วารสาร Science ฉบับวันที่ ๙ ก.ย. ๕๔ ตีพิมพ์เรื่อง Boosting Health Services Research เขียนโดย Robert Cook-Deegan   บอกว่า เมื่อปี ค.ศ. ๒๐๐๐ องค์การอนามัยโลกจัดทำ ranking บริการสุขภาพของโลก  สหรัฐมาเป็นอันดับที่ ๓๗   ยิ่งอันดับด้าน “system attainment and performance” ยิ่งลงไปอยู่ที่อันดับ ๗๒   ที่ได้อันดับ ๑ คือ expenditure per capita   ตีความได้ว่าบริการสุขภาพของสหรัฐแพง ไม่ครอบคลุม ไม่เป็นธรรม และไม่มีประสิทธิภาพ

 

          ตีความอีกทีได้ว่าระบบสุขภาพอเมริกันต้องการการปรับปรุงหรือปฏิรูป   ซึ่งต้องมีการวิจัยระบบสนับสนุนการปฏิรูปนั้น 

          หน่วยงานที่รับผิดชอบการวิจัยระบบสุขภาพคือ AHRQ (Agency for Healthcare Research and Quality)  กับ CDC (Centers for Disease Control and Prevention)

          ในปี ค.ศ. ๑๙๘๙ มีการจัดตั้ง AHCPR (Agency for Health Care Policy and Research)   ซึ่งได้กลายเป็นองค์กรพิการและโดนตัดงบประมาณจนในที่สุดต้องเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนหน้าที่   เป็น AHRQ ที่ในปี ๒๐๐๘ มีงบประมาณสนับสนุน health services research เป็นเงิน ๓๓๕ ล้านเหรียญ

          บทความนี้บอกว่าเงินสนับสนุน health services research ของสหรัฐมาจาก ๓ ทาง คือ NIH 1 พันล้านเหรียญ  Robert Wood Johnson Foundation 523 ล้านเหรียญ  และ AHRQ 335 ล้านเหรียญ   ทำให้มีเงินวิจัย health services research ปีละ 1.9 พันล้านเหรียญ   คิดเป็นร้อยละ 4 ของ health research ทั้งหมด  เป็นร้อยละ 0.19 ของงบประมาณด้านสุขภาพของรัฐบาลกลาง   หรือร้อยละ 0.07 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของทั้งประเทศ 

          เขาบอกว่าเป้าหมายในอนาคตคือจะเพิ่มงบประมาณ health services research จนเป็นร้อยละ 1 ในระยะยาว   เพื่อใช้ผลการวิจัยยกระดับคุณค่าของเงินงบประมาณส่วนที่เหลือ ร้อยละ 99 ของเงินที่รัฐบาลกลางสนับสนุนบริการสุขภาพ

          น่าอนาถใจที่ระบบสุขภาพอเมริกันมีการเมืองเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจมาครอบงำจนหน่วยงานวิจัยเพื่อสร้างความรู้และความโปร่งใสของระบบถึงกับล้มลุกคลุกคลาน   ไม่สามารถทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพได้อย่างแท้จริง

          เมื่อเทียบกับ สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสุขภาพ) ของไทย  เราอยู่ในฐานะดีกว่ามาก  คือเราใช้เงินน้อยมากในการวิจัยระบบสุขภาพ ที่ผ่าน สวรส. ประมาณปีละ ๕๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศประมาณปีละ ๔ แสนล้านบาท   คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.000000125   แต่การวิจัยเหล่านี้ส่งผลพัฒนาระบบสุขภาพอย่างมากมาย   ระบบสุขภาพของไทยได้รับคำชมเชยไปทั่วโลก ว่าเป็นระบบที่ครอบคลุม มีความเป็นธรรมสูง และมีคุณภาพ   ที่สำคัญใช้เงินน้อย 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ย. ๕๔
สนามบินนาริตะ โตเกียว