คนส่วนใหญ่มักมีนิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง อาจเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น นิสัยที่เกียจคร้าน , ไม่มีเป้าหมายในชีวิต , ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน , ขาดความเพียรพยายาม ฯลฯ แต่ตรงกันข้ามกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขามักเป็นคนที่มีเป้าหมายแล้วรีบลงมือทำทันที บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะไม่ปล่อยเวลาในแต่ละวันให้ผ่านไป เขาจะใช้มันอย่างคุ้มค่า เสมือนประหนึ่งว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต

วันนี้…มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)

www.drsuthichai.com

                คนส่วนใหญ่มักมีนิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง อาจเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น นิสัยที่เกียจคร้าน , ไม่มีเป้าหมายในชีวิต , ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน , ขาดความเพียรพยายาม ฯลฯ

                แต่ตรงกันข้ามกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขามักเป็นคนที่มีเป้าหมายแล้วรีบลงมือทำทันที บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะไม่ปล่อยเวลาในแต่ละวันให้ผ่านไป เขาจะใช้มันอย่างคุ้มค่า เสมือนประหนึ่งว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต

                อย่าผัดวันประกันพรุ่ง แต่ถ้าหากคุณคิดว่า งานที่คุณจะทำนั้นใหญ่เกินกว่าจะทำวันนี้ให้เสร็จท่านควร แบ่งงานใหญ่ๆให้เล็กลง เช่น ถ้าหากต้องการเขียนนิยายสักเล่ม ท่านควรแบ่งเป็นบทๆ หรือ เป็นตอนๆ ก็จะทำให้ท่านรู้สึกง่ายขึ้นในการทำงานในแต่ละวัน และควรวางแผนการทำงานในแต่ละวันให้เป็นระบบ ไม่ปล่อยงานให้ค้างไว้หรือทำแบบครึ่งๆ กลางๆ  เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียของช่วงเวลาที่คุณทิ้งงานค้างไว้แทนที่จะทำให้เสร็จ อีกทั้งหากต้องมาทำในครั้งต่อไปท่านต้องมาทบทวนและเรียกอารมณ์ในการทำงานใหม่

                  การฝึกนิสัยการทำงานให้วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญและมีค่ามากที่สุด จึงเป็นสิ่งที่ควรทำหากว่าท่านต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยเฉพาะชีวิตในการทำงาน ท่านสามารถฝึกได้ดังนี้

                1.มีเป้าหมาย ท่านต้องมีการวางเป้าหมายของชีวิตว่าตนเองต้องการอะไรอย่างแท้จริงในชีวิต มีการวางเป้าหมายระยะยาว ระยะกลางและระยะสั้น  อีกทั้งควรวางแผนการทำงานเป็นรายวันด้วย ว่าวันหนึ่งๆ ท่านจะต้องทำอะไรบ้าง โดยต้องรู้จักลำดับความสำคัญของงาน ว่างานไหนสำคัญ งานไหนเร่งด่วน งานไหนสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน งานไหนไม่สำคัญแต่เร่งด่วน เป็นต้น

                2.วางแผน การวางแผนจะทำให้เราเห็นภาพว่าในแต่ละวันเราจะทำงานอะไรได้บ้าง จงวางแผนงานที่ทำ อีกทั้งควรที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ ในการวางแผน เช่น มีสมุดไดอารี่ , มีสมุดบันทึก ปากกาพกติดตัวเป็นประจำ หากว่าเกิดความคิดดีๆ หรือสิ่งที่ต้องการทำจะได้บันทึกลงไปในไดอารี่  หรือสมุดบันทึก เพื่อป้องกันการลืม และอีกทั้งช่วยให้การวางแผนงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

3.ต้องฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ให้ “ ททท. หรือ ทำทันที ”  บุคคลที่ประสบความสำเร็จ เมื่อเขามีเป้าหมาย เขามีการวางแผนแล้ว เขาก็จะไม่รีรอเขาจะลงมือทำทันที เขาจะไม่รอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่น เขาจะลงมือทำทันที ทั้งๆที่ยังไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นมาอีกมากมายหรือไม่

4.เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน บุคคลที่ประสบความสำเร็จ เขาจะมีความคิดที่บวก มีความรับผิดชอบต่องานของตน เขาจะลบคำพูดที่ว่า “พรุ่งนี้ค่อยทำ” แล้วเปลี่ยนเป็น “ต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้”

5.สร้างนิสัยใหม่โดยอาศัยความเพียรกับความสม่ำเสมอ บุคคลที่มีความเพียร มักจะไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เขาจะใช้เวลาทุกๆ นาทีให้เกิดความคุ้มค่า ความเพียร ไม่ได้หมายถึง การทำงานหนักในช่วงแรกแล้วพักเหนื่อยในช่วงหลัง แต่บุคคลที่มีความเพียรจะเป็นคนที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุด จนงานนั้นๆเสร็จสิ้นไป นักเขียนบางท่านที่ประสบความสำเร็จมีผลงานการเขียนมากมาย เขาเพียงแต่ใช้เวลาระหว่างการรอการเดินทาง การรอภรรยาทำอาหารเพียงวันละ 15 – 20 นาที โดยการทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆวัน จนเป็นนิสัย จึงสามารถสร้างผลงานออกมาอย่างมากมาย

6. ฝึกสร้างความกระตือรือร้นในการทำงาน คนที่ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง ไม่เฉื่อยชา มักเป็นคนที่มีพลังในการทำงาน เขาจะเป็นคนที่มีความขยันขันแข็งในการทำงาน อีกทั้งความกระตือรือร้น มักทำให้ผู้ตามหรือผู้ร่วมงาน เกิดแบบอย่างที่ดี อยากที่จะปฏิบัติตามและอยากร่วมทำงานด้วย

จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการทำงานหรือการดำเนินชีวิตในวันนี้ให้ดีที่สุดจะมีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้ และถ้าหากว่าเราทำงานวันนี้ให้ดีที่สุดในทุกๆวัน ก็จะทำให้วันพรุ่งนี้ วันมะรืนนี้ วันมะเรื่องนี้ และอนาคตของเราจะดีตามไปด้วย

ดังนั้น จงฝึกการวางเป้าหมายในชีวิต จงฝึกการวางแผนการทำงานในแต่ละวัน จงฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง จงฝึกเปลี่ยนความคิดและคำพูด จงฝึกสร้างนิสัยใหม่และจงฝึกสร้างความกระตือรือร้นในการทำงาน