ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านอจ.โสภณ และคุณกระติก ครับ.. ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็เป็นอย่างนี้แหละครับ..ผู้ฟังส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกกระทำให้ชอบหรือเห็นด้วย ตามกระแสและกลวิธีของระบบการตลาด ทำให้ ความเป็นปัจเจกชน น้อยลง..เพราะถ้าคิดเห็นไม่สอดคล้องกะคนส่วนใหญ่ ก็ จะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด ซึ่ง อันนี้เค้า(ระบบ)ก็ทำให้เราคิดอายไปด้วย..หุ หุ..เหมือนคนจมูกแบน..ต้องพยายามไปผ่าตัดเสริมสวยนะแหละ555..ทั้งที่สมัยก่อนเราไม่เคยรู้สึกเดือดร้อน..นักร้องที่ขายได้จึงต้องมีจุดขายเพิ่มขึ้น..สมัยก่อนคนร้องเพลงเป็นกันน้อย..แต่เด๋วนี้ คัยๆ ก็ร้องได้..จึงต้อง+รูปร่างบุคคลิก และ การสร้างแบรนด์เอกลักษณ์ เพิ่มขึ้น งัย คับ..(ลองพิมพ์ภาษาเพี้ยนๆบ้างเพื่อสร้างอารมณ์คนอ่าน..หุ หุ)..ทีนี้มาว่าเรื่องผลการตัดสินของกรรมการที่อาจไม่ตรงกะคนฟัง(บางคน)..ขอย้ำว่า บางคน นะครับ..เพราะถ้าตัดสินไม่ตรงกะคนส่วนใหญ่ มีหวังโดยโห่แหลกราญครับ..เว้นแต่ คนส่วนใหญ่ในที่นั้น ซื่อบื้อ สุดๆ555..หมายความว่า ฟังไปยังงั้นๆและก็หัวอ่อนเชื่อกรรมการหมด..ซึ่งคงไม่มีทางเป็นไปได้ดอกครับ สมัยนี้..เพราะมีผู้ประท้วงผลการตัดสินกันบ่อยๆแม้แต่ ศาล ยังโดนเลย..หุ หุ..เพราะงั้น..หากมีการตัดสินโดยคณะกรรมการหลายคนและเชื่อได้ว่าไม่มี การล็อบบี้ (อันนี้ไม่ค่อยมีคนเชื่อ นอกจากคณะกรรมการด้วยกัน)..คณะกรรมการ คณะไหนๆที่มี ปัญญาบริสุทธิ์ ย่อมถือเสมือน เป็นตัวแทน ความคิดเห็น ของคน ส่วนใหญ่ ตรงนั้น ครับ..จะมีบ้างที่ท่านอาจจะพยายาม ควบคุม หลักการ ทฤษฎี ค่านิยม ที่เป็นคุณลักษณะที่สำคัญในการสืบทอดไว้..เพื่อไม่ให้ปรับเปลี่ยนผันแปรไปเร็วเกินไป นะครับ..แต่ถ้าตรวจสอบกันดู เป็น แต่ละยุค แต่ละสมัย..มันก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามกระแส ในที่สุด ..ตามกฏของ อนิจจัง แหละครับ..