การฝึกฝนมวยไทยในสมัยก่อนมีความแตกต่างจากในปัจจุบัน
หลังจากที่เกิดกระแสนิยมตะวันตกในรัชสมัย ร.๖ เป็นต้นมา ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนวิธีคิดจากตะวันออกไปสู่ตะวันตกในทุกด้านไม่เว้นแม้แต่การฝึกหัดศิลปะมวยไทย ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและวิธีการฝึกแบบเดิมสูญหายไปมาก
วิธีการฝึกมวยสากล..non style to style..and style to free style..แสดงว่า การพัฒนาของฝรั่งยึดขั้นตอนและระยะเวลาในการพัฒนา จาก ความไม่มีแบบแผน ไปสู่แบบแผน..แต่ท้ายสุดการใช้งานจริงต้องอิสระจากแบบแผน คือ สามารถประยุกต์ใช้ตามจังหวะโอกาสที่เหมาะสม..การฝึกแนวนี้จึงอาศัยการทำซ้ำและหลากหลายวิธีในแบบฝึกพื้นฐาน..และใช้อุปกรณ์น้ำหนักเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง..แต่สำหรับ มวยไทย ใช้การสร้างความสัมพันธ์ของจิตใจกับแบบฝึกที่ประสมการเคลื่อนไหวสมบูรณ์จากการคิดค้นของบุรพาจารย์..เพื่อทำให้จิตเป็นอัตโนมัติ..และร่างกายเกิดความแข็งแกร่งอย่างกระทัดรัด..โดยอาศัยพลังจาก ศรัทธา+ปราณ+การขับเคลื่อนปราณ..ซึ่งหากจะใช้คำเปรียบเทียบ คือ แบบตะวันตก เป็น Outside in แต่แบบตะวันออก(ไทย) เป็น Inside out..
ในปัจจุบันจึงยากที่จะหาผู้ที่เข้าใจ เข้าถึง จนสามารถพัฒนาศิลปะมวยไทยได้..อันนี้ จึงนับว่าน่าเสียดายยิ่งนัก..ครับ..
ขออธิบายเพิ่มเติมสำหรับผู้สนใจใฝ่ศึกษา ครับ..เคล็ดวิธีของการฝึกมวยไทยให้เกิดผลตามแนวของตะวันออก(แนวพุทธะ)ที่สำคัญ คือ ๑. ความศรัทธา ยึดมั่นในความกตัญญูรู้คุณ ต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตลอดจน บรรพชน และสรรพสิ่ง..๒. การใช้ มนต์บริกรรม ที่เหมาะสม แต่ละขั้นตอน..๓. การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ และ การประกอบ การหมุน วน ที่เหมาะสม ๔. การสร้าง ปิติ และ ปราณ ตลอดจน การขับเคลื่อนปราณ ไปสู่ จุดต่างๆ ที่สำคัญ..๕. การประกอบท่า ของ ศิลปะมวยไทย (ท่าไหว้ครู รำมวย แม่ไม้ ลูกไม้ และท่าชกลมเล่นเชิง) เพื่อให้เกิดความเป็น อัตโนมัติ.และที่สำคัญ คือ ๖. การมีพื้นฐาน และ ความเข้าใจครบถ้วน ถึงองค์ประกอบของมวยไทย(อาทิ จิตวิญญานของมวยไทย) ตลอดจน การมีจิตใจ สะอาด บริสุทธิ์ ต่อสรรพศาสตรศิลปวิทยา..และการประพฤติปฏิบัติ ที่เหมาะสม (อาจหมายรวมเอาถึงการกิน การอยู่ เช่น การกิน ทา รม อาบ น้ำมันว่าน ยา สมุนไพร..และ การงดเว้น การกิน พืช สัตว์ บางชนิด..การยึดถืองดเว้น การกระทำบางอย่าง..ซึ่งเหล่านี้ ล้วนมีความสลับซับซ้อน และอาจมีโทษหากกระทำโดยประมาท)..