ย้ำกับตนเองเสมอ ถ้าไม่กล้าลงมือทำ ก็อดได้เรียนรู้

ความตั้งใจร่วมอบรมศีล ๕ และคุยเรื่อง สมองติดยาและการหยุดวงจรการใช้ยา

งานนี้ตั้งใจกับตนเองว่า

"ขอไปร่วมงานอบรมศีล๕"

ดูเหมือนว่าไม่ง่ายเลยกับทุกครั้งที่มีการตั้งใจกับตนเอง ถึงวันเดินทางกว่าจะได้ขับรถออกจากเมืองนนท์ก็จะสองทุ่ม เพราะมีงานประชุมติดพัน โชคดีที่กัลยาณมิตรเข้าใจ ทั้งป้าอบ พี่น้อย พี่ปู

อีกส่วนหนึ่งตั้งใจชวนน้องนี น้องทีปและเด็กๆที่ทำงานที่อนามัยต.ในเมืองไปด้วย แต่ทราบว่าติดธุระ ก็ไม่เป็นไร เมื่อถึงเวลาทุกคนก็จักมาเอง

นึกภาพการขับรถจากเมืองนนท์ตอนทุ่มกว่าๆ ออกไหมค่ะ ฟ้ามืดรถมากมาย ฝนตก รถไม่ติด ณ ในเมือง แต่มาติดบนเขาหลายชั่วโมงเหมือนกัน เพราะมีรถเสียกลางถนนและรถบรรทุกวิ่งกันขวักไขว แถวๆ มวกเหล็กแก่งคอย    สลับกันขับกับพี่ปู กว่าจะมาถึงขอนแก่นก็ตีสอง

ตอนนั้นตาสว่างมากๆ ค้นพบอย่างหนึ่งว่า ติ๋วขับรถได้ดีบนความเงียบ และทุกคนหลับหมด ส่วนหนึ่งข้าง

ในไม่ว่อกแว่ก ไม่ใช่เพราะผู้อื่น แต่เป็นตัวเราเอง พอส่งพี่ปู่ที่บ้านพักที่ขอนแก่น

ตอนแรกว่าจะบึ่งไปยโธรเลย แต่ก็นั่นแหละค่ะ หยุดตนเองก่อนว่าอย่าบ้าพลัง ไม่ได้แจ้งพระอาจารย์ไม่ได้แจ้งครู ว่าจะถึงมืด และดูจะประมาทไปหน่อย จึงตกลงกับตนเองว่า

"งีบก่อนน่า"

พี่น้อยได้อาบน้ำ ป้าอบได้หลับ แม้ทั้งคู่จะได้หลับบ้างในรถ แต่ก็คงไม่สนิทเท่าไหร่เหนาะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีเสมอ ครูที่แท้คือธรรมชาติ แสดงว่าโจทย์ตอนนี้คือ สิ่งที่เผชิญอยู่นี่แหละ เอาหล่ะ

ตื่นขึ้นมากก็ตีสี่สรุปรวมน่าจะได้หลับไปชั่วโมงกว่าๆ  ป้าอบ พี่น้อย ติ๋ว สามกัลยาณมิตรก็มุ่งหน้าสู่วัดป่าหนองไคร้ตอนตีห้ากว่า

ขับไปเรื่อยๆ เร่งๆในใจก็ระลึกถึงครูว่า

"มีสติ อย่าประมาท ช้า แต่เร็ว ไม่ใช่เร็วแต่ช้า"

ด้วยหมายใจกับตนเองว่า

"ไปให้ทันขึ้นศาลา ลานธรรมกราบหลวงปู่"

และแล้วก็ถึงวัดจอดหน้าศาลา ๔ ประมาณ แปดโมงเช้า เสียงพี่ปุ๋มเรียก ท่านเดินมากับพี่หมออ้อ การเดินมาคู่กันของทั้งสองท่าน ทำให้นึกย้อนถึงงานอบรมศีล ๕ ครั้งแรก ออกตัวแรงอย่างเบิกบาน

พอถึงเวลาเริ่มอบรม ดำเนินไปด้วยใจ ของทีมผู้จัดและผู้อยู่บ้างหลังอย่างแท้จริง เป็นกองบุญใหญ่ที่กัลยาณมิตรมาช่วยกัน ตามสติและกำลัง ประดุจสายบุญที่เกื้อหนุนกันมา งานเริ่มขึ้นและจบลงอย่างงดงามและอบอุ่น 

ศีลนำมาซึ่งความร่มเย็นและเป็นสุขเป็นเช่นนี้เอง

บ่ายๆ พี่ปุ๋มให้ช่วยสอนชาวต้นกล้าเรื่อง โรคสมองติดยา ตัวกระตุ้น วงจรการติดยาและวงจรการหยุดยา ก่อนคุยกับชาวต้นกล้ามีแม่นางมาสอนก่อน มีโอกาสได้ร่วมฟังด้วย หลังพาป้าอบ และพี่น้อยเข้ากุฏิและร่วมกันปลูกต้นไม้ ก็ได้มานั่งฟังแม่นางสอน ประทับใจกับการส่งผ่านใจของท่าน ถึงใจของชาวต้นกล้า

สัมผัสถึงการบ่มเพาะความงามในใจงดงามจริงๆค่ะ เป็นสุดยอดของการบำบัดน้ำเสียด้วยการเติมน้ำดีจริงๆ 

เสร็จงานประมาณห้าโมงเย็น พี่กะปุ๋มและแม่นางแยกกลับ ใจนี้ยังอิ่มอุ่น แต่กายก็ล้า ระหว่างรอป้าอบอาบน้ำ เผลอหลับไป ด้วยแรงกายปรารถนาในการพักผ่อน ตื่นอีกทีก็หกทุ่ม

รุ่งเช้าพี่เตือนสติว่า

"แสดงว่าทำงานด้วยอดีนาลิน เลยล้า"

แฮะๆ ได้เรียนรู้กับตนเองว่า เมื่อตั้งใจก็ทำได้ แต่ก็ยังดีได้อีกอยู่นะ เพราะยังโง่อยู่ ก็ทำไปเรื่อยๆเหนาะ

ย้ำกับตนเองเสมอ ถ้าไม่กล้าลงมือทำ ก็อดได้เรียนรู้

พอดีว่าเป็นคนโง่ที่เรียนโดยการคิดเอาไม่ค่อยเป็น ก็ลงมือทำแบบดุ๋ยๆไปนี่หล่ะ

กราบขอบพระคุณทุกๆท่านที่เมตตาให้โอกาส

 

หมายเหตุ เขียน ณ ร้าน อเมซอน บ้านไผ่ ระหว่างขับรถจาก ยโสธร-มุ่งกลับนนทบุรี ท่ามกลางสายฝนชุ่มฉ่ำ