วันที่ 10 กันยายน 2554 เวลา 8.45-16.00 น.
กลุ่มวิจัย จัดประชุม การเสริมพลังอำนาจในผู้ป่วยเรื้อรัง โดยเชิญ ดร ศิริอร สินธุ มาบรรยายช่วงเช้าและนำเสนอโครงร่างวิจัยช่วงบ่ายเพื่อให้อาจารย์ให้ข้อเสนอแนะ
ดร ศิริอร สินธุ เรื่อง empowerment ได้ตรงประเด็นมาก ส่วนใหญ่อาจารย์จะใช้แนวคิดของ feminist
อาจารย์เล่าว่า
กว่าจะให้นักศึกษานำแนวคิดนี้ไปใช้ จะต้องฝึกคุยกับผู้ป่วยและบันทึกเทป ถอดเทปให้อาจารย์ดู ทั้ง 7 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นการสอน จะต้องฝึกจนสามารถ share เพราะ empowerment จะต้องแชร์ข้อมูลกับคนไข้ ไม่ใช่สั่งสอนคนไข้ ถ้ายังสั่งและสอนคนไข้ ไม่ใช่การทำ empowerment
empowering nurse empower patients
จะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งตัวพยาบาลและตัวผู้ป่วย นำไปสู่การพยาบาลที่ดีที่สุด
best practice
- เกิดการพยาบาลที่มีคุณภาพ
- เกิดผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดี
- เกิดผลลัพธ์ ความพึงพอใจของผู้ป่วยและครอบครัว
- เกิดคุ้มทุนและคุ้มค่า
- เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
กลุ่มผู้ป่วยอิสาน มีการนำ spiritual empowering มาใช้เช่น การสอนการป้องกันมะเร็งท่อน้ำดีด้วยหมอลำ การลำผีฟ้า
empowerment is growth
ทำให้คนไข้มีอำนาจ สำเร็จด้วยอำนาจตัวเอง
ทำให้คนไข้นับถือตนเองว่าสามารถจัดการได้
ถ้าพยาบาลสามารถ empower คนรอบข้างได้ ถือว่าเป็น มืออาชีพ professionalism
ถ้าเราสามารถฟังคนอื่นด้วยความสนใจและตั้งใจ และมีมารยาท ถือว่าเป็นคนที่สามารถ empower ได้
Professionalism
ต้องมีความเท่าเทียม นับถือคนอื่นๆและยอมรับในความหลากหลาย
แก้ว..
เสริมพลัง สร้างสรรค์ เพื่อสังคม ครับ
สนใจการบริบาลผู้ป่วยเรื้อรังคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยผู้สูงวัยที่ถูกทอดทิ้งจากลูกหลานและสังคมคะ
อยากเห็นการนำภาพมุมนี้มาเสนอคะ
อ่านแล้วทำให้คิดถึงป้า ท่านป่วยมาสิบกว่าปีแล้วค่ะ ณ ทุกวันนี้ท่านอยู่ได้เพราะกำลังใจจากญาติ และคนรอบข้าง บ่อยครั้งนะคะที่เห็นท่านเบิกบาน ทั้ง ๆที่แค่ทานข้าวเองยังทำไม่ได้ นี่กระมังที่เป็นพลังอำนาจของผู้ป่วยที่ทำให้ร่างกายของท่านยังคงอยู่ได้ ขอบพระคุณค่ะ
พี่แก้วครับ
สำหรับผม
ก่อน empowerment ใคร
ตัวเองต้อง empowerment ตนเองก่อนครับ
ชอบครับ
ขอสนับสนุนความคิดเรื่อง Empowerment ของคุณแก้วครับ หากสนใจเรียนรู้เพิ่มเติม คลิกอ่านที่ http://www.gotoknow.org/blog/otpop/438859 และ http://www.gotoknow.org/blog/otpop/446112
http://www.gotoknow.org/blog/otpop/446112
ขอบคุณทุกท่านที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะ
อาจารย์ ดร ศิริอร สินธุ ยังเล่าให้เราว่า
อาจารย์ให้ข้อเสนอแนะเราต่อว่า
กลุ่มวิจัยของเรา อาจศึกษาความหมายของการเสริมพลังอำนาจ
หากระบวนการเสริมพลังอำนาจ โดยสร้างเครื่องมือเสริมพลังอำนาจในบริบทคนอิสาน แล้วนำไปสร้างกระบวนการเสริมพลังอำนาจ
กลุ่มวิจัยมีแนวคิดตรงกันหรือยัง กลุ่มวิจัยจะต้องคุยเรื่องเดียวกันก่อน
แต่อย่างไรก็ตาม ความหมายไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน มีความหลากหลายได้ แตกต่างกันได้
ถ้าเราทำสำเร็จใน 3 ปี สามารถตั้งศูนย์วิจัย Empowerment center
ระยะแรก อาจทำ concept analysis &meta analysis จากการทบทวนงานวิจัยจากแนวคิดของ Flery หรือกิบสัน
ดูผลลัพธ์ serogate outcome เช่น ระดับพลังอำนาจเพิ่มขึ้น หรือดูความสามารถ (ability) แล้วตามดูผลลัพธ์สุดท้าย คือ ภาวะสุขภาพ (health status)ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่แท้จริง (real outcome)
A good path to good health to follow.
To walk with people with health problems, to share with them our problems and their problems.
To learn with them how to overcome their health limitations,...
I am with you -- and you may assume that I have health problems
(many doctors say 'long term problems', I say "that's good, then" [I won't die shortly ;-) ].)
BTW, "...ดูผลลัพธ์ serogate outcome เช่น ระดับพลังอำนาจเพิ่มขึ้น..."
you meant "surrogate outcome", or ...?
ดีใจมากที่ ดร ขจิต มาให้กำลังใจ หวังว่าคงจะได้เรียนรู้จากอาจารย์ด้วยค่ะ
serogate outcome
ผลลัพธ์สุดท้ายของการเสริมพลังอำนาจให้ผู้ป่วย คือ
I think, If we made it We can empower patients
Thank kun sr for share
ดร ขจิตคะ
เขาทำพรีเซนเตอร์วีดีโอธรรมะ เรื่องต้อยติ่ง
ตาม link นี้นานมาแล้ว แต่ตอนนี้หาไม่พบแล้วค่ะ
http://video.yahoo.com/watch/7311352/19085707
สวัสดีครับคุณ แก้ว....
ตื่นมาแล้ว แวะมาเยี่ยม มาอ่าน.......ยังสงสัย ว่าทำไม น้องๆพยาบาลที่ทำงานไม่เข้ามาอ่าน งานในGotoKnow คุย แนะนำ เปิดให้ดู ก็ยังมึน.......แต่มีความสุขกับการปลูกผักได้เป็นคืน....เออน่ะความสุขของแต่คน....(บ่นมาเล่นๆ)
ท่านวอญ่า
ความชอบของคนไม่เหมือนกันค่ะ
วันใดที่เขาต้องการหาคำตอบ เขาอาจจะคลิกมาพบแหล่งความรู้ที่นี่ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่แก้วที่คิดถึง