ห้้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 378

คุณแม่ของลูกศิษย์ฝากถามมาครับ ตอบไปแล้วเลยเขียนเก็บไว้ดังนี้ครับ

...

ตอบว่า..ได้ครับ..เริ่มจากแนวคิดที่ว่า AI คือศิลปะการถามคำถามเชิงบวก โดยเเชื่อว่าทุกคน ทุกระบบมีเรื่องราวดีๆ ซ่อนเร้นอยู่ เราจะค้นหาเรื่องราวดีๆในเรื่องคณิตศาสตร์ในมิติต่างๆได้ดังนี้

1. ถามตัวคุณเองก่อนว่าลูกศิษย์กับคุณทาน "ข้าวเช้า" หรือไม่ ไม่งั่้น ถ้าคุณเป็นครู ฮอล์โมนจะไม่ดี (ขาดซีโรโตนิน ฮอล์โมนแห่งชีวิต และการเรียนรู้ ) คุณจะวีนง่าย เหวี่ยงบ่อย นอนยาก สมองไม่แจ่ม ยังไงลูกศิษย์ก็มีแนวโน้มจะเซ็งครูครับ ถ้าเป็นลูกศิษย์ยังไงถ้าสวรรค์ไม่ส่งมากู้โลกจริง..รับรองเรียนไม่รู้เรื่อง นี่ข้อแรก.(ดูรายละเอียดใน ตอน สาสน์จากสววรรค์ อยู่หน้า 77 ในหนังสือห้องเรียนกระบวนกร Appreciative Inquiry)

2. ครูลองจัดวงคุยกันเอง..ว่าสมัยเรียนชอบครูคณิตศาสตร์คนไหน..จุดไหนที่ประทับใจมากๆ ตรงนี้อาจได้เทคนิค หรือบุคลิกภาพของครูมา 

3. ลองหาครูที่ชอบ และรักอาชีพครูคณิตศาสตร์จริงๆ แล้วลองถามดูว่า จุดเปลี่ยนการมาเป็นครูของท่านนั้นเริ่มต้นจาก "วินาทีไหน" จะได้คำตอบเช่น "ตอนแรกไม่ชอบคณิตศาสตร์ แต่พอทำไม่ได้ครูก็แยกมาสอนที่ละข้อ ครูใจดี ค่อยเป็นค่อยไป..ตั้งแต่นั้นก็รู้สึกชอบ..และก็มาเอ็นต์คณะศึกษาศาสตร์ เพื่อมาเรียกเอกคณิตศาสตร์" ข้อ 2 และ 3 นี้ ถ้าถามเราจะได้ "บุคลิกภาพ" ของครู ที่ทำให้ลูกศิษย์เกิดแรงบันดาลใจครับ...

4. ถามเด็กขณะเรียนกับเราเลย..ว่า "ชอบเนื้อหาตอนไหนมากที่สุด." ตรงนี้ครูจะได้ "ทิศทาง" ว่าลูกศิษย์์แต่ละคนชอบอะไรมากที่สุด..อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างความมั่นใจให้เขา..ด้วยการสอนให้เขามั่นใจเนื้อหาตรงนั้นมากขึ้น แล้วค่อยขยายไปจุดที่ไม่มั่นใจ

5. ถามทั้งโรงเรียน ถ้าทำได้..เด็กชอบครูคนไหนที่สุด..จะสายไหนก็ได้..แล้วชอบตรงไหน..จากนั้นก็ถามเรื่องว่าชอบครูคณิตศาสตร์คนไหน..ชอบตรงไหน..ตรงนี้จะได้วิธีการแนวทางที่ไปสอนเด็กรู้เรื่อง..เราเคยถามเด็กที่ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องดาราศาสตร์ เพราะครูให้พับดาวกระดาษ แล้วเอามาประกอบการสอน..เป็นต้น..เป็นการ "ค้นหาของดีๆ วิธีการดีๆ" ที่มีการทำอยู่แล้ว แล้วเอามาปะติดปะต่อกัน...

