สมชีวิกถา
คำว่า ครอบครัว เป็นคำที่สำคัญและมีความหมายซ่อนปริศนาธรรมอยู่ภายใน
แยกมาจากคำว่า ครอบ
กับคำว่า ครัว
คำว่า ครอบ
มีความหมายว่า การเอาของที่มีลักษณะภายในโปร่งคล้ายๆขันคว่ำปิดเอาไว้ และคำว่า ครัว
มีความหมายว่า เรือนหรือโรงทำกับข้าว ในที่นี้คือ บ้านหรือเรือนนั่นเอง ดังนั้น ครอบครัว
จึงหมายถึง การครอบคนสองคนไว้ในบ้านหรือเรือนเดียวกันไม่ให้จากกันไปไหน เมื่อทราบความหมายอย่างนี้แล้ว
ก็จะทำให้เห็นภาพชัดว่า การมีครอบครัวก็คือการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้หลังคาบ้านหรือเรือนเดียวกันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
การครองเรือน หรือ ชีวิตสมรส
คือการที่ชายและหญิงมีความพอใจในซึ่งกันและกัน ตกลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
จะเผชิญกับปัญหาร่วมกัน และมีความพยายามที่จะดำเนินชีวิตร่วมกันเพื่อความสุขในการครองเรือน
การที่บุคคล 2 คน ซึ่งต่างก็มีพื้นฐานจากครอบครัวเดิมต่างกัน
มีความคิด ค่านิยม รสนิยมต่างกัน มาอยู่ร่วมกัน
ย่อมก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวจะมีสุขได้ เพราะด้วยเหตุจากการประพฤติตนของสามีและภรรยา
บุคคลทั้งสองนี้เป็นผู้ที่มีความสามารถดลบันดาลให้ครอบครัวนั้น ๆ เป็นสวรรค์ที่น่าอยู่หรือเป็นนรกก็ได้
ดังนั้น การเลือกใครมาเป็นคู่ครองของตนนั้น
พระพุทธเจ้าทรงแสดงสมชีวิกถา 4 ข้อ คือเหตุที่ทำให้คู่สมรสครองเรือนได้ยืดยาว 1) สมศรัทธา ให้เลือกบุคคลที่มีความเชื่อเลื่อมใสในศาสนาหรือสิ่งเคารพบูชาต่าง
ๆ เหมือนกัน มีความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนกัน
มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเหมือนกัน ตลอดจนมีรสนิยมตรงกัน 2)
สมสีลา ให้เลือกบุคคลที่มีความประพฤติ ศีลธรรม จรรยามารยาท
มีพื้นฐานการอบรมพอเหมาะสอดคล้องกัน ไปกันได้ หรืออยู่ในระดับเดียวกัน จะได้ไม่เป็นเหตุให้เกิดความรังเกียจซึ่งกันและกัน
3) สมจาคา
ให้เลือกบุคคลที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มีใจกว้าง มีความเสียสละ
มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น บุคคลที่เสมอกันด้วยจาคะนี้จะทำให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
เพราะเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องเสียสละทั้งทรัพย์สินเสียสละความสุขของตนเพื่อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
4) สมปัญญา ให้เลือกบุคคลที่มีปัญญาเสมอกัน คือ รู้จักเหตุ รู้จักผล
รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์สิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์มีการใช้ความคิดเพื่อแก้ปัญหา การที่คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะความคิดเห็นของคนทั้งสองอาจมีไม่เหมือนกันจำเป็นต้องมีการปรับหรือจูนความคิดเห็นเข้าหากัน
เพื่อลดความบาดหมางกัน หรือโกรธเคืองกัน หากสามารถสร้างความคิดเห็นให้เป็นอย่างเดียวกันได้
ก็จะนำไปสู่การสร้างครอบครัวให้มีความสุข ดังนั้น จึงควรทราบหลักธรรมที่ใช้สำหรับการดำเนินชีวิตครอบครัวเพื่อสร้างความรัก
ความเข้าใจกันให้มากขึ้น
ชีวิตการครองเรือนจะดำเนินไปได้ดีนั้น
จะต้องมีหลักสำหรับปฏิบัติ ถ้าขาดหลักปฏิบัติแล้ว ผู้ครองเรือนก็ไม่สามารถจะดำเนินชีวิตให้ราบรื่นตลอดรอดฝั่งไปได้
นาวาชีวิตก็จะล้มลงกลางทะเลมรสุม ไม่สามารถจะไปถึงฝั่งได้ การครองเรือน เป็นชีวิตคู่ ซึ่งจะต้องร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน
ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยกัน เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก คือ
เป็นผู้ที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ทอดทิ้งกันในยามสุข และ ยามทุกข์
คู่ครองที่ดี ที่เป็นคู่ชีวิตร่วมกันได้ (เนื่องด้วยชีวิตคู่เป็นชีวิตที่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ)
นอกจากกามคุณแล้ว ควรมีคุณสมบัติ และ ประพฤติตามธรรมะที่ผู้ครองเรือนจะต้องปฏิบัติ
เพื่อให้ชีวิตการครองเรือนของตนดำเนินไปด้วยดี เพราะว่า ชีวิตการครองเรือนจะดำเนินไปได้ดีนั้น จะต้องมีหลักสำหรับปฏิบัติ ถ้าขาดหลักปฏิบัติแล้ว ผู้ครองเรือนก็ไม่สามารถจะดำเนินชีวิตให้ราบรื่นตลอดรอดฝั่งไปได้
นาวาชีวิตก็จะล้มลงกลางทะเลมรสุม ไม่สามารถจะไปถึงฝั่งได้
จึงจำเป็นที่ผู้อยู่ครองเรือนจะต้องมีหลักธรรมประจำใจ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เพราะว่า คนเราเมื่อเจริญเติบโตขึ้นแล้ว
ชีวิตที่ต้องประสบ คือ ความรัก ตั้งแต่ความรักของบิดามารดาที่มีต่อบุตร
ความรักของครูที่มีต่อศิษย์ ตลอดจนความรักของหนุ่มสาว และ ความรักระหว่างสามีภรรยา การแสวงหาความรักนั้นไม่สู้ยากนัก
ปัญหาที่หนัก ก็คือ การครองรัก เราจะถนอมความรักให้มั่นคงต่อไปได้อย่างไรนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญ
เพราะชีวิตของการครองรักนั้น ใช่ว่าจะดำเนินไปด้วยความราบรื่น
เหมือนดำเนินไปบนถนนลาดยาง มันต้องกระทบกระทั่งกันเหมือนฟันกับลิ้น
ถ้าขาดสติคอยยับยั้งชั่งใจ ชีวิตในการครองรักก็จะขาดสะบั้นลงกลางคันได้