แซนโดนตา

เริ่มต้น...มีบล๊อก อีกครั้ง

ครั้งนี้..ถ้ามีอะไรผิดพลาดอีก คงพอกันเสียที

         กับความผิดหวังครั้งที่นับไม่ถ้วน  เหมือนคนโง่  ที่ลองแล้วลองอีก  ทั้งที่รู้ว่า  ไม่มีวันที่ความแน่นอนจะมาอยู่เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง

         วันก่อนก็เขียนไปได้มากมาย แต่พออัปขึ้นแล้ว  ไม่ได้ ทุกสิ่งทุกย่างที่ตั้งใจเขียนลงไป ก็หายไปหมด  เฮ้อ...อ

         วันนี้..เริ่มต้นเช้าวันใหม่ กับสายฝนโปรยปราย  เมื่อเสียงกลอง กับเสียงระฆังดังกังวาลขึ้น เป็นสัญญาณบอกให้ทุกหลังคาบ้านที่มีการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เตรียมตัวออกไปวัดพร้อมกับกระเฌอหรือกระบุงใส่ของเซ่นไหว้ไว้เต็ม ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มมัด ขนม นม เนย ผลไม้ พร้อมธูปเทียน เพื่อไปรวมกันที่วัด ให้พระสวดบังสกุล  อุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ  ใครไม่เคยเห็นสุภาพบุรุษไปวัด ก็จะได้เห็นในเช้าวันนี้แหล่ะ  และก็จะเป็นอย่างนี้ทุกปี

        เป็นเทศกาลแห่งความสุขของชนชาวไทยที่ใช้ภาษาถิ่นเขมร เพื่อรำลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษ คล้าย ๆ กับชาวจีน และตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ตรงกับเทศกาลทำบุญเดืนสิบของทางภาคใต้  แต่เนื้อหาและความหมายอาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะความเป็นอยู่ของแต่ละท้องถิ่น  สำหรับฉัน  ถือว่าวันนี้เป็นวันที่ดีงามวันหนึ่ง  ที่ปู่ย่าตายายสืบสานสิ่งดี ๆ เหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา อาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกหลานหวนคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน  ไม่ลืมบุญคุณของผู้ที่เคยอุ้มชู เลี้ยงดูมา  เหมือนเป็นพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ  แต่แฝงเจตนาอื่นมากกว่า เพราะดู ๆ แล้ว คนที่กินอิ่มหนำสำราญที่สุด น่าจะเป็นลูกหลานนั่นเอง  แถมเวลาไปบ้านปู่ย่า เอาของไปไหว้  ก็จะได้รางวัลกลับมา เหมือนอั่งเปาของคนจีน  เด็ก ๆ จึงชอบมาก ตั้งแต่จำความได้  เมื่อก่อนต้องลุยน้ำ ฝ่าทุ่งนา เพื่อเอาข้าวของไปไหว้ย่า ที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง  แต่ก็เต็มใจไป  แม้ทุกวันนี้เด็ก ๆ ก็คงยังรู้สึกเช่นเดียวกับฉัน

         เมื่อวานไปเอาของไปไหว้ย่าช่วงบ่ายจัด ๆ ปีนี้แปลกหน่อย เนื่องจากไม่ได้ไปที่บ้านย่า แต่กลายเป็นบ้านอาสาวอีกคน ที่ย่าต้องไปอาศัยอยู่ด้วย  เพราะบ้านของย่าถูกน้ำท่วม เลยได้บรรยากาศติดชายทุ่งนา อากาศดี ฝนไม่ตก  นั่งเล่นคุยกันพักหนึ่งก็กลับเพื่อมาประกอบพิธีที่บ้านเหมือนกัน