6. ถามเด็กที่เคยไม่เก่งคณิตศาสตร์ แล้วตอนหลังมาเรียนดีขึ้นว่า "จุดเปลี่ยน" ของเขาอยู่ตรงไหน..มีคนหนึ่งเล่าว่า สมัยอยู่โรงเรียนเตรียมอุดม เขาได้คะแนนคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ที่โหล่เป็นประจำ มีวันหนึ่งเขาไปซื้อหนังสือคิดเลขเร็ว ของอาจารย์ปรีชา ช้างขวัญยืน เลยลองทำตามไปเรื่อยๆ..โดยเฉพาะ บวกจากซ้ายไปขวา (คนส่วนใหญบวกจากขวาไปซ้าย) เขาทำวันละ  200 โจทย์อยู่สองสามเดือน..อยู่ดีๆ ความสามารถทางคณิตศาสตร์สูงขึ้น จนเต็มฟิสิกส์ (ระหว่างนั้นหัดทำโจทย์ไปด้วย..แต่ก่อนทำจะฝึกคำนวณซ้ายไปขวาก่อน) ...นี่ไงครับ ร่องรอย เทคนิกประหลาด..อาจลองเอามาทำก็ได้..

...

7. มองหาคนที่เป็นผลผลิตของคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะวิศวะครับ...เอาที่เก่งที่พึ่งสอบได้..นี่จะได้เทคนิค ได้แนวทางการเรียน ได้ "ครู" ที่เขาชอบ หรือวิธีการใช้ชีวิตครับ...วิศวกรเก่งๆ ผมเคยถามมา นอกจากเทคนิกการเรียนแล้ว..ที่บ้าน "ขยะ" เพียบครับ..เขาก็เอาพวกของเหลือใช้มาทำของเล่นเอง..เป็นวิศวกรบางคน..เคยทำกล้องดูดาวเองมาแล้ว..ครับ..เอาจากท่อน้ำ แล้วดัดแปลงไปมานี่แหละ..หรือรื้อวิทยุ แล้วมาประกอบใหม่..ตรงนี้อาจพัฒาเป็นกิจกรรมเสริมได้ครับ..

8. เคยถามหมอที่ได้ที่หนึ่งคณะแพทย์ นิสัยดี แล้วเก่งคำนวณ เขาบอกว่าเก่งมาแต่เกิด...เลยถามว่าตอนเย็นพี่ทำอะไร.."อ่านหนังสือกำลังภายใน" ครับ...ไปถามที่หนึ่งแพทย์จุฬาคนหนึ่งก็พูดเหมือนกันครับ...

9.ลูกศิษย์กลุ่ม AI เคยศึกษาทำเป็นงานวิจัยเล็กๆ เรื่องคณิตศาสตร์ โดยคุณอโนทัย ส่วนเรื่องฟิสิกส์ ทำโดยคุณสมฤดี แช่เล่า หาอ่าน ยืมได้ที่ห้องสมุด MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่น

10. ผมได้รวบรวมงานเขียนเรื่องการศึกษาในมุมมอง Appreciative Inquiry ไว้ในหมวด Appreciative Education ครับ

11. ดูผลการสัมภาษณ์นักศึกษาป.ตรี ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถึงจุดเปลี่ยน ที่ตัดสินใจมาเรียนเป็นครูคณิตศาสตร์..คลิ๊กที่นี่..คุณจะเห็นอะไรดีๆ ครับ..

...

เราจะได้เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย...ทั้งเทคนิก บุคลิกภาพ การใช้ชีวิตของทั้งครู และศิษย์ ที่สร้างแรงบันดาลใจกับเราครับ..ขั้นตอนนี้เราเรียกว่าขั้นตอนการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด หรือ  Discovery  ครับ...

...

ได้มาแล้ว เราอาจจะถามคุณครู ว่าอยากไปลองขยายผลเรื่องอะไร..งตามความสมัครใจ..แล้วลองวัดผลกันครับ. ได้ผลไม่ได้ผลอะไรก็ปรับปรุงกันต่อไปเป็นวงจรครับ...

...

คุณล่ะคิดอย่างไร