จากการที่เคยเขียนเรื่อง พยาธิตัวตืด ตอนดูแลผู้ป่วย ได้มาเขียนบันทึกไว้เรื่อง
พยาธิเต็มท้อง...ทำไมถึงไม่เลิกกินเนื้อดิบ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 มีผู้สนใจเข้ามาถามมากมาย และเป็นคำถามที่น่าสนใจมากๆค่ะ
เช่น
ดิฉันกินน้ำมันมะพร้าวค่ะ ทุกเช้า ประมาณ หนึ่งช้อนชาค่ะ พอกินได้ประมาณ สองสัปดาห์ก็ปรากฎว่ามีตัวตืดออกมาทางทวาร
อาการเหมือนมันใชอยู่ตามชั้นผิวหนัง ปัจจุบันมีอาการเกือบทุกที่ของร่างกายซึ่งบริเวณที่รู้สึกบ่อยคือ ส่วนแผ่นหลังฝั่งซ้ายซึ่ง ผมถนัดขวาคิดว่าการขยับตัวทำให้มันเคลื่อนไปที่ไม่เคลื่อนไหวครับ อาการ คือ เมื่อมีอาการเจ็บๆคันๆบริเวรผิวเช่น ลำคอพอจับหรือบีบก็จะมีอาการ เคลื่อนตัวที่ส่วนหลัง
มันดิ้นมันไชขลุกขลักในก้นจนรำคาญมากๆจนนอนไม่หลับ บางครั้งมันม้วนตัวไปมา บางครั้งมันก็เอาหางหรือหัวก็ไม่ทราบฟาดไปฟาดมา ยาก็ทานสารพัดที่เภสัชจัดให้โรงพยาบาลก็ไปแล้ว
ไม่ทราบพยาธิอะไร ลักษณะอาการอยู่ในก้นทวารหนัก ลักษณะที่รู้สึกหัวแหลมแบบปลายปากา พฤติกรรมของพยาธิ ชอบเอาหัวแหย่หรือชอนไชบริเวณรอบๆปากรูทวารหนักและแหย่เข้ารูทวารหนัก แต่ไม่ยอมชอนไชออกมา ทำให้รู้สึกระคายเคืองเหมือนมีก้อนคาก้น ทำให้ต้องเบ่งจนมีเนื้อลำใส้โผล่จนเห็นเป็นก้อนเน์้อแแดงๆ บางครั้งเวลามันเคลื่อนรู้สึกมันสั่นครืดๆ มันไม่ยอมไปไหนเลยครับ โรงพยาบาลก็ไปมาก็ไม่หาย
มีคำถามมากมายน่าสนใจมาก
จะเห็นว่า
- ถ้าเป็นพยาธิตัวจี๊ดจะรู้สึกว่ามีตัวเคลื่อนที่ไปตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย บางทีพยาธิไชเข้าใต้ผิวหนังจะเกิดอาการบวมแดงเจ็บจี๊ดๆ พยาธิบางตัวเคลื่อนย้ายที่อยู่ใต้ผิวหนังทำให้เกิดการบวมเคลื่อนที่ ซึ่งพบได้บ่อยบริเวณแขน ขา ใบหน้า เปลือกตา หน้าท้อง และเท้า
- ถ้าเป็นพยาธิตัวตืดหมู วัว จะมีพยาธิหลุดออกมาเป็นปล้องๆ น่ากลัวมาก เคยเห็นพยาธิของผู้ป่วยแล้วมีทุกอนูของอุจจาระ
- พยาธิตัวกลม ก็มีมากมาย
- พยาธิที่พบบ่อย สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง จะติดเชื้อ พยาธิสตองจิลอยด์ (strongiloids)
- พยาธิใบไม้ในตับ สำหรับประเทศไทย Opisthorchis viverini เป็นพยาธิใบไม้ที่สำคัญและทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับ โดยตัวแก่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดี พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยพบว่าคนเป็นโรคนี้สูงถึงร้อยละ 72-87
การดูแลตนเองเพื่อป้องกันพยาธิเข้าไปในร่างกาย
- ไม่ควรกินปลาร้าดิบ
