แต่ผู้เขียนก็ยกมือไปแล้ว สัญญาไปแล้ว โดยไม่มีใครบังคับ

  การยกมือถือเป็นการตกลงใจว่าจะทำตามสิ่งที่สัญญานั้นๆ  ผู้เขียนได้ให้สัญญาณนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง กับคนใน Gotokonw แห่งนี้

  เมื่อพ.ศ. 2550 ผู้เขียนได้อ่านบันทึกของคุณพลเดช วรฉัตร ที่มาเล่าเรื่องการไปบวชที่ประเทศอินเดียเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง 80 พรรษา ที่จริงท่านเขียนตั้งแต่ก่อนบวชแล้ว นึกมีจิตศรัทธาตามไปด้วย จนมีโอกาสร่วมบุญถวายผ้าให้ท่านได้ใช้ในระหว่างบวช มีผ้ากราบ และผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับให้ท่านเช็ดเท้าหลังจากการเดินปฏิบัติธรรม เพื่อเอาบุญว่าได้มีส่วนสนับสนุนได้รักษาเท้าและการบวชมหากุศลครั้งนั้นด้วย

   โดยส่วนตัวผู้เขียนไม่เคยรู้จักคุณพลเดช  ไม่เคยเห็นหน้ากันจริงสักครั้ง แต่มีความรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับท่าน จนวันที่ท่านเขียนชวนหมอพยาบาลไปเป็นอาสาสมัครที่คลินิกวัดไทยเมืองกุสินารา เมืองที่พระพุทธองค์เสด็จมาปรินิพพาน ผู้เขียนก็ตกลงใจ ยกมือไปเป็นคนแรก และคนเดียว เพราะไม่มีใครมายกมืออีกเลย

   ความรู้สึกครั้งนั้น มันปิติท่วมท้น เหมือนอยากจะไปตอบแทนคุณชาวกุสินารา ที่ได้ช่วยกันดูแลพระพุทธเจ้าของเรา เมื่อ2500 กว่าปีมาแล้ว หากเราได้ดูแลรักษาพวกเขาบ้าง ก็จะได้บุญถวายเป็นพุทธบูชา คิดแบบนี้จึงทำให้ผู้เขียนนำเสนอตัวเองจะไปเป็นอาสาสมัครทันที เพื่อนหลายคนตกใจ ว่าจะไปอยู่อินเดียได้อย่างไร ภาษาก็พูดไม่เป็น อาหารการกิน ก็ไม่คุ้น บางคนบอกให้ไปตรวจสุขภาพให้ดีก่อน เพราะที่นั่นคงจะทำให้ผู้เขียนอ่อนแอ เจ็บป่วยอย่างรวดเร็ว ด้วยอินเดียเป็นดินแดนที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยดีในสายตาชาวโลก

  แต่ผู้เขียนก็ยกมือไปแล้ว สัญญาไปแล้ว โดยไม่มีใครบังคับ

หรือโชคชะตาของผู้เขียนจะเป็นไปเช่นนั้นเอง

  แล้วก็ได้เรียนรู้มากมาย ถึงวิถีอาสาสมัครต่างแดน ที่เข้มข้นเล่าไม่รู้จบ และระลึกได้แจ่มชัดเสมอ ไม่มีอะไรที่จะได้มาโดยง่าย โดยเฉพาะการสร้างบุญบารมี นึกๆแล้ว ก็เลยตั้งใจ จะบันทึกไว้ในโกทูโนว์ ไว้ทบทวนและเป็นความรู้โดยทั่วไป ประสบการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผู้เขียน เชื่อว่าตื่นเต้นได้ทุกขณะทีเดียว ตั้งแต่ไปเที่ยวเดินหาซื้อหนังสือมากองใหญ่ ที่มีชื่อว่าอินเดีย แต่พออ่านจบ คุณพลเดชกลับบอกผู้เขียนว่า อ่านแล้วก็ลืมมันเสีย ไปเรียนรู้เอาข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่เจอะเจอ เป็นครั้งแรกเสมอ แล้วก็เรียนรู้ของจริงเลย

  ผู้เขียนก็ว่าง่าย ทำตัวโง่ๆ เข้าเมืองอินเดียอย่างกล้าหาญ แล้วประสบการณ์ของจริง ก็เกิดกับผู้เขียนจริงๆ ซึ่งไม่มีในหนังสือเล่มใดเลยจริงๆด้วย

   แต่เรื่องก่อนจะไป ก็ใช้กำลังใจไม่เบา เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะทยอยเล่าให้ฟังนะคะ