ศรัทธาที่มีต่อพระพุทธองค์ และการที่จะนำเอาคำสอนของพระพุทธองค์มาปฏิบัติ โดยมีพระพุทธรูปเป็นเสมือนตัวแทนของพระองค์ในการเตือนใจให้เข้าถึง “ธรรมะ” หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์

“วัดอรัญญาวาส” หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่าวัดป่า เนื่องจากบริเวณวัดมีต้นไม้เป็นอันมาก แม้จะอยู่ใจกลางเมืองน่านก็ตาม

วัดอรัญญาวาส เป็นศูนย์กลางของกลุ่มฮักเมืองน่าน และเครือข่าย  “ลานโพธิ์ลานไทร” วัดอรัญญาวาส จึงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของฮักเมืองน่าน และเครือข่าย เป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ใต้ต้นโพธิ์ต้นไทร ต้นธงชัย(มะธง) ที่ใช้เป็นสถานที่จัดเวที พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปฏิบัติธรรม งานมหกรรมของเครือข่าย และจัดกิจกรรมต่างๆ จนแทบว่าจะมีวันว่างสำหรับพื้นที่แห่งนี้ รวมไปถึงซอกมุมต่างๆ ภายในวัดก็เป็นสถานที่เรียนรู้ของฮักเมืองน่านและเครือข่าย ลานโพธิ์ลานไทรแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่สาธารณะของศรัทธาวัดอรัญญาวาส ฮักเมืองน่าน และภาคีเครือข่ายต่างๆ

แต่มาปีนี้ ต้นธงชัย(มะธง) ไม้มงคลหายาก อายุกว่า ๑๐๐ ปี ที่เคยเป็นร่มเงาให้ผู้คนได้พิงพัก ให้สัตว์น้อยใหญ่ ต้นไม้อื่นได้อิงอาศัย กลับมาตายไปอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

ใครๆ หลายคนถามว่าตายได้อย่างไร ไม่มีใครตอบได้ หากแต่หากนึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์ก็ต้องบอกว่า “สรรพสิ่งทั้งล้วนแล้วแต่มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป” เช่นเดียวกับต้นธงชัยนี้ก็สิ้นอายุขัยไปตามเวลา

ท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ ผู้ก่อตั้งกลุ่มฮักเมืองน่าน และเจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส และศรัทธาญาติโยม จึงได้ไปติดต่อให้เทศบาลเมืองน่าน นำรถกระเช้ามาขึ้นไปตัดลงมาก่อนที่มันจะโค่นลงมาเอง ซึ่งจะเป็นอันตราย จะตัดที่โคนต้นเลยก็ไม่ได้เดี๋ยวล้มทับกุฎิ ศาลาการเปรียญ และต้นไม้อื่นๆ แต่ด้วยความที่ต้นธงชัยอายุมากสูงใหญ่มาก รถกระเช้าขึ้นไปไม่ถึง ก็จนปัญญา จึงไปหาชาวบ้านที่ชำนาญการปีนต้นไม้มาตัดลง แต่ก็นั่นแหละด้วยความสูงใหญ่ก็ไม่มีใหญ่กล้าเสี่ยง

สุดท้ายได้พระภิกษุรูปหนึ่งที่มาจำวัดที่นี่ ผมลืมถามท่านพระครูว่าท่านมีฉายาอะไร ท่านบอกว่าขออาสาขึ้นไปตัดเอง เพราะท่านเคยมีประสบการณ์ตัดต้นไม้มาแล้ว แล้วท่านก็ทำได้จริงๆ ครับ ขออนุโมทนาด้วย

แล้วท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ และศรัทธาญาติโยม จึงได้ดำริที่จะนำต้นธงชัยนี้มาแกะเป็น “พระพุทธรูปไม้ปางลีลา” ขึ้น จำนวน ๒ รูป  จึงได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบริจาคตามกำลังศรัทธา เพื่อแกะพระพุทธรูปไม้นี้ ไว้เป็นที่สักการบูชา และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไว้ในศาลาบริเวณวัด

การแกะสลักพระพุทธรูปนี้ต้องอาศัยสล่า(ช่าง)ฝีมือเยี่ยมในการบรรจงแกะสลักไม้ซุงทั้งท่อน นอกจากฝีมือที่ดีแล้วยังต้องอาศัย “ศรัทธา” ศรัทธาที่มีต่อพระพุทธองค์ และการที่จะนำเอาคำสอนของพระพุทธองค์มาปฏิบัติ โดยมีพระพุทธรูปเป็นเสมือนตัวแทนของพระองค์ในการเตือนใจให้เข้าถึง “ธรรมะ” หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์

ปล. สนใจร่วมบริจาคสร้างพระพุทธรูปไม้นี้ ติดต่อ วัดอรัญญาวาส โทร ๐๕๔-๗๑๐๑๒๐