เห็นภาพขอน้ำท่วมภาคกลางแล้ว น่าสงสารมาก 

ตอนนี้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะบางพื้นที่น้ำเริ่มลดลงแล้ว 

จากบทเรียนของน้ำท่วมเมืองน่าน เมื่อปี ๒๕๔๙ และ ๒๕๕๔ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

ในห้วงวิกฤตน้ำท่วมช่วงที่น้ำขึ้นนั้น สำคัญคือ อาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัย ต้องทำให้ทั่วถึง และทันการณ์ 

แต่ระยะหลังน้ำลดก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ ปฏิบัติการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะการล้างบ้านเรือน

จากบทเรียนของบ้านตัวเองในปี ๒๕๔๙ นั้นรอให้น้ำลดจนแห้งค่อยล้างบ้าน ปรากฏว่าหลังน้ำลดโคลนตกตะกอนลงบนพื้นล้างยากมาก ใช้เวลานานพอสมควร

แต่ในปีนี้ ได้บทเรียนจากชาวบ้าน บอกว่า ถ้าน้ำลดระดับลงเกือบถึงพื้นบ้าน ประมาณเหนือตาตุ่ม

ให้รีบล้างโคลนออกไม่งั้นหลังน้ำแห้งจะล้างยาก  

ชาวบ้านบอกว่า "เอามันยำมัน"

นึกถึงคำพระท่านว่า "โคลนเกิดจากน้ำ ใช้น้ำนั้นล้างโคลน ทุกข์เกิดจากใจ ใช้ใจนั้นล้างทุกข์"

...................................................

แรกๆ ให้ใช้ผ้าเก่าเช็ดถูพื้นให้โคลนที่ติดบนพื้นได้ลอยตัว 

แล้วใช้ไม้แผ่นกวาดแบบพลาสติกดันน้ำที่เป็นโคลนออกไปจากตัวบ้าน

กวาดไล่น้ำ เริ่มจากมุมห้องไล่ออกไปนอกห้องจนออกไปนอกบ้าน

เสร็จแล้วเปิดน้ำสะอาด (ถ้าน้ำประปายังไหล) เปิดล้างอีกที

ใช้ไม้กวาดพลาสติกกวาดไล่น้ำอีกที

แล้วก็นำผ้าแห้งมาเช็ดถูพื้นให้สะอาด

แค่นี้ก็แทบจะไม่เหลือให้เห็นร่องรอยน้ำท่วมในบ้านเลยครับ

ส่วนผนังด้านนอกบ้านก็ใช้น้ำที่ยังขังอยู่รอบบ้านนั่นแหละครับ ล้างตัวบ้าน ใช้ผ้าช่วยขัดถูด้วย แค่นี้พอน้ำลดหมด ก็ไม่เหลือคราบให้เห็นเช่นกัน

อย่ารอให้น้ำลดหมดค่อยทำครับ

นี่บทเรียนจากประสบการณ์ตรงครับ

พอเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ใครๆ ที่มาเที่ยวบ้าน ถามว่า ทาสีพื้น และตัวบ้านใหม่เหรอ ไม่เห็นดูรอยน้ำท่วมเลย

นี่แหละเคล้ดลับ “ใช้มันยำมัน”

"โคลนเกิดจากน้ำ ใช้น้ำนั้นล้างโคลน ทุกข์เกิดจากใจ ใช้ใจนั้นล้างทุกข์"

น้ำขึ้น เดี๋ยวก็ลง สำคัญใจเราอย่าขึ้นตามน้ำ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