หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

 

หมู่ที่ ๑  บ้านท่าตาเสือ

ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว  จังหวัดชุมพร

 โดย นางชลิดา  เกื้อบุญแก้ว

  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ 

 

ประวัติความเป็นมา

บ้านท่าตาเสือ  ตั้งอยู่หมู่ที่ 1  ตำบลทะเลทรัพย์   อำเภอปะทิว  เดิมทีชาวบ้านส่วนใหญ่ได้อพยพมาจาก  หมู่ที่ 2  ตำบลทะเลทรัพย์  และตำบลบางสน  มาอาศัยสร้างหลักปักฐานอยู่ริมคลองซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก   ทั้งสภาพดิน   น้ำ  เหมาะแก่การเพาะปลูก  และ บริเวณ ริมคลองมีต้นไม้ใหญ่   แผ่กิ่งก้านสวยงาม 1 ต้น   ชื่อต้นตาเสือ    ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า-เจ้าอยู่หัว  ได้มีพระราชบัญญัติ  ให้มีการจัดตั้ง  ผู้ปกครอง เพื่อการบริหารและปกครองบ้านเมือง  ได้มีการแต่งตั้งกำนัน  ผู้ใหญ่บ้านโดยผู้ใหญ่บ้านคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งมีชื่อว่า นายทิ้ง ดวงจำยาม    หลังจากและได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่   ตามสภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชน  เนื่องจากพื้นที่บริเวณสองฝั่งคลองมีต้นตาเสือขึ้นอยู่ทั่วไป   จึงตั้งชื่อ หมู่บ้านใหม่ว่า  “ ท่าตาเสือ”

วิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาหมู่บ้านท่าตาเสือ 

1.  มีผู้นำชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนให้ความเคารพนับถือผู้นำชุมชน  ปราชญ์ชาวบ้าน    มีกลุ่ม/องค์กรชุมชน เข้มแข็ง เช่น  กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน,  กลุ่มแก้ไขปัญหาความยากจน(กขคจ.)  กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.),กลุ่มคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน(กพสม.) ,และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

2. ชุมชนมีความสามัคคี พึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน วิถีชีวิตยังมีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ดั้งเดิม

3. อาชีพหลักคือการทำสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา    อาชีพรองคือสวนผสมและรับจ้าง  อาชีพเสริมคือเลี้ยงสัตว์ ,ปลูกผัก และการค้าขาย และรับจ้างทั่วไป   ซึ่งสร้างรายได้และเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม และ  สร้างเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน รวมถึงถ่ายทอดสู่เยาวชนรุ่นหลังได้

4. น้ำเพื่อการเกษตร มีอย่างเพียงพอใช้ตลอดทั้งปี ถือว่าเป็นหมู่บ้านที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากเนื่องจากมีแหล่งน้ำธรรมชาติและฝายกั้นน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ

5. คุณภาพของดิน   ไม่ถึงกับเสื่อมโทรมมาก  ซึ่งเกิดจากการใช้สารเคมีสะสม  ขาดการบำรุงดิน           ปลูกพืชบำรุงดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิต  แต่ภายหลังได้มีการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยน้ำชีวภาพ   

6.เยาวชนในหมู่บ้าน ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น สิ่งที่ชุมชนวิตก คือ เยาวชนเริ่มห่างเหินจากวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิม มีค่านิยมตามกระแสสังคมบริโภค เนื่องจากการสื่อสารเทคโนโลยีที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว   แม้จะมีการสืบสานวัฒนธรรม และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่เยาวชน  แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อยที่ให้ความสนใจ   

     จุดแข็งข้อดี/สิ่งดีของชุมชน

       มีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ที่ประสบผลสำเร็จสามารถเป็น  แบบอย่าง ให้กับคนในชุมชน

        ด้านเศรษฐกิจ  มีกลุ่มกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มกองทุน กข.คจ.

        มีทรัพยากรธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และปรับปรุงเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะชน

        ด้านภูมิปัญญาชุมชน  มีหมอยาสมุนไพรที่มีความสามารถให้การช่วยเหลือชุมชนในด้านสมุนไพร 

  จุดด้อย/ข้อเสีย ของชุมชน

         ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดทำกิจกรรมของชุมชน

         ไม่มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร

          การนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยวดินเสื่อมคุณภาพเพราะใช้สารเคมีมาก

          ประชาชนเป็นหนี้มากเพราะต้นทุนการในการประกอบอาชีพสูง

  โอกาส/ช่องทางในการพัฒนาของชุมชน

      มีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ใช้ในการบริโภคและอุปโภคและเพื่อการเกษตร

      มีแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านและกองทุน กข.คจ. เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ             

       ชุมชนดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

       อุปสรรค/ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกชุมชน

        ไม่มีการประกันราคาผลผลิตทางการเกษตร

        ประชาชนมีทัศนะคติแบบเดิม ๆ ต้องใช้เวลาในการกระตุ้น  ส่งเสริมให้เกิดทัศนะคติที่ดี

         ขาดเงินทุนที่จะสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

 

การกำหนดอัตลักษณ์ของหมู่บ้าน/ชุมชน (Identity)

   “  หมู่บ้านอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ  นำวิถีเศรษฐกิจพอเพียง  สู่ความยั่งยืน

 

 การพัฒนาชุมชนสู่การเปลี่ยนแปลงก้าวทันโลกยุคโลกาภิวิตน์

        1. เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ครอบคลุม ทุกครัวเรือน สู่ชุมชน/สังคมที่ยั่งยืน   เช่นการทำกิจกรรม  ลดรายจ่าย   เพิ่มรายได้    การออมเงิน  การผลิตพลังงานทดแทนเป็นต้น

        2. รณรงค์ให้ทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม การพัฒนาหมู่บ้าน  ปลุกจิตสำนึกแก่คน          ในชุมชน  เยาวชน  กระตุ้นให้เกิดความภาคภูมิใจในชุมชน  มีกิจกรรมเชิดชูเกียรติแก่ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็นแบบอย่าง    การใช้วิถีชีวิตวัฒนธรรม   สืบทอดภูมิปัญญาแก่ชนรุ่นหลัง   สร้างแรงจูงใจ  จัดตั้งกลุ่มเยาวชนตัวอย่าง       มีกิจกรรมเข้าวัดพัฒนาจิตใจ   การเล่นกีฬาและฝึกลักษณะการเป็นผู้นำในสังคมให้มีคุณธรรม จริยธรรม

        3. ปรับปรุงและอนุรักษ์แหล่งน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติให้ใช้ประโยชน์ได้ตลอดปี            

       4. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกแก่งคอย และป่าต้นน้ำพรุตาอ้าย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงออนุรักษ์และแหล่งศึกษาพืชพันธ์ไม้ สัตว์ ที่อาศัยในป่าพรุตามระบบนิเวศวิทยา

5. รวมกลุ่มเพื่อสร้างกลุ่มอาชีพเสริม  กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน และศูนย์สาธิตตลาดชุมชน

                                                                                                                

พช. ชุมพร รวมพลังสร้างสรรค์ความรู้  มุ่งสู่ชุมชน

บ้านท่าตาเสือ หมู่ที่ ๑   ตำบลทะเลทรัพย์

อำเภอปะทิว   จังหวัดชุมพร

                โครงการริเริ่มสร้างสรรค์ คือ โครงการ พช. ชุมพร รวมพลังสร้างสรรค์ความรู้ มุ่งสู่ชุมชน เพื่อพัฒนาบุคลากร ตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมขน  ที่ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนให้มีความรู้  และทักษะ        ในการคิดเชิงระบบ และนำความรู้ที่ได้รับไปส่งเสริม และเสนอแนะ แกนนำชุมชนให้สามารถพัฒนาชุมชนตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้มแข็งในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

