ.ย. ที่ดีมากที่ให้โดย บริษัท ทีม ใน นสพ. กรุงเทพธุรกิจ อ่านได้ที่นี่   นี่คือข้อมูลที่ผมอยากให้มีหน่วยงานวิชาการออกมาบอกแก่สังคม ตามที่บันทึกที่นี่   บัดนี้หน่วยงานที่ให้ข้อมูลคือบริษัทเอกชน   ซึ่งหากข้อมูลที่ให้เป็นจริง ระดับน้ำในแม่น้ำ เจ้าพระยาแถวปากเกร็ดจะสูงขึ้นกว่าระดับสูงสุดในปัจจุบันเพียง ๑๕ ซ.ม. เท่านั้น   พนังกั้นน้ำที่มีอยู่น่าจะรับอยู่   แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกมากมายหลากหลายปัจจัยที่มาเกี่ยวข้อง   เราจึงต้องไม่ประมาท

ผมเข้าเว็บ  http://hydrology.rid.go.th/wmsc/cctvpakkhet.htm ไปดูระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากเกร็ดวันละหลายครั้ง และพบว่าระดับน้ำแกว่งอยู่ระหว่าง ๒.๖ - ๒.๙ เมตร   ซึ่งทำให้คลายใจว่า แม้จะมีข่าวว่ามวลน้ำลูกใหญ่จะมาถึงเมื่อนั้นเมื่อนี้   ระดับน้ำก็ไม่ได้สูงขึ้นฮวบฮาบ

ตามข้อมูลที่ได้รับ น้ำจะขึ้นสูงอีกครั้งตอนปลายเดือน ซึ่งผมมีกำหนดตามเสด็จสมเด็จพระเทพรัตน์ นำกรรมการนานาชาติตัดสินรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ไปทัศนศึกษาจังหวัดน่าน  ในวันที่ ๒๘ - ๓๑ ต.ค.    เราจึงต้องชั่งใจว่าจะทิ้งบ้านไปได้ไหม    โดยที่ตอนนี้เราย้ายของออกจากห้องรับแขกส่วนที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด หมดแล้ว    รวมทั้งสถานการณ์โดยทั่วไปทำให้เราสบายใจขึ้นว่าโอกาสน้ำท่วมบ้านน่าจะน้อย

ตอนนี้น้ำเป็นสิ่งที่ผู้คนรังเกียจ   วิธีป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพและปริมณฑลทำโดยผันน้ำออกไปทาง ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก   ซึ่งมองอีกมุมหนึ่งคือยอมให้ท่วมที่อื่น ไม่ใช่กรุงเทพ   ชาวบ้านแถวนั้นเขาก็ ไม่ยอมน่ะซี   จึงเกิดกรณีชาวบ้านแถวประตูน้ำพระอินทร์ไม่ยอมให้เปิดประตูผันน้ำไปทางคลองรังสิต ตามที่ “สาวน้อย” ดูจากทีวี   

เช้าวันที่ ๑๗ ต.ค. ผมรู้สึกว่าโอกาสน้ำท่วมบ้านผมลดลง    แต่ตอนเย็นทราบว่านิคมอุตสาหกรรม นวนครก็จมน้ำแล้ว    กลับมาถึงบ้าน “เลขา” มาอธิบายว่าน้ำที่จะท่วมไม่ได้มาตามแม่น้ำเจ้าพระยา    แต่มาจากน้ำท่วมทุ่ง อย่างที่เกิดกับนวนคร    เขาบอกว่าที่วัดบางพังน้ำก็ขึ้นมาถึงสุดกำแพงกั้นน้ำเก่า แต่เวลานี้ได้ต่อสูงขึ้นไปอีกครึ่งเมตรแล้ว    และผมเข้าตรวจสอบกับ นสพ. หลายฉบับ ไปพบคำอธิบายของ วิศวกรของบริษัททีมน่าสนใจมาก อ่านได้ที่นี่     ทำให้รู้สึกว่าโอกาสน้ำท่วมบ้านมีสูงมาก

