พม่าประกาศจะปล่อยนักโทษหลายพันคนในการนิรโทษกรรมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจำนวนหนึ่งในนักโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวเป็นนักโทษการเมืองที่ถูกจำคุกเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนทำงานด้านสิทธิไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวนี้เท่าไรนัก เพราะแผนการชั่วคราวในครั้งนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในเชิงนโยบายแต่อย่างใด
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลพม่าได้ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าทางการเตรียมปล่อยตัวนักโทษจำนวน 6,359 คน ซึ่งถือว่าเป็นนักโทษที่มีความประพฤติดี และยังได้กล่าวอีกว่าขณะนี้ทางการได้เตรียมรายชื่อของนักโทษที่จะถูกปล่อยตัวดังที่กล่าวไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการให้รายชื่อในการรายงานข่าวแต่อย่างใด
หนังสือพิมพ์ New Light of Myanmarฉบับวันอังคารที่ผ่านมา (11 ตุลาคม 2554) ก็ได้ลงข่าวว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนพม่าร้องขอนายเต็ง เส่ง (Thein Sein) ให้ปล่อยตัวนักโทษทางความคิด (prisoners of conscience) ส่วนเมื่อวันจันทร์ (10 ตุลาคม 2554) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของนอร์เวย์เองก็ได้ให้สัมภาษณ์ใน ว้อยว์ ออฟ อเมริกา (VOA) ว่า พล.อ.ตูระฉ่วยแมน (Thura Shwe Mann) โฆษกประจำรัฐบาลพม่าได้ยืนยันแล้วว่านักโทษการเมืองจะถูกปล่อยตัวในครั้งนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม กระแสวิพากษวิจารณ์ในเรื่องนี้ยังคงมีต่อไป เช่น แม้ว่านักโทษทางการเมืองจะถูกปล่อยตัวจริง แต่นั่นก็ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายของทางการแต่อย่างใด เป็นต้น
นายโบ จี (Bo Kyi) โฆษกของสมาคมเพื่อนักโทษการเมืองในประเทศพม่า ได้กล่าวว่า แม้นักโทษการเมืองจะถูกปล่อยตัว แต่หากรัฐบาลพม่าปฏิเสธที่จะรับรองความมีอยู่ของสถานะนักโทษทางการเมือง และปล่อยพวกเขาในสถานะนั้นแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะยังมีคดีอาญาติดตัวอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้นักกฎหมายที่ถูกจับเพราะต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยก้อาจจะไม่สามารถทำงานด้านกฎหมายได้อีกต่อไป หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ถูกจำคุกเนื่องจากประท้วงรัฐบาลก็อาจจะไม่สามารถศึกษาต่อได้ในความเป็นจริง ซึ่งทางสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาเองก้ควรที่จะพิจารณาสิ่งที่รัฐบาลพม่ากล่าวให้ดีๆ และอาจจะต้องระมัดระวังในการตีความต่อสิ่งที่รัฐบาลพม่ากล่าวอีกด้วย
นายโบ จี ยังกล่าวอีกว่า แผนการนิรโทษกรรมในครั้งนี้น่าจะเป็นไปเพื่อให้ประเทศต่างๆ พิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศพม่า และยังเพื่อให้พม่าได้รับการสนับสนุนให้เป็นประเทศเจ้าบ้านในการจัดประชุมอาเซียนในปี พ.ศ.2557 เท่านั้นเอง ซึ่งแม้ว่าแผนการนิรโทษกรรมจะถูกประกาศออกไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาพบว่านักเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงถูกดำเนินคดี และนักข่าวที่จำคุกเนื่องจากถ่ายภาพการระเบิดในเมืองย่างกุ้งก็ยังถูกเพิ่มโทษจำคุกอีก 10 ปี
และสุดท้าย เมื่อวันจันทร์ (10 ตุลาคม 2554) นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ (Kurt Campbell) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้กล่าวถึง “การพัฒนาที่รวดเร็วเกินคาด” พม่า ว่า ทางสหรัฐฯ พร้อมที่จะเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์กับประเทศพม่าและยังคงเกาะติดสถานการณ์นี้อยู่อย่างระมัดระวังและใกล้ชิด ซึ่งการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหลายขั้นตอนที่สหรัฐฯ อยากเห็นการความเปลี่ยนแปลงจากประเทศพม่า
....................................................
ข่าวลงวันที่ 11 ตุลาคม 2554
และสามารถตามอ่านบทความต้นฉบับภาษอังกฤษได้ที่นี่ http://www.voanews.com/english/news/Burmas-Prisoner-Release-Plan-Met-With-Caution-131514143.html
และติดตามอ่านข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
- “Amnesty in Myanmar: real change or a pleasing gesture?”, Moni Basu, CNN, 12 October 2011 (http://edition.cnn.com/2011/10/11/world/asia/myanmar-prisoner-release/)
- “Humanitarian Amnesty for 6,300 Prisoners in Burma”, Associated Press, Rangoon, 12 October 2011
**หมายเหตุ** บทความภาษาไทยเป็นเพียงการสรุปสาระสำคัญของบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษเท่านั้น มิใช่การแปลคำต่อคำอย่างสมบูรณ์