              จุดเริ่มจากการวิเคราะห์ชุมชนบ้านท่าตาเสือ  ร่วมด้วยผู้นำชุมชน ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน  เป็นการแลกเปลี่ยนความคิด มุมมอง  ทัศนคติ   เพื่อศึกษาดูถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น   ในช่วงต่างๆ ของชุมชน      ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านวัฒนธรรม  ประเพณี  เศรษฐกิจ  การเมือง  ตลอดจนความสัมพันธ์ของกลุ่มบุคคล และทางสังคม       ผลกระทบที่มีอิทธิพลต่อปัจจัยภายในและภายนอกชุมชนและแยกแยะปัญหา ทำความเข้าใจกับปัญหา  และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยความร่วมมือของคนในชุมชน     เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงทางด้านคุณภาพชีวิต ชุมชนเข้มแข็ง และพึ่งพาตนเองได้อย่าง    ยั่งยืน  

           จากการวิเคราะห์ครั้งนี้พบว่า   ประชาชนในหมู่บ้านมีความผูกพันกันระบบเครือญาติจึงมีความช่วย        เหลือกัน   ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตนเองและอาชีพ  คนในชุมชนสมัครเป็นสมาชิกกองทุน หมู่บ้าน        แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่พอกับรายได้    ผลมาจากการใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟ้อขาดการวางแผนการใช้จ่าย  และ    ต้นทุนการทำ  เกษตรที่สูง      สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่น  พ่อแม่อบรมบุตรหลานให้มีความรับผิดชอบ        ในการใช้ชีวิต    ประจำทุกวัน  สนับสนุนให้เด็กเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นอย่าเต็มกำลัง  ประชาชนในชุมชน         จะไป   ทำบุญและ   ปฏิบัติศาสนกิจ อยู่เป็นนิจ  ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในหมู่บ้านทุกครั้ง  และเข้าไป      ร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน  มีความรู้  ในการนำพืชผักสมุนไพรมาประกอบอาหาร การทำน้ำหมักชีวภาพ           จากเศษอาหาร    และสัตว์     ให้ความเคารพผู้สูงอายุด้วยการไหว้  ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา   จัดประเพณี      วันสงกรานต์    เข้าพรรษา     ออกพรรษา     ลอยกระทง     ประชาชนในหมู่บ้านมีความภูมิใจในชุมชนที่มี       ป่าพรุ่ตาอ้าย  เป็น        แหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยง  คนทั้ง 2  ตำบล     กว่า  1000  ครัวเรือนใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร  อุปโภค    บริโภค  เป็นสถานที่ท่องเที่ยว      พักผ่อนและหาปลา  ให้ความอุดมสมบูรณ์ปราบเท่าทุกวันนี้  และมีการ   ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่บุตรหลาน      ด้วยการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ อนุรักษ์แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม          

                พช. ชุมพร รวมพลังสร้างสรรค์ความรู้ มุ่งสู่ชุมชน  ผู้รับผิดชอบโครงการมุ่งเน้นกระบวนการส่งเสริมหลักแนวความคิดการดำเนินชีวิตวิถีเศรษฐกิจพอเพียง    หลักการครองตนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจคนพอเพียง ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้นำชุมชน /แกนนำ/กลุ่ม/องค์กร  ตลอดจนครัวเรือน  เกิดจิตสำนึกที่จะนำกระบวนการเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง   ไปใช้ในการครองตน ครองคน ครองงาน การเรียนรู้ และการถ่ายทอด   สืบทอด  ความรู้ดั้งเดิมจากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่น     การสร้างจิตสำนึกความภูมิใจในถิ่นกำเนิด ความเป็นคนไทย  ในชนบท วิถีชาวบ้าน ที่ตื่นนอนก่อนไก่  เข้านอนแต่หัวค่ำ   อยู่อย่างพอเพียง  ในการใช้ชีวิตให้น่าอยู่และมีสุข  สุขในใจ   ใจเป็นสุข  สุขแห่งความพอใจ และสุขที่เกิดจากการให้  เห็นผู้รับมีความสุข เราก็จะสุขใจ  โดยการพึ่งตนเองเป็นหลัก  การแบ่งปัน การมีคุณภาพชีวิตที่ดี     สู่การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน  โดยการส่งเสิรมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง       

     ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

                “  เศรษฐกิจพอเพียง  เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตดลอดนานกว่า 25 ปี  ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ  และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไข เพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน  ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ  เศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศ        ที่มั่นคงและยั่งยืน

หลักแนวความคิดของเศรษฐกิจพอเพียง

                การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  คือ  การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนฐานของทางสายกลางและความ

ไม่ประมาท  โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล  การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ  และคุณธรรม  ประกอบการวางแผน  การตัดสินใจ  และการกระทำ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  มีหลักพิจารณาอยู่   5    ส่วน   ดังนี้

               1.  กรอบแนวคิด   เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น  โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย  สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา  มุ่งเน้นการรอดพ้นจาก      ภัย และวิกฤตเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา

                2.   คุณลักษณะ   เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ  โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง  และพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน

                3.   คำนิยาม   เศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย   3   คุณลักษณะพร้อมๆ กัน  ดังนี้

                * ความพอประมาณ   หมายถึง   ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป  และไม่มากเกินไป  โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  เช่น  การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

               * ความมีเหตุผล   หมายถึง   การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล  โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ

                * การมีถูมิคุ้มกันที่ดีในตัว   หมายถึง   การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ  และการเปลี่ยนแปลง

  ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

                4.   เงื่อนไข    การตัดสินใจและการดำเนินกิจการต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น  ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน   คือ

                * เงื่อนไขความรู้   ประกอบไปด้วยความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน  ความรอบคอบที่จะนำความรู้มาใช้ในการวางแผน  และความระมัดระวังในขั้นตอนการปฏิบัติ

                * เงื่อนไขคุณธรรม   ที่จะต้องเสริมสร้าง  ประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม  มีความซื่อสัตย์สุจริต  และมีความอดทน  มีความเพียรใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 

                5.  แนวทางการปฏิบัติ / ผลที่คาดว่าจะได้รับ  จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียงมาประยุกต์ใช้     คือการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน  พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน  ทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  ความรู้และเทคโนโลยี

 

 “ อยู่อย่างพึ่งตนเอง ชุมชนบ้านท่าตาเสือ

ครอบครัวและสมาชิกได้เรียนรู้วิถีพอเพียงโดยทำกิจกรรม  ลดรายจ่าย  เพิ่มรายได้  เพื่อให้เกิดการออม      การเรียนรู้  การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ   การเอื้ออารี การแบ่งปัน ดังนี้

ด้านการเงินในครัวเรือน      

  • จัดทำบัญชี  รับ – จ่าย ในครัวเรือน  เพื่อให้รู้ภาวะหนี้สิน  รายได้  รายจ่ายของครัวเรือน
  • ควบคุมการใช้จ่ายของครัวเรือน และวางแผนการใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบ โดยจัดทำ    

                       แผนการใช้จ่ายเงินของครัวเรือน

  • สร้างวินัยการใช้เงิน และออมเงินส่วนที่เหลือจ่าย ไว้กับกลุ่มการเงินในชุมชน          

หรือสถาบันการเงิน

  • ไม่สร้างหนี้  ลดภาระหนี้สินของตนเอง  หรือไม่พยายามก่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
  • ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย  และรู้ทันกระแสบริโภคนิยม
  • พยายาม  ลด  ละ  เลิก  อบายมุข  

     

ด้านการลดรายจ่ายในครัวเรือนโดยทำกิจกรรมเพื่อ       

การบริโภคในครัวเรือนเองทำให้ครัวเรือนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้ได้  ดังนี้

  • ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภคในครัวเรือน  เช่น ปลูกข้าว   ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกิน     ได้   เลี้ยงไก่พื้นเมือง  เป็ด  ปลา  ไว้กินในครัวเรือน  โดยยึดหลัก  “  ปลูกทุกอย่างที่กิน  กินทุกอย่างที่ปลูก    และ    ใช้ทุกอย่าง ที่ทำ  ทำทุกอย่างที่ใช้ ”  
    • ปลูกพืชสมุนไพรรักษาโรค
    • ทำกิจกรรมเพื่อลดต้นทุนการผลิตในอาชีพหลัก  เช่น  ผลิตปุ๋ยชีวภาพ  ลดการใช้สารเคมีในการเกษตร เป็นต้น

ด้านการเพิ่มรายได้ 

  •  ครัวเรือนมีอาชีพเสริมประชาชนบ้านท่าตาเสือมีการประกอบอาชีพหลักคือ  เกษตรกรรม  

สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ทำสวนผสม   อาชีพเสริมสวนผลไม้ปลูกผักไว้ขาย และเลี้ยงสัตว์

  • ครัวเรือนมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมครัวเรือน    มีการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือในการประกอบอาชีพ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในครัวเรือนที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ทำให้เกิดความคุ้มค่าและประหยัด เช่น การใช้ปุ๋ยชีวภาพในการเพาะปลูก   ลดต้นทุน            

ด้านการประหยัด 

  • ครัวเรือนมีการออมเงินกับกลุ่มกองทุนหมู่บ้าน มีการส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านได้มี       

       การออมเพื่อสร้างอนาคตให้กับตัวเอง  เรียนรู้หลักการออม พยายามลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

       ใช้เงินน้อยกว่าที่หาได้   กันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับอนาคต

  • ครัวเรือนมีการออมเงินกับสถาบันการมีการเงิน,สหกรณ์

 ด้านการเรียนรู้ 

  • ครัวเรือน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในชุมชนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์  ความรู้จากบรรพบุรุษ             สั่งสมมานานถ่ายทอดสู่ลูกหลานในชุมชน
          การประกอบอาชีพ     เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจ-พอเพียง    มีการอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและมีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน   มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดหรือจัดเวทีการเรียนรู้หรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิด       การเรียนรู้ นำไปสู่ความเข้าใจ ในการดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเช่น  การปลูกพืชผัก สวนครัว การออม การประหยัดมีเหตุผลในการใช้จ่ายมากขึ้น  การลดรายจ่ายในการประกอบอาชีพด้วยการทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุน   
  • อนุรักษ์และส่งเสริมประเพณี   ฝึกอบรมให้ความรู้เยาวชนได้มีจิตสำนึกอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรม ประเพณี ตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ยาย รณรงค์และส่งเสริมประเพณีสงกรานต์เนื่องในวันผู้สูงอายุ คือ วันที่ 16 เมษายน ของทุกปี และมีพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และพิธีสงฆ์น้ำพระด้วย

 ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 

  • ชุมชนใช้วัตถุดิบอย่างยั่งยืนในการประกอบอาชีพ  มีการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน  และการส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ
  • ชุมชนปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นเป็นหมู่บ้านน่าอยู่  ชุมชนบ้านท่าตาเสือส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้  บริเวณป่าพรุ่ เป็นการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ป่าไม้ และสัตว์ป่า    บริเวณบ้านเรือนมีการตกแต่งไม้ดอก          ไม้ประดับไว้สวนงามน่าอยู่อาศัย  และขยายผลให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านพืช พันธ์ไม้ นานาพันธ์แก่นักเรียน  เยาวชนผู้สนใจ

 ด้านการเอื้ออารี

  • ชุมชนดูแลช่วยเหลือกัน   ดูแลช่วยเหลือคนชราและคนพิการ คนด้วยโอกาส
  • ชุมชนรู้รักสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกันในการดูแลรักษาความสงบในชุมชน เฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ร่วมกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ มีการจัดทำแผนชุมชนและนำแผนไปสู่การปฏิบัติเพื่อการแก้ไขปัญหาชุมชนร่วมกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                      จากการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