ยิ่งได้ฟังจากคุณชูชาติ โชเฟอร์จาก ม. มหิดล ว่าในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ได้ขับรถไปดูคลองระบายน้ำไปทาง แม่น้ำท่าจีน พบว่ายังแห้งและมีผักตบเต็ม   และน้ำในแม่น้ำท่าจีนไหลเอื่อยๆ ไม่ไหลเชี่ยวอย่างน้ำในแม่น้ำ เจ้าพระยา    แสดงว่าประสิทธิภาพของการจัดการระบายน้ำไม่ได้ดีอย่างที่คิด   รวมทั้งยังมีการปิดประตูน้ำบางแห่ง เพราะต้องคุ้มครองบางบ้าน   ผมก็ทำใจรับสภาพที่บ้านจะโดนน้ำท่วม

เช้าวันที่ ๑๙ กัลยาณมิตรโทรศัพท์มาคุยเรื่องงาน และถามข่าวเรื่องน้ำท่วมบ้าน   เขาบอกว่ารัฐบาลนี้ มุ่งใช้คนที่เป็นพวกตนเอง    ไม่ดึงคนมีประสบการณ์จัดการน้ำ ที่ไม่ใช่พวกของตนมาช่วยบ้านเมือง

ตอนเที่ยงวันที่ ๑๙ ต.ค. เรากินอาหารที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และคุยกันเรื่องการจัดการน้ำท่วม ของรัฐบาล   สรุปว่าเป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลนี้ทำงานไม่เป็น    ใช้คนไม่เป็น  และทำงานภาพใหญ่ไม่เป็น

บ่ายวันที่ ๑๙ ต.ค. ผมนั่งเป็นประธานการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล    “สาวน้อย”  โทรศัพท์มาบอก ว่ามีข่าวน้ำเข้านิคมอุตสาหกรรมบางกระดี   landmark ของ “เลขา” ว่าถ้าน้ำถึงที่นั่น   ในไม่ช้าก็จะถึงบ้านเรา    ได้อพยพป้าอี๊ดมาอยู่ที่คอนโด พญาไทพลาซ่า    และเอารถนิสสัน ซันนี่ ไปฝากไว้ที่จุฬาฯ ในราคา ๙๐๐ บาท/เดือน เรียบร้อยแล้ว    ต่อไปนี้เราจะอยู่ที่บ้านปากเกร็ดแบบคนไม่มีรถใช้  

ตกเย็นผมแจ้งยกเลิกไปงานประชุม นักวิจัยใหม่พบเมธีวิจัยอาวุโส ของ สกว. ที่ชะอำ ที่เดิมมีกำหนดไป ในวันที่ ๒๐  - ๒๑   และ อี-เมล์ แจ้ง มช. ว่ายกเลิกไปประชุมสภามหาวิทยาลัยในวันที่ ๒๒   เพื่อเตรียมพร้อม ดูแลบ้านที่คิดว่าน้ำท่วมแน่ 

เช้ามืดวันที่ ๒๐ ผมก็ได้ตระหนักว่า ความไม่แม่นยำของข่าวในสื่อมวลชน ทำให้คนตระหนกโดย ไม่จำเป็น ดังข่าวนี้   ซึ่งเป็นของบางกอกโพสต์ ที่เรามักเชื่อว่ามีความแม่นยำสูง    ยังบอกว่านนทบุรีน้ำท่วมเต็ม พื้นที่ทุกอำเภอ    ทั้งๆ ที่บ้านผมที่ปากเกร็ดยังอยู่ดี    มิน่า คุณเปาจึงส่ง MMS มาถามข่าวตอนตี ๓  

ที่เว็บของมติชนมีข่าว ม. รังสิต เปิดเผยผลแบบจำลองคณิตศาสตร์ ว่าหากกันน้ำไม่อยู่ น้ำจะท่วมกรุงเทพบริเวณใดบ้าง    เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายวิชาการที่ผมชื่นชมมาก   อ่านได้ที่นี่

ที่เว็บของไทยรัฐ ระบุว่าน้ำเข้ากรุงตอนตีสามของเช้ามืดวันที่ ๒๐ ต.ค. ดังข่าวนี้    โดยที่ตนนี้ ๐๔.๔๐ น.  ที่บ้านปากเกร็ดของผมยังปกติดี

วิจารณ์ พานิช

๒๐ ต.ค. ๕๔