เคยมีคนถามข้าพเจ้าว่า Happiness R2R คืออะไร ใครบัญญัติขึ้น หรือมีใครให้นิยามในสิ่งนี้ไว้หรือไม่
ข้าพเจ้าได้ตอบไปว่าไม่ได้มีการเขียนไว้แน่ชัด...แต่โดยนัยของการขับเคลื่อน R2R เป้าหมายแรกที่พึงก้าวไปให้ถึงนั้นไม่ใช่ผลสำเร็จว่าจะได้เกิดงานวิจัยกี่เรื่อง กี่ชิ้น ได้รับรางวัลหรือตีพิมพ์มากน้อยเพียงใด หากแต่เกิด...เป็นความปิติสุขที่ปัญหาหน้างานได้เกิดการแก้ไขโดยใช้กระบวนการปัญญา
เมื่อปัญหาได้รับการแก้ไข...ปิติสุขนั้นก็จะบังเกิดขึ้น
แล้วความสุขคืออะไรล่ะ...
หลายๆ คนให้นิยามแห่งความสุขตามทัศนะแห่งตนแตกต่างกันออก ซึ่งขึ้นอยู่กับความละเอียดอ่อนทางจิตใจว่าใครนั้นจะสามารถแยกแยะระดับความสุขได้มากมายแตกต่างกันเพียงใด
บางคนที่มีความละเอียดอ่อนในจิตใจระดับต้นๆ จะเห็นการกระทำบางสิ่งบางอย่างแล้วได้รับผลตอบแทน เป็นเชิงรูปธรรม เช่นได้รับรางวัล ได้รับค่าตอบแทน เขาก็จะเกิดเป็นความรู้สึกที่มีความสุขอย่างมาก
หรือหากว่าละเอียดมากขึ้นไปอีก...ความสุขของเขานั้นจะอยู่เหนือการได้รางวัลในเชิงรูปธรรม หากแต่ได้เกิดเป็นการยอมรับ ทำให้คุณค่าในตนเองของเขามีมากขึ้น ซึ่งมักออกมาในรูปของคำชมเชย ความชื่นชม การได้รับการยอมรับนับถือจากผู้คนเขาก็จะรู้สึกว่าเขามีคุณค่าในตนเอง และมีความสุข
และที่สุด...แห่งกระบวนการพัฒนาทางจิตใจยกระดับไป ที่อยู่เหนือการได้รับการตอบแทนทั้งทางที่เป็นรูปธรรม อันเป็นโลห์รางวัล หรือการตีพิมพ์ หรืออยู่เหนือการตอบแทนทางนามธรรมอันได้แก่คำชมเชย หรือการได้รับการยอมรับ...อยู่เหนือทุกสิ่งเพียงปัญหาในหน้างานได้รับการแก้ไข เกิดเป็นปัญญาเกิดขึ้นในตนเอง บุคคลนั้นรับรู้ได้ด้วยตนเอง (ปัจจัตตัง) แล้วเกิดเป็นปิติสุขเกิดขึ้น ...ในสภาวะนี้คือ สภาวะแห่งความสุขที่ละเอียดอ่อน แต่ข้าพเจ้ามักจะเรียกว่าอยู่เหนือขึ้นไปจากทั้งสุขและทุกข์... ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร แต่บุคคลก็ยังคงก้าวย่างสู่กระบวนการเรียนรู้ทางปัญญา เมื่อเกิดเป็นปัญญาเขาก็จะเกิดเป็นปิติสุขเกิดขึ้นในจิตใจ จนพัฒนาไปถึงระดับความอิ่มอกอิ่มใจ และสู่สภาวะเป็นความเข้าใจเกิดขึ้น
ในทัศนะของข้าพเจ้าเอง...