มาใช้ในการดำเนินชีวิตของครัวเรือน    ผู้จัดทำโครงการได้รณรงค์  ส่งเสริมให้ผู้นำชุมชน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการบริหารหารจัดการชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิดประสิทธิภาพ  มีความรู้  และความเข้าใจ  สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารจัดการชุมชน แก้ไขปัญหาให้           กับชุมชน  และพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้     โดยผู้นำชุมชนได้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง   มาประยุกต์ใช้   ในการบริหารจัดการชาชน   มีการกำหนดระเบียบแบบแผน กฎกติกา และวิถีปฏิบัติที่ฝัง        ไว้ในความเชื่อ และจารีตประเพณี   ของคนในชุมชน   ให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการ ดิน       น้ำ       ป่า และครัวเรือนหรือสังคม   เ พื่อการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน  ดังนี้

              การจัดการดิน  ส่งเสริมให้คนในชุมชนรักษาที่ดินทำกินไว้ ให้คนมีที่ดินทำกิน  หวงแหน      ที่ดินของตนเอง  จะได้ไม่ต้องทิ้งบ้านถิ่นฐาน ไปแสวงบุญต่างแดน  ส่งเสริมให้มีการทำสวนแบบผสมผสาน       การเกษตรทษฤฎีใหม่    ลดการใช้สารเคมีที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และทำให้ดินเสื่อมสภาพ   โดยการส่งเสริม          ให้คนในชุมชนทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ,ปุ๋ยอินทรีย์นำมาใช้ในการเกษตรเพื่อปรับปรุงสภาพดิน  ให้มีคุณภาพที่ดี   ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น   มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น   ต้นทุนการผลิตลดต่ำลง

               การจัดการน้ำ   ชุมชนบ้านท่าตาเสือมีกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ความ      สำคัญกับแหล่งน้ำ    ตระหนักอยู่เสมอว่า  ขาดไฟฟ้า   ขาดน้ำมัน  เรามีชีวิตอยู่ได้     แต่ถ้าชีวิตขาดน้ำเราคงอยู่     ไม่ได้           จากการหวงแหนและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ  โดยการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  การเรียนรู้ และรักษาพื้นที่ป่าโดยจัดการน้ำไห้มีน้ำ  ไว้บนพื้นที่ป่าต้นน้ำ  เก็บน้ำด้วยป่า   ชะลอด้วยฝายต้นน้ำ  ใช้อุปโภคบริโภค   และการเกษตร     ที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2   ตำบล     8 หมู่บ้าน      กว่า 1.000 ครัวเรือน                สายน้ำไม่เคยเหือดแห้งไปจากลำธาร  ใช้หลักการบำบัดเยียวยาธรรมชาติหรือหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ  อยู่คู่ชุมชน   แบบยั่งยืน

                การจัดการป่า  นำหลักการตามพระราชดำรัสการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง     ซึ่งทำให้เกิด      ป่า 3 อย่างได้แก่   ป่าเพื่อให้พออยู่อาศัย    ป่าเพื่อให้พอกิน   ป่าเพื่อให้พอใช้   ประโยชน์นอกจาก อยู่-กิน-ใช้แล้วเกิดความร่มเย็นเกิดความสมดุลของระบบนิเวศ  นำแนวทางดังกล่าว มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำกินให้เป็น  ไร่นาสวนผสม  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในป่าชุมชนและขยายผลสู่เยาวชนเกิดกระบวนการเรียนรู้พฤกษชาติ  พันธ์ไม้และสัตว์ป่านา นา ชนิด  ปัจจุบันป่าต้นน้ำพรุตาอ้ายคงกลายเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบรูณ์   และเป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้พึ่งพาตนเอง

               การจัดการครัวเรือน /สังคม ส่งเสริม สนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ มีปัจจัยที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่ดี  มีอาหาร พลังงาน ปัจจัยการผลิต และองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิถีชาวบ้าน การแบ่งปันและการมีส่วนร่วมของชุมชน และการปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์   นำวิถีพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานแห่งความพอดี  ดังต่อไปนี้

  • ความพอดีทางจิตใจ
    • มีจิตใจเข้มแข็ง  พึ่งตนเองได้
    • มีจิตใจสำนึกที่ดี
    • เอื้ออาทร  ประนีประนอม
    • นึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
  • ความพอดีด้านสังคมและการเรียนรู้
    • ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
    • รู้จักสามัคคี
    • สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน
    • ชุมชนสืบทอดและใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น                                               
    • ครัวเรือนเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน
  • ความพอดีด้านเศรษฐกิจ
    • ลดรายจ่าย  เพิ่มรายได้  ใช้ชีวิตอย่างพอควร ลดละเลิกอบายมุข
    • คิดและวางแผนอย่างรอบคอบ  มีภูมิคุ้มกัน มีการออมทรัพย์ มีการทำอาชีพเสริม
    • ไม่เสี่ยงเกินไป  การเผื่อทางเลือกสำรอง การใช้พลังงานทดแทน
  • ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    • รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสอดคล้องต่อความต้องการและสภาพแวดล้อม
    • พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้าน
    • ขยายผลก่อให้เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก

                             การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนได้  ชุมชนได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคน  ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี    ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ส่งเสริมการการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยการรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำและทวนแผนชุมชนผ่านเวทีประชาคมหมู่บ้านเพื่อร่วมกันคิด และหาแนวทางแก้ไขปัญหาของชุมชน  โดยมุ่งเน้นให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้   มีการกำหนดกิจกรรมที่พึ่งตนเองมากขึ้น มีกิจกรรมพึ่งตนเอง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30    

                                การบริหารจัดการชุมชนแบบมีส่วนร่วม การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองของคนในชุมชน      รวมถึงการพึ่งพาทุนทางสังคมเดิมของชุมชนท่าตาเสือ  คนในชุมชนช่วยกันคิดแผน/กิจกรรม ว่าชุมชนจะ             ทำอะไรด้วยตนเองได้บ้าง   จุดเริ่มเกิดจากคนในชุมชนพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น  ในเรื่องราวต่างๆ

ของคนในชุมชน   พบว่าปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เป็นปัญหาของส่วนรวมทางด้านสังคม  ปัญหา            ปากท้อง   การทำกิน    การพนัน    ป่าไม้ถูกทำลาย     จากข้อมูล เหล่านี้ชุมชนนำมาปรับสู่กระบวนการ

ทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง  บ้านท่าตาเสือ   คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมค้นหาว่าจะทำอย่างไร

จะพึ่งตัวเองได้มากและพึ่งพาภายนอกเท่าที่จำเป็น  ชุมชนช่วยกันหาสาเหตุ และหาทางแก้ไข  ทำให้เกิดการ  เรียนรู้ขึ้นชุมชน  เกิดความรัก ความสามัคดี ชุมชนมีแผนชุมชนพึ่งตนเอง สามารถทำได้และปฏิบัติได้เอง        กว่าร้อยละ 30  กิจกรรม/โครงการที่บรรจุในแผนชุมชนพึ่งตนเองของบ้านท่าตาเสือ 

    แนวคิดการพัฒนาทุนชุมชน  บ้านท่าตาเสือ

                 จุดเริ่มเกิดจากผู้ใหญ่ถนอม  จินดาพรหม  ผู้ใหญ่นักพัฒนาหัวใจอรุรักษ์ มีแนวคิดในการดูแลรักษาป่าผืนนี้ไว้ตั้งแต่สมัยที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาก่อน เพราะอยากอนุรักษ์ป่าผืนนี้ไว้ให้ลูกหลานเราได้เห็น

                   บ้านท่าตาเสือ       มีจุดเน้นของการพัฒนามุ่งที่ให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการดำรงชีวิตของคนในชุมชน  การจัดการกับปัญหาของชุมชน  และรักษ