การพูดคุยในวันนี้ ผู้เขียนได้เสนอแนะว่า แม้พะเยาจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่มีน้ำท่วมในพื้นที่ แต่เราต้องลงไปช่วยเพราะเป็นพี่น้องไทยด้วยกันหรือเป็นมนุษย์ร่วมประเทศ-ร่วมโลกเดียวกัน หากมองให้ดีแล้วภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทยทั้งหมด เมื่อศูนย์กลางทุกอย่าง(กรุงเทพฯ)ถูกน้ำท่วม ย่อมกระทบถึงคนพะเยาด้วยไม่มากก็น้อย และเหตุการณ์ครั้งนี้มันสะท้อนปัญหาอะไรในสังคมบ้าง? และปัญหาครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับคนพะเยาอย่างไร...เมื่อถูกภัยพิบัตินี้เกิดขึ้นกับคนพะเยา?

    

      วันนี้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา  เชิญประชุมเตรียมการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ณ ห้องประชุมจอมทอง ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดพะเยา

     คุณราณี วงศ์ประจวบลาภ พมจ.พะเยา คนใหม่ ได้แจ้งว่าวันที่ ๒๑ ตุลาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า ทางคณะรัฐมนตรี (๒๕๒๘) จึงกำหนดให้เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ดังนั้นจึงได้จัดงานโดยมีหัวข้อว่า "หนึ่งทศวรรษ ปีอาสาสมัครสากลกับอนาคตอาสาสมัครไทย" โดยมีเป้าประสงค์หลักในการระดมทุนในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและกองทุนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา

 

     จากการพูดคุยกันในที่ประชุม มีผู้คนจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งล้วนแล้วเป็นจิตอาสา ไม่ว่าจะเป็นสโมสรโรตารี หอการค้า มหาวิทยาลัยพะเยา วิทยาลัยพยาบาล ชมรมลูกสาวพ่อขุน สภากาชาติจังหวัด สตรีศรีงำเมือง กรมสุขภาพจิต แรงงานจังหวัด สถานพินิจเด็กและเยาวชน ฯลฯ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และได้เสนอแนะแนวทางหลาย ๆ ประการ เป็นที่น่าสนใจยิ่ง

 

     รูปแบบในงานวันที่ ๒๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้ ที่ประชุมได้กำหนดรูปแบบของงาน และมอบภาระกิจให้ไปคราว ๆ เพื่อการนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป (วันพุธที่ ๑๙) ดังนี้

  1. ตอนเช้า มีการบิณฑบาตรับเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อไปช่วยพี่น้องที่ถูกน้ำท่วม โดยมอบหมายให้ผู้เขียนไปกำหนด-ประสานงานพิธีสงฆ์

  2. มีการเดินรณรงค์ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีและเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงภัยพิบัติร่วมกัน โดยมอบหมายให้วิทยาลัยพยาบาลประสานงาน

  3. เต๊นรับบริจาค ทั้งเงินและสิ่งของ มอบหมายให้เสมียนตราจังหวัดและเหล่ากาชาติไปประสานงาน

  4. เวทีเสวนา ให้ความรู้ มอบหมายให้ YMCA ไปวางรูปแบบ

  5. ทำหนังสือถึงส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับไปดำเนินการ

  

     การพูดคุยในวันนี้ ผู้เขียนได้เสนอแนะว่า แม้พะเยาจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่มีน้ำท่วมในพื้นที่ แต่เราต้องลงไปช่วยเพราะเป็นพี่น้องไทยด้วยกันหรือเป็นมนุษย์ร่วมประเทศ-ร่วมโลกเดียวกัน หากมองให้ดีแล้วภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทยทั้งหมด เมื่อศูนย์กลางทุกอย่าง(กรุงเทพฯ)ถูกน้ำท่วม ย่อมกระทบถึงคนพะเยาด้วยไม่มากก็น้อย และเหตุการณ์ครั้งนี้มันสะท้อนปัญหาอะไรในสังคมบ้าง? และปัญหาครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับคนพะเยาอย่างไร...เมื่อถูกภัยพิบัตินี้เกิดขึ้นกับคนพะเยา?

 

     อย่างไรก็ตาม การเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ คณะสงฆ์พะเยาได้ร่วมทำกิจกรรมหลายอย่างไม่ใช่น้อย เช่น

     ๑.วันออกพรรษา ทางมหาเถรสมาคมได้ให้วัดทุกวัดในประเทศไทยกว่า ๓ หมื่นวัดได้ระดมทุนเพื่อช่วยน้ำท่วม ส่วนจังหวัดพะเยาจำนวน ๔๓๘ วัด ทางเจ้าคณะจังหวัดพะเยา ได้กำหนดให้ทุกวัดได้เทศน์ชักชวนประชาชนทำบุญและให้นำเงินกัณฑ์เข้าร่วมบริจาค เท่าที่ทราบวัดศรีอุโมงค์คำได้ ๗,๐๐๐ กว่าบาท, วัดไชยอาวาสได้ ๕,๐๐๐ กว่าบาท, วัดหลวงราชสัณฐาณได้ ๔,๐๐๐ กว่าบาท, วัดศรีโคมคำได้กว่า ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น แล้ว ๔๓๘ วัดรวมกันแล้วจะได้เท่าไหร่.....?

     ๒.วันตักบาตรเทโวโรหณะ ผู้เขียนได้นำเสนอต่อสงฆ์เมื่อวันลงอุโบสถ์ร่วมกัน จนหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดพะเยาได้เสนอขอมติสงฆ์ในที่ประชุมเพื่อขอข้าวสารอาหารแห้งไปร่วมกับส่วนราชการจังหวัดพะเยา ผ่านหอการค้าจังหวัด สโมสรโรตารี่ ฯลฯ...ซึ่งให้ อสม.,กาชาติ, อาสาสมัคร ฯลฯ ได้ช่วยกันคัดแยกได้เป็นจำนวนมาก

     ๓.ส่วนคณะสงฆ์อำเภอรอบนอก เช่น คณะสงฆ์อำเภอแม่ใจ ก็ได้รวบรวมและได้ออกไปแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยตนเอง ซึ่งได้กระจายกันไปในทุกภาคส่วน เป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง

      ๔.หลังออกพรรษา ได้มีพระสงฆ์ในจังหวัดพะเยาได้ช่วยกันระดมทุน เช่น  บางวัดจัดงานสลากภัตช่วยน้ำท่วม บางวัดจัดกฐินช่วยน้ำท่วม บางวัดจัดผ้าป่าช่วยน้ำท่วม ฯลฯ มีการนำประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น เทศกาลทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ให้เข้ากับเหตุการณ์อย่างลงตัว น่าอนุโมทนาและเป็นตัวอย่างที่ให้กับสังคมโดยส่วนรวม

 

     อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้กล่าวในที่ประชุมอีกว่า ในเรื่องที่พระสงฆ์จะพอทำได้อีกแนวทางหนึ่งก็คือการพูด หรือการเทศนาธรรมเพื่อเตือนสติให้กับสังคม นอกจากการให้ธรรมะเป็นหลักในการดำเนินชีวิตแล้ว ยังต้องให้คำแนะนำหรือเป็นผู้คอยให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัยให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรค์ต่าง ๆ ต่อไปอย่างรู้เท่าทัน มีสติและปัญญา