
[ภาพจาก f1fanatic.co.uk]
วันนี้ ถ้าไม่เขียนถึงบุคคลคนๆ นี้คงไม่ได้ เด็กหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความสามารถ ผู้ผงาดขึ้นมาเป็นดาวเจิดจรัสบนโพเดี้ยมของโลกแห่งความเร็ว รถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูล่าวัน (Formula 1)
เซบาสเตียน เวตเทล (Sebastian Vettel) ชาวเยอรมันวัย 24 ปี เกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 เขาได้ขึ้นแท่นเป็นนักแข่งอันดับหนึ่งของโลกเมื่อปลายปี 2553 นั่นหมายความว่า เขาได้เป็นแชมป์โลกในขณะที่เขาอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ยิ่งถ้ามองย้อนกลับไป การแข่งขันในฤดูกาลดังกล่าวเขายังอยู่ในวัยเพียง 22 ปีเท่านั้นเอง [อุ๊ว่ะ]
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลก คงไม่แปลกนักสำหรับคลื่นลูกใหม่ในวงการกีฬาที่มีความสามารถและพละกำลัง แต่ไม่ใช่สังเวียนโลกของความเร็วอย่างฟอร์มูล่าวัน เพราะการเป็นเบอร์หนึ่งนั้น ต้องอาศัยทั้งทักษะและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน อีกทั้งในเวทีนี้ยังมีแชมป์โลก 7 สมัยอย่าง มิคาเอล ชูมัคเกอร์ เฟอร์นันโด อลอนโซ่ (แชมป์ 2 สมัย 2549-2550) เจนสัน บัตตัน แชมป์ปีล่าสุดก่อนเวตเทลได้แชมป์ (2552) หรือแม้แต่ลูอิส แฮมิลตัน (แชมป์ปี 2551) นักขับชาวอังกฤษแห่งทีมแม็คลาเรน เมอร์เซเดส ผู้เป็นเจ้าของสถิติแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดก่อนเวตเทลจะมาแย่งชิงตำแหน่ง ผู้ซึ่งยังคงเป็นนักขับที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงตลอดฤดูกาลนี้
เวตเทลได้ถูกฟูมฟักโดยมีเรดบูลให้การสนับสนุนมาแต่เยาว์วัย ในปี 2550 เวตเทลได้เข้าแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันอาชีพอย่างเป็นทางการ โดยในรายการ 2007 United States Grand Prix เขาขับรถคู่ใจเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 8 ทำให้เขาได้สถิตินักแข่งที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้แต้มในการแข่งขัน ฟอร์มูล่าวันระดับโลก (อายุขณะนั้น 19 ปี 349 วัน) [อ้าห๊า..อึ้ง ทึ่ง]
เวตเทลได้เข้าร่วมแข่งขันฟอร์มูล่าวันกับทีมเรดบูลโดยเริ่มที่ทีมน้องอย่างทีม Scuderia Toro Rosso (Toro Rosso แปลว่า กระทิงแดง ในภาษาอิตาลี่) แต่ด้วยผลงานที่โดดเด่น กล่าวคือ เขาได้อันดับที่ 4 ในการแข่งขันที่สนามประเทศจีน ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดของทีมในขณะนั้น เป็นผลงานที่เหนือทีมพี่อย่างทีม Red Bull Racing เขายังทำผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลปี 2551 ทำให้เขาได้ขึ้นมาเป็นนักขับตัวจริงของทีม Red Bull Racing คู่กับรุ่นพี่อย่าง มาร์ค เวบเบอร์ ในการแข่งขันฤดูกาลปี 2552
ในฤดูกาลปี 2552 นี้ เวตเทลได้แชมป์ถึงสี่สนาม แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาขึ้นมาเป็นผู้นำในฤดูกาลดังกล่าวได้ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดเป็นอีกสถิติหนึ่งเมื่อเขาได้แชมป์โลกในปี 2553 เวตเทลถือเป็นนักขับฟอร์มูล่าวันคนที่สองนับแต่มีการแข่งขันฟอร์มูล่าวันที่ ได้แชมป์โลกเมื่อจบฤดูกาลโดยไม่เคยเป็นผู้นำในรายการใดในฤดูกาลก่อนหน้า (เจมส์ ฮั้น ทำไว้ครั้งแรกในปี 2519)
สำหรับฤดูกาลปีนี้ 2554 เวตเทลได้ตอกย้ำความเป็นอัจฉริยะของเขาโดยการประกาศการเป็นแชมป์โลกสมัยที่สองติดต่อกันทั้งที่ยังไม่จบฤดูกาล (เหลืออีก 3 สนาม) โดยชนะถึง 10 สนามจากการแข่งขัน 16 สนาม กล่าวคือ ต่อให้ผู้ตามอันดับสอง (เจนสัน บัตตัน) ได้แชมป์ทั้งสามสนามที่เหลือก็ไม่อาจทำให้เขาได้แต้มเหนือเวตเทลได้เลย เนื่องจากแต้มห่างกันถึง 127 แต้ม ถึงวันนี้ ด้วยวัยเพียง 24 ปี แต่ฝีไม้ลายมือที่เกินตัว จนมีคำกล่าวว่า ต่อให้เวตเทลไม่ได้ขับรถที่เร็วที่สุดเขาก็สามารถเข้าเส้นชัยอันดับหนึ่งได้
ทีม Red Bull Racing ซึ่งเป็นทีมน้องใหม่ของวงการฟอร์มูล่าวัน (ก่อตั้งปี 2548) ปัจจุบันได้เจิดจรัส ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ต่อเวทีโลกความเร็วด้วยการได้แชมป์โลกทั้งประเภทนักขับและประเภททีมสองปีซ้อนได้อย่างงดงามในการแข่งขันรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกนี้ ผนวกกับอัจฉริยภาพของนักขับรุ่นเยาว์อนาคตไกลอย่าง เซบาสเตียน เวตเทล และคู่หูรุ่นพี่อย่าง มาร์ค เวบเบอร์ นี่จะเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึก และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยกับการแข่งขันระดับโลกของทีมสัญชาติไทยที่จะต้องจับตาดูและส่งแรงเชียร์สนับสนุนกันต่อไป
- Nu Khunnasit
October 19, 2011