- ไม่ควรกินเนื้อหมู เนื้อวัว ดิบ
- ไม่ควรกินเนื้อหอยโข่ง หอยเชอรี่ หรือเนื้อสัตว์จำพวก กุ้ง ปู กบ และตะกวด
ปรุงแบบดิบๆหรือดิบ ๆ สุกๆ เช่น นำมาทำก้อย ยำ ลาบ พล่า หรือ - ไม่กินพืช ผักสด หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนด้วยตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิหอยโข่ง
- เราควรล้างผักให้สะอาด เพราะผักสดจะมีพยาธิมาก ต้องล้างและแช่น้ำยาโซเดียมไบคาร์บ เพราะการกินผักก็ทำให้เกิดพยาธิเส้นด้าย ทำให้คันก้นได้
- ควรไป รพ เพื่อเก็บอุจจาระไปตรวจให้รู้ว่าเป็นพยาธิตัวไหน ใช้ยารักษาอะไร เพราะใช้ยาไม่ถูกก็กำจัดพยาธิไม่ได้ค่ะ
- ควรใส่รองเท้าทุกครั้งที่เดิน
การป้องกันที่ดีที่สุด คือ
หลีกเหลี่ยงการรับประทานเนื้อปลาและเนื้อสัตว์ทุกชนิดแบบสุกๆ ดิบๆ
ขอนำเรื่องพยาธิสตองค์จิลอยด์มาบันทึกไว้ด้วย เพราะ ในผู้ป่วยมะเร็งพบมากจริงๆๆค่ะ
พยาธิสตรองจิลอยด์
ลักษณะอาการ เมื่อตัวอ่อนที่อยู่บนดินไซผิวหนังจะมีอาการคัน ปวดท้อง ท้องร่วงถ่ายเป็นมูก ไปทำลายเม็ดเลือดขาว แล้วแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ
ลักษณะรูปร่างตัวเมียจะเกาะตัวผู้กิน ตัวอ่อนที่เพิ่งออกจากไข่ก็เจริญเป็นปรสิต มีลักษณะคล้ายพยาธิไส้เดือน
การเพิ่มขึ้นและวงจรชีวิตตัวเมียออกไข่ ไข่ฟักในลำไส้เล็ก ตัวอ่อนเจริญในลำไส้เล็กแล้วออกมากับอุจจาระ แล้วเจริญในดินพร้อมที่จะผสมพันธ์ เชื้อโรคเข้าผิวหนัง เข้าปอดและอวัยวะอื่นๆ
กระบวนการก่อโรค พยาธิตัวอ่อนทำให้เกิดโรคลำไส้เล็กอักเสบ แผลในกระเพาะ ปอดอักเสบ เกิดอาการคันที่ผิวหนัง และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาจตายได้
การป้องกันให้ความรู้และแนะนำวิธีป้องกันโดยเฉพาะสุขอนามัยเบื้องต้น ติดต่อโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวกระจายทั่วร่างกาย ตัดเล็บให้สั้น ผู้เป็นโรคควรใส่กางเกงในแนบตัว นอนคนเดียว และทำความสะอาดที่นอน อาจจำเป็นต้องรักษาซ้ำ ตลอดจนรักษาทุกคนในครอบครัว
การวินิจฉัยตรวจหาไข่ในอุจจาระที่ถ่ายเป็นมูก และตรวจที่ลำไส้ส่วนต้นและน้ำลาย
การควบคุม ควบคุมโดยการถ่ายอุจจาระลงส้วม
ถ้าพบจำนวนมาก แพทย์จะให้ยาชนิดฉีดค่ะ
เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับพยาธิ
ไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมพบว่า พยาธิมีอยู่จำนวน 3200 ชนิด
พยาธิที่ทำให้เกิดโรค คือ พยาธิตัวกลม ตัวแบนและใบไม้ในตับค่ะ
แก้ว
ต่อจากบันทึกนี้ค่ะ
http://www.gotoknow.org/blog/nueducation/103816