ตอนไปเที่ยว Ferry Building ที่ ซาน ฟรานซิสโก คุณอัญชลีชี้ให้ดูคิวยาวรอซื้อกาแฟ Blue Bottle หลายคิว ที่อาคารนั้น และบอกว่านี่คือกาแฟที่คนเล่าลือว่าเป็นเลิศ ผมก็ถ่ายรูปเอามา เป็นที่ระลึก โดยไม่ได้คิดว่าจะไปเข้าคิวรอลิ้มรสกับเขาบ้าง ผมไม่บ้ากาแฟถึงขนาดนั้น
กลับมาเมืองไทยได้เกือบสัปดาห์ จึงพบบทความเรื่อง Caffeine from Olympus : Inside the chain that might make the best cup of coffee you've ever drunk ในนิตยสาร Fortune ฉบับวันที่ ๒๖ ก.ย. ๕๔ จึงคิดใหม่ ว่าผมน่าจะได้ลองไปเข้าคิวซื้อกาแฟนี้มาลิ้มรสกับเขาบ้าง ว่ามันเลิศเลอแค่ไหน
แต่จริงๆ แล้วผมไม่สนใจกาแฟเท่ากับสนใจว่า ความคิดสร้างสรรค์ไปสู่นวัตกรรมที่แตกต่าง มันมีโอกาสไม่จำกัดจริงๆ อยู่ที่เราเห็นโอกาสนั้นไหม และเห็นแล้วทำให้มันเป็นจริงได้หรือไม่ และสำคัญที่สุด ทำได้แล้วคนอื่นเห็นคุณค่าหรือไม่ การตีคุณค่า สุดท้ายอยู่ที่คนอื่น ไม่ใช่ตัวเรา แต่ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา
อ่านบทความนี้แล้ว ผมตีความว่าจุดเด่นของกาแฟ บลู บ็อทเทิ่ล คือ "ความประณีต" เอาใจใส่รายละเอียดทุกจุดสำคัญของคุณภาพกาแฟ ตั้งแต่ กำหนดว่าต้องปลูกแบบ ออร์แกนิก เท่านั้น เลือกเมล็ดกาแฟ แยกพันธุ์ ให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะเอาพันธุ์อะไร ปลูกที่ไหน ใต้ร่มต้นไม้อะไร ใครเป็นผู้เก็บเมล็ด เมล็ดกาแฟต้องคั่วใหม่ ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง และกรรมวิธีกลั่น-กรองเอาน้ำกาแฟ ออกมาก็ทรงประสิทธิภาพ ใช้เวลา ๕ นาที คนซื้อเข้าใจคุณค่าความประณีต จึงยินดีรอ การรอกลายเป็นส่วนหนึ่งของความชื่นใจเมื่อได้ลิ้มรส ตรงกันข้ามกับความรีบร้อนในสังคมปัจจุบัน
สินค้าที่ ย้อนหรือสวนทางกับความจำเจ สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ได้เสมอ แต่หากแปลกแต่ ไม่ดีก็ไม่อยู่ยง นอกจากความแปลกใหม่แล้ว ยังต้องมีคุณภาพและคุณค่าที่แท้จริงด้วย
ผมได้เรียนรู้ว่า ความแปลกใหม่ของการเสพ (consume ในกรณีนี้คือเสพกาแฟ) สร้างสรรค์ได้ ไม่รู้จบ โดยการสร้าง (produce) ที่คิดค้นใหม่ แหวกแนวไปจากเดิม
ทำให้หวนกลับมาคิดเข้าตัว หรือด้านในของตนเอง และของผู้คนทั่วๆ ไป ที่น่าจะมีการสร้าง ความแปลกใหม่ในการ "ออกกำลังฝึกฝนจิตใจตนเอง" ให้มีความร่าเริงเบิกบานอยู่ในท่ามกลางโลกียะ โดยไม่ถูกทำให้ชอกช้ำหรือเกิดบาดแผล ไม่เกิดอิฏฐารมณ์ หรืออนิฏฐารมณ์ แบบฝึกหัดนี้ผมกำลัง ฝึกอยู่ แต่ดูจะก้าวหน้าไม่มาก
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ก.ย. ๕๔
น่าทานค่ะ แต่กาแฟออแกนิคไม่ว่าที่ไหนก็หาทานยากนะค่ะ ของไทยก็ไม่ค่อยจะมี