แก้วเสียง พรสวรรค์ หรือ พรแสวง...

  

     ทุกครั้งที่จะต้องตัดสินการขับร้องเพลงลูกทุ่ง เมื่อก่อนนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในการพิจารณาของคณะกรรมการ คือ การพิจารณา แก้วเสียง ว่า นักร้องคนใด เสียงดีกว่ากัน..อีทีนี้..มานั่งนึกดูถึง เรื่องนี้แล้ว ทำให้หนักใจมาก..เพราะคนที่เสียงดีในปัจจุบันนี้ ตีความออกได้หลายแบบ พวกที่แก้วเสียงใสกระจ่างน่าฟัง..มักเป็นเสียงกลาง..แต่คนที่ร้องเพลงมีทั้งพวกเสียงแหลมปรี๊ด เสียดแทงใจดีนัก อย่าง ศรเพชร ศรสุพรรณ ก็มีคนนิยมมาก..และยังมีพวกเสียงแหบเสน่ห์ หรือพวกเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังอีกหละ..อันนี้จึงเป็นที่มาของการใช้คำรวมว่า คุณภาพของเสียง ในการพิจารณา..ซึ่งน่าจะหมายรวมองค์ประกอบหลายอย่างที่เป็นต้นทางของการขับร้อง ได้แก่
     ๑. น้ำเสียง จะต้องชวนฟัง หมายความว่า ร้องคำ อะไร ออกมา ผู้ฟัง ก็ รู้ เข้าใจ บางทีจะบอกว่าชัดเจน ก็ง่ายไป เพราะบางคำไม่ต้องชัดเจน ก็ เข้าใจ ต้องใจ ขึ้นมาได้ และหากชัดเจนนักใน บางคำ ก็ทำให้กระด้างไป เช่น คำว่า น้ำ เป็นต้น
..ในตอนนี้อาจหมายว่า เป็นแก้วเสียง ก็ได้ครับ..ซึ่งอันนี้นับว่าสำคัญที่สุดเพราะ มันสามารถถึง ขั้นสะกด คนฟังให้ ใจจรดจ่ออยู่กับ การขับการร้องได้
     ๒. ลูกคอ อันนี้บังคับเลยว่า เพลงลูกทุ่งไทย ต้องมี ลูกคอ และ การเอื้อน ในบางปลายเสียงอยู่ เค้าว่ากันว่า ให้ใช้เสียง อ ไม่ใช่เสียง ฮ ในลูกคอและการเอื้อน นะครับซึ่งในที่นี้ อาจหมายว่า เป็นเทคนิคเสียง ก็ได้ครับ..
     ๓. มีการ เปิดเสียง ปิดเสียง เก็บเสียง หยอดเสียง ยืดเสียง กระแทกเสียง ที่พอเหมาะซึ่งถือเป็นลีลาของแต่ละคน แต่ละแนว ตรงนี้ ขอใช้คำว่า มีลีลาของเสียง ครับ.. 

     ทั้งสามประการ ที่เกี่ยวกับ คุณภาพของเสียง ถ้าพิจารณาจนเข้าใจลึกซึ้ง จะเห็นว่า คนปรกติทุกคน ที่ใช้ภาษาไทยประจำอยู่แล้ว มีความสามารถพอๆกัน และสามารถฝึกฝน คุณภาพเสียงได้..แต่ที่สำคัญ อย่าเน้นในการใช้คุณภาพเสียงมากจนทำให้ ผู้ฟัง รู้สึกได้นะครับ..เพราะ การขับร้อง เป็น ศิลปะ มิใช่ศาสตร์ คนที่เสพศิลปะที่ผู้นำเสนอชำนาญมากๆจนไม่รู้สึกถึง การแสร้งทำ จึงจะเกิดความรู้สึกสะเทือนใจ ครับ