จดหมายถึงครู   วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ กราบสวัสดีค่ะครู ตื่นมาแล้วเหมือนได้หลับไปนิดเดียว แต่ใช้เวลานอนไปไม่น้อย งัวเงียหนักในหัว ไม่ค่อยลงใจเรื่องงาน กลัว แต่ไม่มีปัญญาจัดการ ศีลข้อ ๑ ด่าง งานใหญ่แต่ใจติ๋วมองเห็นแต่อุปสรรค อยากจะวิ่งหนี ล่อแหลมผิดศีลข้อ ๒ รับเงินเดือนปกติ แต่ไม่อยากทำงาน แต่ก็บอกตนเองว่า สวดมนต์ไว้ๆ แล้วก็เขียนบันทึกให้กำลังใจตนเอง กำลังจะออกไปวิ่งฝนตก แต่ก็กางร่มออกไปเอาขยะไปทิ้งแล้วกลับมาเดินเคลื่อนไหว หุงข้าว ตั้งใจไปวัด ระลึกถึงคำครูว่า “ทาน ศีล ภาวนา” ให้ทำคู่กันไป ศีล สมาธิ ปัญญา คือ ทางเดินดั่งคำกล่าวของหลวงปู่ วันนี้เช้าฟังบรรยายบ่าย ประชุมกลุ่ม แผนงาน CMS ภาคอีสาน เช้าพอมีเวลาจึงเขียนบันทึกทิ้งไว้ โรงแรมไม่มีเน็ตเลิกงานหกโมงกว่าค่อยได้นำขึ้น  บ่ายประชุมกลุ่มพอได้คุยก็รู้สึกสบายใจ ผ่อนคลายมากขึ้น งานที่ตั้งใจทำ จะถูกนำเข้าแผน บอกไม่ถูกค่ะ ตอนทำแบบไร้รูปแบบรู้สึกสบายใจ พอต้องมีแผนหรือต้องรับผิดชอบโครงการใจรู้สึกกังวลเพราะคิดว่า มันคือภาระ จนต้องเอ็ดตนเองว่า อย่าเห็นแก่ตัวนักซิิ ทำงานให้คุ้มค่าภาษีประชาชนหน่อย จึงค่อยเบาลง     เลิกประชุม หกโมงกว่า เตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้จึงรอเติม ngv นานเหมือนกันค่ะ เกือบๆชั่วโมงแต่ไม่อะไรเพราะสวดมนต์ตลอด ใจนิ่งขึ้น สวดๆฝนตกหนักมาก. ๆกว่าจะได้เติมก็เกือบๆจะชั่วโมงค่ะ ด้วยความที่ฝนตกหนักน้ำท่วมถนน เอ่อ วิ่งริมๆไม่ได้เลย ถนนมีน้ำเป็นระยะ. ๆถนนหน้าหมู่บ้านตรงพวงเพชรก็ท่วมแต่ที่นี่ท่วมทุกทีที่ฝนตกนานๆ กลับเข้ามาบ้าน อัพข้อมูล เข้า g2k. อาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน วันนี้รู้สึกทุกข์มากประมาณถ้าปล่อยให้มันร้องไห้น้ำตาคงมากมาย แต่นี่รีบทำความรู้ตัวมองเล็งที่ลมหายใจ อืมได้ผลค่ะ ศีลข้อ๑ วันนี้เบียดเบียนตนด้วยใจ. ไม่ได้ขโมยใคร แถมอยู่เข้าร่วมงานจนเสร็จ ไม่ได้ยุ่งแฟนใครศีลข้อ ๓ไม่ด่างพร้อย ไม่ได้โกหก แต่ยังพูดไม่ได้ดั่งใจคิด ข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้า