ปริศนาแห่งดวงจันทร์

 

เรื่องราวของกระต่ายบนดวงจันทร์สำหรับวันนี้เรียกได้ว่าแทบไม่มีใครจะเชื่อเรื่องราวเหล่านั้น แต่ทว่าตำนานก็ยังคงอยู่เช่นเดียวกับดวงจันทร์ที่ยังคงโคจรอยู่โลกใบนี้ และนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับดวงจันทร์ดวงกลมโตอยู่ต่อไป

เป็นเวลาหลายพันปีที่มนุษย์คุ้นเคยกับการที่มีดวงจันทร์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเปรียบเสมือนโคมไฟขนาดใหญ่ที่ช่วยส่องทางในยามค่ำคืนแก่นักเดินทาง เป็นนาฬิกาบอกเวลาให้กับชาวไร่ชาวนา แต่ในทางวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์คือสถานที่แห่งเดียวที่มนุษย์ได้ไปเยือน จากการนับล่าสุดระบบสุริยะจักรวาลมีดวงจันทร์ประมาณ 150 ดวง ดาวดวงอื่นในระบบสุริยะจักรวาลต่างมีดวงจันทร์เป็นบริวารมากมาย แต่มีเพียงโลกเราเท่านั้นที่มีดวงจันทร์ดวงเดียว และเป็นหนึ่งเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์แม่ขนาดใกล้เคียงกันมาก ทำให้นักดาราศาสตร์บางคนถือว่าโลกและดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์คู่ แม้จะใกล้กันมากแต่เมื่อมนุษย์พัฒนาขีดความสามารถขึ้นไปเยือนดวงจันทร์ได้ จึงพบว่ามันคืออีกโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับโลกของเรา มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตราย ไม่มีอากาศ จึงไม่มีสื่อที่จะพาคลื่นเสียงไปได้ และมีแรงโน้มถ่วงต่ำเพียง 1 ใน 6 ของโลก นอกจากจะต้องสวมชุดอวกาศเพื่อป้องกันสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย นักบินอวกาศจากยานอะพอลโลจึงต้องตระหนักอยู่เสมอว่าพวกเขากำลังเดินอยู่บนพื้นผิวอันขรุขระที่อันตรายที่สุด เพราะเพียงแค่ชุดมีรอยขาด รองเท้าชำรุด หรือหน้ากากร้าว เนื่องจากถูกสะเก็ตอุกกาบาตพุ่งเข้าใส่ นั่นอาจหมายถึงชีวิต สะเก็ตอุกกาบาตที่พุ่งเข้าหาพื้นผิวของดวงจันทร์ราวกับเล็งเป้าไว้เป็นอย่างดีนั้น ไม่ใช่เกิดจากการเล็งเป้าหมายแต่เป็นเพราะสภาพของดวงจันทร์ที่ไม่มีชั้นบรรยากาศ เมื่ออุกกาบาตพุ่งเข้ามามันจึงตรงเข้าใส่พื้นผิวทันที และสะเก็ตอุกกาบาตที่พากันพุ่งเข้าใส่ดวงจันทร์อย่างต่อเนื่องกว่า 4,000 ล้านปี จึงทำให้พื้นผิวดวงจันทร์เป็นหลุมเป็นบ่อ

20 กรกฎาคม 1969 นักบินอวกาศของสหรัฐได้ลงเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก พวกเขาลงจอดบนพื้นลาวาที่แข็งตัวและถูกเรียกว่าทะเลแห่งความสงัด พวกเขานำฝุ่นหรือหินจากดวงจันทร์น้ำหนัก 48 ปอนด์กลับมาที่โลกด้วย และเรียกมันว่าเรโกลิธ นักธรณีวิทยารู้ได้ทันทีว่ามันคือหินบะซอลต์ เหมือนอย่างที่พบในฮาวาย แต่มันมีหินอีกชนิดที่เรียกว่า เบร็กเซียส รวมอยู่ด้วย

หินดวงจันทร์ที่เริ่มบอกเล่าเรื่องราวออกมา หินและทรายบ่งบอกว่าดวงจันทร์ถูกปกคลุมไปด้วยลาวามากมายตั้งแต่มันถือกำเนิด เพราะไม่มีสสารระเหยประกอบอยู่เลย นั่นหมายความว่ามันถูกเผามานาน แต่ทฤษฎีกำเนิดของดวงจันทร์ก็ยังคลุมเครือ