แม้ประเด็นที่สองไม่ได้รับการตอบสนอง แต่ประเด็นแรกที่ผู้เขียนเสนอไป ได้รับการตอบรับ ก็นับว่าได้ผลและเป็นกาละที่เหมาะสม เร่งด่วน ที่ชาวไทยทุกคน จะได้ร่วมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยที่มีต่อกันอย่างไม่ขาดสาย

    

      วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาทางจังหวัดพะเยา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา ได้เรียกคณะกรรมการจัดงานโครงการส่งเสริมการตักบาตรเทโวโรหณะ เฉลิมพระเกียรติ (๗ รอบ) ขึ้นในวันที่ ๑๓ ตุลาคมที่จะถึงนี้โดยมีคณะกรรมการ ๒ ฝ่ายคือฝ่ายสงฆ์และฝ่ายคฤหัสถ์ รวม ๓๓ รูป/คน  ณ หอไตรฯ วัดศรีโคมคำ ซึ่งประเด็นที่พูดกันวันนั้นคือ "กำหนดการ" จะเอาอย่างไร?

 

     การประชุมวันนั้น ผู้เขียนได้เสนอใน ๒ ประเด็นหลักคือ

 

          ประเด็นที่หนึ่ง การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เราจะนำผลของการดำเนินกิจกรรมไปช่วยแบ่งเบาภาระกิจของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภาวะน้ำท่วมได้อย่างไร?

     ผลการประชุมที่ออกมา เป็นแนวทาง ดังนี้

 

  • ฝ่ายพระสงฆ์             

     ๑)เห็นควรเสนอประธานสงฆ์ในวันนั้นให้ขออนุญาตสงฆ์ให้นำข้าวสาร อาหารแห้งพร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคจากการได้มาจากบิณฑบาตเป็นมหาทานสู่มหาชนคนประสบภัยน้ำท่วม

     ๒)ให้มีการเทศน์ขอรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัย

    ๓)ปฏิบัติตามกิจกรรมตามคำสั่งมหาเถรสมาคมที่ระดมทรัพยากรตามศักยภาพเข้าไปช่วยเหลือ  ฯลฯ

 

  • ฝ่ายคฤหัสถ์

     ๑)เห็นควรประสานงานเทศบาลเมืองพะเยาช่วยประกาศให้ประชาชนใส่บาตรด้วยข้าวสารอาหารแห้ง

     ๒)ให้มีการตั้งโต๊ะรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือ

     ๓)สโมสรโรตารี่พะเยาร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยาจัดดนตรีช่วยเหลือ   ฯลฯ

 

   การปฏิบัติภาระกิจอื่นใด ที่ป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ก็ขอให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยเหลือกันอย่างเต็มความสามารถ

 

     ประเด็นที่สอง การจัดกิจกรรมตักบาตรเทโวโรหณะ มีแต่ตักบาตรข้าวปลาอาหาร แต่คนพะเยาน่าจะสร้างสรรค์หรือต่อยอดโดยการประดิษฐ์ประเพณีนี้ให้มีสีสันขึ้นมาใหม่ เช่น บางจังหวัดตักบาตรดอกไม้ บางพื้นที่ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นต้น จนเป็นเอกลักษณะเฉพาะของคนพะเยาได้อย่างไร?

     มีคนเสนอเป็นตักบาตรหนังสือ เพื่อนำหนังสือไปมอบให้กับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่มีความต้องการและความจำเป็น

 

    เป็นที่น่าเสียดาย วัฒนธรรมจังหวัดบอกว่า เอาไว้โอกาสหน้าหรือให้เป็นประเพณีต่างหาก ทั้ง ๆ ที่มีสถานภาพและโอกาสที่จะปรับเปลี่ยน สร้างสรรให้มีให้เกิดขึ้นในยุคนี้... ก็ปล่อยวันเวลาผ่านไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง

 

     แม้ประเด็นที่สองไม่ได้รับการตอบสนอง แต่ประเด็นแรกที่ผู้เขียนเสนอไป ได้รับการตอบรับ ก็นับว่าได้ผลและเป็นกาละที่เหมาะสม เร่งด่วน ที่ชาวไทยทุกคน จะได้ร่วมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยที่มีต่อกันอย่างไม่ขาดสาย

    ข้อคิดในวันนี้ที่น่าสนใจคือ คนไทยมีความคิดดี ๆ มากมาย แต่การประยุกต์ใช้ยังใช้งานไม่ดีพอ การทำงานยังมีระบบหน้าตา ไม่เข้าใจในกระบวนการ-การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง และที่สำคัญระบบราชการยังถือว่าตนเองเป็นเจ้าของระบบ มากกว่าจะถือว่าประชาชนเป็นเจ้าของ จึงทำให้หลายครั้งเราพลาดโอกาสดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง