"นายทุนสนับสนุน" ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก เป็นเรื่องแนวความคิดที่ถอยหลัง ถอยหลังเรื่อง
การอยู่ร่วมของมนุษย์ การดำรงชีพของมนุษย์ สังคมปัจจุบันคือสังคมวัตถุนิยม ซึ่งแน่นอนต้องมี
"นายทุน" เข้าเกี่ยวข้อง ดังนั้นการถอยหลังเรื่องนี้ต้องขอความสนับสนุนจากนายทุน
ในครั้งพุทธกาลมีเรื่องเล่าสืบทอดว่า สมัยนั้นนายทุน หรือเศรษฐีทั้งหลายมีการคืนกำไร หรือจะเรียกว่าส่วนเกินก็ได้ ให้กับลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งผู้เดือดร้อนทั่ว ๆ ไ ปโดยการสร้าง
โรงทานเป็นที่บำบัดทุกข์บำรุง สุขของผู้ยากไร้
สมัยพุทธกาลมีเรื่องให้ทานกันอย่างนี้นั่นแสดงว่าบรรดานายทุน นายจ้างทั้งหลายมีจิตใจเป็นธรร
พอสมควร ยังรู้จักห่วงใย เพื่อนร่วมเกิด เพื่อนร่วมแก่ เพื่อนร่วมเจ็บ และเพื่อนร่วมตาย ซึ่งถือเป็น
เรื่องสำคัญมิใช่น้อย
ล่วงมาถึงสมัยนี้ระบบวัตถุนิยมกำลังเติบโตสุดขีด บรรดากลุ่มนายทุนทั้งหลายซึ่งมีไม่กี่กลุ่ม ส่วน
บรรดาลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงานมีมากมาย สมัยนี้ไม่มีโรงทาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจิตใจของนายทุน
สมัยใหม่ไม่มีความเป็นธรรม ความเป็นธรรมอาจจะถูกแบ่งปัน ถูกให้คืนที่อยู่ในระบบค่าจ้างก็เป็นได้
จึงไม่มีโรงทานเหมือนครั้งพระพุทธกาล
อย่างไรก็ดีข้อมูลเรื่องนี้จากข่าวสาร ในสังคมก็ยังบอกให้เห็นว่ายังมีช่องว่างเรื่องค่าแรงระหว่าง
นายจ้างกับลูกจ้างอยู่ดี และมีแนวโน้มว่าช่องว่างจะห่างขึ้น นั่นแสดงว่าความเป็นธรรมในเรื่องนี้ยัง
การันตีไม่ได้ว่า "เต็มธรรม" ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของสังคมระบบวัตถุนิยม
ด้วยเหตุที่ความเป็นธรรมไม่ "เต็มธรรม" จึงเกิดแนวคิดของ "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"
ทั้งนี้ต้องการจะให้มีความ "เต็มธรรม" เกิดขึ้น และการจะให้เต็มส่วนหนึ่งต้องอาศัยนายทุน สนับสนุน
โดยการให้ทรัพทย์สิน ที่ดินเพื่อจัดตั้งหมู่บ้าน "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"
กระผมได้นำเสนอแนวคิดให้รัฐบาลบริหารประเทศอย่างเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง คือแบ่ง
สังคมเป็น 2 กลุ่ม คือ "กลุ่มวัตถุนิยม" และ "กลุ่มพอเพียงนิยม" ทั้งสองกลุ่มได้รับการสนับสนุน
ในการบริหารจัดการของรัฐเต็มที่ และสำหรับกลุ่ม "พอเพียงนิยม" ต้องขอความร่วมมือจากนายทุนให้
การสนับสนุนเพิ่มขึ้นด้วย
ในแต่ละจังหวัดรัฐต้องจัดหมู่บ้านพอเพียงอย่างน้อย 1 หมู่บ้าน ซึ่งต้องใช้เนื้อที่หมู่บ้านละไม่น้อย
กว่าจำนวน 100 ไร่ หรือแล้วแต่ประชากรที่จัดไว้ตามความจำเป็น ทั้งนี้เป็นทางเลือกของคนในสังคม
ที่พอใจจะใช้ชีวิตในลักษณะหนึ่งลักษณะใดในสองอย่างนี้ที่เขาชอบ เขาพอใจ การได้มาซึ่งที่ดินหากได้
รับการสนับสนุนจากนายทุนจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น ทั้งนี้นั้งนั้นบรรดาเหล่านายทุนทั้งหลาย
ต้องมีจิตใจเช่นเดียวกับเศรษฐีในครั้งสมัยพุทธกาล
การที่นายทุนทั้งหลายต่างมีจิตใจเหมือนเศรษฐีสมัยพระพุทธกาลนั้น ต้องมีใจศรัทธาต่อการให้ที่
แท้จริง และยังเล็งเห็นว่าการอยู่ร่วมแบบ "ธรรมชาติธรรม" เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้สังคมเกิดความ
สงบสุขที่แท้จริง ทั้งยังมีจิตใจที่จะอยู่ร่วมแบบนี้เป็นทุนอยู่ด้วย คือ ต้องเห็น เพื่อนเกิด เพื่อนแก่
เพื่อนเจ็บ และเพื่อตาย ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นเป็นสำคัญ
ถึงวันนั้นเราจะเห็น "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก" จะเห็น "ธัมมิกสังคมนิยม " และทุกคนจะเห็น
"พระศรีอาริย์" คิดว่าสังคมปัจจุบันกำลังถามหาอยู่เป็นนิจ
สุดท้ายขอเชิญท่านเศรษฐีทั้งมวล ไม่ว่าใน หรือ นอกประเทศช่วยให้ทานสิ่งที่ธรรมชาติธรรมต้อง
การ เพื่อความต้องการของสังคมบางกลุ่มบางส่วน ที่ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สุข และยั่งยืน โดยแจ้ง
ความจำนงผ่าน ผู้ประสานงาน เว็บไซต์ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก ถึงวันนั้นไทยเราเป็นแม่แบบของ
"ธัมมิกสังคมนิยม" อย่างแท้จริง ..สวัสดี
หากท่านสนใจเรื่องอื่น ๆ คลิก http://www.nature-dhrama.com
ตอนนี้มีชุมชนเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตัวเองเป็นตนเองมากมาย
นั้นคือเครือข่าย ชุมชนของชาวอโศกค่ะ
เรียน คุณ บุษรา ครับผมแวะเยี่ยมชมบ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยได้คุย คิดถึงตลอดเวลาครับ
กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ ขอบคุณคุณธรรมทิพย์