มองว่าการพัฒนางานประจำด้วยการนำวิธีการทางการวิจัยมาใช้นั้น คือ การฝึกฝนและขัดเกลาจิตใจตนเองให้ได้เรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาอันเป็นทุกข์ที่เกิดจากหน้างานมาวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุที่มาที่ไป ระดับความรุนแรงและความสำคัญของปัญหาว่ามีมากน้อยเพียงใดและหากแก้ไขได้แล้วนั้นจะนำไปสู่คุณค่าความสำคัญอย่างไรบ้าง (ความเป็นมาและความสำคัญ) มาผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้า (ทบทวนวรรณกรรม) และนำมาสู่การวางแผนการแก้ไขหรือศึกษาเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหานั้น (ระเบียบวิธีวิจัย) จากนั้นได้ฝึกฝนตนเองในการพิจารณาพิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้ว่าสามารถนำมาสู่การเชื่อมโยงในงานหรือสามารแก้ไขปัญหาในงานของเรานั้นได้อย่างไร ... (ผลการวิจัย)
หากเราฝึกฝนอย่างเป็นระบบเช่นนี้ไปเรื่อยๆ...วิธีการคิดของเราจะเป็นเหตุและเป็นผล นำไปสู่การเกิดเป็นความเข้าใจในปัญหาต่างๆ ในชีวิตของเราได้มากขึ้น
ที่สุดเมื่อปัญหาเข้ามากระทบในชีวิต...
เมื่อนั้นกระบวนการคิดอันเป็นระบบเช่นนี้จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นนิสัยอย่างเป็นอัตโนมัติมากขึ้น
แล้วเราจะเกิดเป็นความรู้สึกว่า ทุกข์ที่ว่าทุกข์จากการทำงานจะมีหนทางออกหรือหนทางแห่งการแก้ไขอยู่เสมอ
หากว่าเราไม่เข้าใจในกระบวนการวิจัยอย่างแท้จริง จะทำให้เราไปติดกับดักของชีวิตอยู่ตรงระดับความสุขแรกของชีวิต คือ ทำวิจัยเพื่อหวังผล เช่น ตีพิพม์เผยแพร่ ได้รับรางวัล ได้รับความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ... ซึ่งหากเราตั้งต้นไว้อย่างนี้ จะทำให้ชีวิตแห่งการได้ฝึกฝนตนเองผ่านวิธีการคิดแบบวิจัยจะไม่ก้าวหน้า...
หัวใจเราจะอ่อนโยนลงได้ยาก...
ปล่อยชีวิตหมุนวนกลับไปกลับมา ดั่งกระแสน้ำที่ไหลวนอยู่ในอ่าง...
ดังนั้น...ในกระบวนการ R2R นั้นหากเราน้อมใจลง เราจะเกิดการเรียนรู้อย่างมาก และเราจะรู้สึกสนุกในการทำงาน ในการทำวิจัย ในการพัฒนางาน เพราะที่สุดแล้วเราจะเกิดเป็นการพัฒนาในตนเอง อันเป็นการพัฒนาในมิติแห่งจิตวิญญาณที่ผ่านกระบวนการเกิดทางปัญญาเกิดขึ้นในตัวเรานั่นเอง
...
๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔
เรียบง่ายไม่เคร่งเครียด แก้ปัญหาและพัฒนา....สุขที่ตัวตน กระทบคนรอบข้างด้วยสุข R2R
หากเราสามารถร่วมกันพัฒนาผู้คน...อันยังมีวิถีแห่งการงานนี้อยู่ให้เกิดเป็นสภาวะแห่งความร่มเย็นในจิตใจอันผ่านการเกิดกระบวนการทางปัญญาในชีวิตของเขาได้นี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดี...และช่วยโลกเราให้เกิดเป็นความร่มเย็นได้มากขึ้นนะคะ...
...
ขอบพระคุณค่ะ
Source: None via Wholisticwomen on Pinterest
ขอบคุณคะ ชัดเจนและอ่อนโยน :-)
ขอบคุณครับ
นั่งฟังอาจารย์ข้างล่างเวที
ช่างเหมือนชีวิตการเดินทางของผมมากครับ
นับตั้งแต่บรรทัดแรก
จนถึงบรรทัดสุดท้ายครับ
ขอบพระคุณค่ะ...อ.จัน...
ความสุขเกิดปรากฏทุกพื้นที่ของโลก ...ด้วยหัวใจเราค่ะ
...
ความเพียรในการฝึกฝนตนผ่านวิถีชีวิต...วิถีการงาน...
ทำให้หัวใจนี้นอบน้อม อ่อนโยนขึ้นค่ะ
...
ขอบพระคุณค่ะ อ.
(^__^) ชัดไหมคะ...ทิมดาบ
รอยทางแห่งชีวิตและจิตใจค่ะ
อ่านแล้วปีติสุขค่ะ