…คนเก่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรหรือสิ่งใดก็ตาม มันต้องเอื้อประโยชน์ให้กับสังคมด้วยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นั้นถึงเป็นคนเก่งโดยแท้

สมัยโน้น.คนข้างกายเล่าให้ฟังว่า สถาบันการศึกษาแห่งนี้ไม่ใหญ่โตเหมือนปัจจุบัน และยังคงเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอยู่

ความทรงจำตลอดระยะเวลาที่เรียนที่นั้น เพียง 1 ปี ก่อนจะมาเรียนพยาบาล

เธอเล่าถึงความเก่ง มีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อของเพื่อนนักศึกษาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ที่เธอเรียนอยู่ ณ เวลานั้นว่าเพื่อนแต่ละคนมีความเก่ง และถนัดในวิชาที่ตัวเองชอบและ จะคอยเป็นติวเตอร์ให้แก่เพื่อนนักศึกษาร่วมคณะเดียวกันอยู่เสมอ ๆ ซึ่งเธอชอบนักที่จะไปนั่งฟังการพูดคุยระหว่างเพื่อนด้วยกันอยู่เป็นนิจ

นั่นเป็นเพราะสิ่งที่เพื่อน ๆ พูดถึงนั้นมันคือองค์ความรู้และภูมิปัญญา ที่เพื่อนแต่ละคนมีอยู่ ในแต่ละวิชาที่ติวกันนั้นจะ ถูกสกัดออกมาจากภูมิความรู้ที่ตัวเองมีและได้รับเพิ่มเติมในชั้นเรียน มันจึงเป็นเหมือนการสรุปประเด็นสาระสำคัญที่มีในแต่ละรายวิชา และที่สำคัญทำให้บรรยากาศของการเรียน และการพักอยู่ในหอของมหาวิทยาลัย ไม่น่าเบื่อด้วย เธอพูดเช่นนั้น

(ภาพถ่าย..วันไหว้ครู กิจกรรมที่เธอได้มีโอกาสแสดงความรักความเคารพ และร่วมรำลึกถึงพระคุณของครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ เมื่อครั้งเล่าเรียนอยู่ที่นี่)

เพื่อน ๆ เคยถามเธอว่า แล้วเธอไม่เก่งสักวิชาเลยหรือไง จะได้ติวให้เพื่อนบ้าง

เธอตอบว่า ฉันนะไม่เก่งวิชาอะไรเป็นพิเศษ จริง ๆ นะ

คิดในใจ นะว่า เธอช่างฉลาดนะ ฉลาดที่จะมานั่งฟังสิ่งที่เพื่อน ๆ ติวกัน ทุกครั้งไป

แต่เธอก็บอกกับผู้เขียนว่า ในการรับก็มีการให้ด้วยเช่นกัน เพราะการเสวนาระหว่างเพื่อนนั้น มีองค์ความรู้ที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วห้องเชียว อยู่ที่ว่า..ใครจะเก็บตกความรู้และนำความรู้และสิ่งที่ได้รับจากคำว่า เพื่อน นั้น ไปได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยที่เธอเคยศึกษาเมื่อ ประมาณกว่า 20 ปี ที่แล้วเปลี่ยนไป

ใหญ่โตอลังการ.... จนเธอแทบจะจำไม่ได้

เธอยังพูดกับผู้เขียนว่า...

มันคงเป็นฟ้าลิขิตนะ ที่ทำให้เรามาพบกัน และสร้างครอบครัวด้วยกัน

มิเช่นนั้นแล้ว ป่านนี้.. เธอคงไปเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยไหนซักแห่ง เป็นแน่แท้เชียว!!

ผู้เขียนอดยิ้มในใจไม่ได้ว่า "คนเก่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรหรือสิ่งใดก็ตาม มันต้องเอื้อประโยชน์ให้กับสังคมด้วยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นั้นถึงเป็นคนเก่งโดยแท้ มิใช่เก่งแต่ตัว แต่ไม่เห็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม ถึงแม้นจะเก่งเยี่ยงนั้น ก็มิเกิดประโยชน์อันใดต่อตัวเองและสิ่งที่รายล้อมอยู่รอบข้าง วันหนึ่งเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ก็มิมีสิ่งใดให้ระลึกถึง มีแต่เพียงการจมปลักไปกับโคลนตมที่หมักหมมเน่าเหม็น ไม่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่าและความดีงามอื่นใด ให้ คนรุ่นหลังชื่นชมแม้สักนิดเดียว"

ชื่นชมกับสิ่งที่เธอเป็น .และเป็นกำลังใจให้เธอทำงานที่เธอรัก..งานที่เธอทำเพื่อผู้ป่วยในวิชาชีพพยาบาลของเธอ


ขอบคุณ ..ปูมชีวิตของเธอที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ณ วันนี้