เรายังมีความเพียร ความมุ่งมั่น ไม่พอ ไม่พอที่จะเรียนรู้ธรรม ปฏิบัติธรรมให้ รู้ ไม่พอที่จะเรียนรู้ฝึกการพูด การฟังภาษาอังกฤษให้ดีกว่านี้ และไม่พอที่จะลุกขึ้นมาออกกำลังกายทุกเช้า ควบคุมน้ำหนักให้อยู่เรียบร้อยในพิกัด..

ไม่พอ

 

เมื่อสายของวันนี้เราเขียนบันทึกเรื่อง พอ ไว้

บ่ายวันนี้หลังจากแหกกฎ ไม่กินขนมจุบจิบและกาแฟยามบ่าย(อีกแล้ว) เราก็จึงคิดถึงเรื่อง "ไม่พอ" ของตนขึ้นมาได้

หนึ่ง เรายังมีความเพียร ความมุ่งมั่น ไม่พอ ไม่พอที่จะเรียนรู้ธรรม ปฏิบัติธรรมให้ รู้
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ

ลูกชาย เพื่อนใกล้ชิด เพื่อนสนิทแซวบ่อย ๆ ว่า

"แม่ แม่ แม่ แม่บอกน้องเองนะว่า ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องฝึกหัดปฎิบัติด้วย"

น่านสินะ เมื่อไรเราจะไปวัด เข้าถ้ำและฝึกปฎิบัติอีก ก่อนเดินทางไปไกลจากไทยนี่แหละ

"ภายในครึ่งเดือนนี้ ลูก"

เราลั่นวาจาอันหมายถึงคำสัญญาออกไปแล้ว


สอง เรายังมีความอดทนไม่พอที่จะเรียนรู้ฝึกการพูด การฟังภาษาอังกฤษให้ดีกว่านี้

ใกล้วันเดินทางไปศึกษาต่อ ดูงาน เข้ามาทุกที เรายังฝึกพูด ฟัง ภาษาอังกฤษเพียงสัปดาห์ละครั้งสองครั้งกับครูชาวอเมริกันหนึ่ง และเพื่อนชาวเนเธอร์แลนด์หนึ่ง

เรายังทำข้อสอบเฉพาะส่วนฟัง ไม่ผ่านเกณฑ์

และเราก็ยังหมั่นปลอบใจตัวเองว่า พอ น่ะ เพราะเราไปเป็น อ็อปเซอร์บเหวอะ เท่านั้น

ไม่ได้ ๆ เอาล่ะโทรนัดครูเรียนเพิ่มให้เสร็จ

โอเค สบายใจขึ้นมาบ้าง

 


สาม มีวินัย"ไม่พอ"ที่จะลุกขึ้นมาออกกำลังกายทุกเช้า ควบคุมน้ำหนักให้อยู่เรียบร้อยในพิกัด

กลับจากญี่ปุ่นช่วงสึนามิ เราน้ำหนักลดลงไปสามกิโลกรัม จึงลั้ลลา เอ็นจอยกับการกินกับข้าวอย่างไทยเรามาก ๆ

แป๊ปเดียว สามกิโลกรัมกลับคืนมา

และอีกสองสามแป๊บ เราได้น้ำหนักแถมมาอีกสองกิโลกรัม(กับการนั่งอ่านหนังสือและเปเปอร์-ยอมรับว่านี่คือคำแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ)

 

หยุดเล่นกับไอที และหัดมีวินัยเดี๋ยวนี้ เราพูดกับตัวเองตอนนี้

วิ่ง กระโดดโยนลูกบ๊าสและหมุนฮูลาฮู้บเดี๋ยวนี้

 

 

อืม ขอจบบันทึกดื้อ ๆ ไปออกกำลังกาย

เพราะกลัวใจตัวเองค่ะ

กลัวว่ามันจะ "ไม่พอ"