โดยใช้มาตรการสองด้านแก่เด็กตั้งแต่เกิด จนถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาล คือกระตุ้น และปกป้อง ส่วนที่เป็นการกระตุ้นเราเข้าใจกันดีพอสมควรแล้ว แต่ด้านปกป้องมาจากความรู้ใหม่ ว่าความเครียดในทารกจะก่อผลร้ายต่อสมองที่กำลังเติบโตอย่างมากมาย จึงต้องมีมาตรการปกป้องเด็กจากความเครียดนั้น และมาตรการปกป้องนี้ต้องดำเนินต่อตลอดเวลาของการศึกษา โดยที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกคนมาเป็นครู และการฝึกหัดครู
          บทบรรณาธิการของวารสาร Science ฉบับวันที่ ๑๙ ส.ค. ๕๔  ลงเรื่อง Getting Education Right เขียนโดย Bruce Alberts บรรณาธิการใหญ่   ทบทวนความสำคัญของ “การศึกษาเพื่อใจเป็นนาย”   คือความสามารถในการควบคุมจิตใจตนเอง (executive function skills)  ว่าต้องฝึกตั้งแต่เล็ก คืออายุ ๓ ขวบ   หรือที่จริงตั้งแต่อยู่ในท้องแม่   คือแม่ต้องฝึกควบคุมจิตใจตนเองเพื่อลดหรือปกป้องสมองของลูกในท้องจากความเครียด (ของแม่)

 
          เขาอ้างถึงบทความ Investing Early in Education. Protecting Brains, Not Simply Stimulating Minds เขียนโดย Jack P. Shonkoff แห่ง Center on the Developing Child, Harvard University   ที่เน้นความยืดหยุ่นของสมองเด็ก (neuroplasticity)   และเน้นว่าพื้นฐานความสำเร็จในชีวิตมนุษย์นั้น ได้วางไว้ตั้งแต่วัยเยาว์มากๆ   และความก้าวหน้าของความรู้ด้าน neuroscience, molecular biology, epigenetics, behavioral science, และ social science  บอกให้เรารู้ว่าประสบการณ์ในวัยเยาว์นั้น บันทึกหรือจารึกไว้ในสมองอย่างไร   ความรู้นี้ควรนำมาใช้ออกแบบหรือกำหนดนโยบายการศึกษาของชาติ   โดยนำมากำหนด intervention ต่างๆ ที่จะทำให้ประชากรรุ่นต่อไปเป็นมนุษย์ที่มี “ใจเป็นนาย” ชนิด “ใจประเสริฐ”   ซึ่งหมายถึง “พลเมืองสูงคุณภาพ” 

 
          จะเป็นการลงทุนน้อย แต่ได้ผลมากในระยะยาว  

 
          โดยใช้มาตรการสองด้านแก่เด็กตั้งแต่เกิด จนถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาล คือกระตุ้น และปกป้อง   ส่วนที่เป็นการกระตุ้นเราเข้าใจกันดีพอสมควรแล้ว   แต่ด้านปกป้องมาจากความรู้ใหม่   ว่าความเครียดในทารกจะก่อผลร้ายต่อสมองที่กำลังเติบโตอย่างมากมาย   จึงต้องมีมาตรการปกป้องเด็กจากความเครียดนั้น   และมาตรการปกป้องนี้ต้องดำเนินต่อตลอดเวลาของการศึกษา   โดยที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกคนมาเป็นครู   และการฝึกหัดครู

 
          เด็กที่อยู่ในบรรยากาศแห่งความเครียด สมองส่วนของสัตว์เลื้อยคลานจะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว   จนกลายเห็นนิสัยโหดร้ายรุนแรง   รวมทั้งสมองส่วนที่ทำหน้าที่ executive function skills ก็จะไม่ค่อยเติบโต 

 
          ความก้าวหน้าของวิทยาการว่าด้วยพัฒนาการเด็ก   เป็นสัญญาณบอกความต้องการ “All for Education” ในอีกรูปแบบหนึ่ง   คือ นักวิชาการต่างศาสตร์หลายศาสตร์ (ประสาทวิทยา  จิตวิทยา  นักการสาธารณสุข  และนักพัฒนามนุษย์) ต้องเข้ามาร่วมกันออกแบบการเลี้ยงดูเด็กและการเรียนรู้ของเด็กวัยก่อนเรียน   และร่วมกันสื่อสารไปยังผู้กำหนดนโยบาย ในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการลงทุนระยะยาวนี้

 
          ยิ่งนับวันผมก็ยิ่งเชื่อว่า คุณสมบัติสำคัญที่สุดในการกำหนดคุณภาพชีวิตของคนแต่ละคนคือ Personal Mastery ซึ่งหมายถึงทักษะในการบังคับควบคุมตนเอง ทั้งด้านอารมณ์ สติ และปัญญา   ซึ่งน่าจะควบคุมโดยสมองส่วนควบคุม executive function 

 
          นักการศึกษาทุกคน และนักวิชาการศาสตร์ต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น ควรอ่านบทความนี้  
 
 
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ส.ค. ๕๔
บนรถเดินทางไปนครสวรรค์