เจตนาสื่อถึงความจงใจทำลงไปมันมาจากความอยากอย่างใดอย่างหนึ่งในจิตของคนเราที่เรียกว่าตัณหา
บันทึกนี้ต่อจากตอนที่แล้ว...
การศึกษาวิเคราะห์กรรมและขบวนการกรรมในพุทธ
ด้วยประเทศไทยคนส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ วัฒนธรรมของไทยทั้งด้านคติธรรม เนติธรรม วัตถุธรรม และสหธรรม ล้วนมีหลักพุทธธรรมเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น พระมหากษัตริย์ไทยที่ชาวไทยเคารพสูงสุดและยึดถือเป็นมิ่งขวัญเป็นหลักชัยของประเทศชาตินั้น พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะและเอกอัครศาสนูปถัมภ์
ดังนั้นศาสนาพุทธจึงมีพลังอำนาจในจิตใจของชาวไทย...กล่าวโดยรวบยอดพระพุทธศาสนาเสมือนรากเหง้าแห่งความเป็นชาติ และเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาติไทยทั้งทางด้านวัฒนธรรมและการเมือง...สมบูรณ์ สุขสำราญ . ( 2527 : 4 ) . หลักพุทธธรรมมีมากสามารถจำแนกได้หลายหมวดหมู่ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผลและแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างละเอียดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการดำเนินชีวิต
โดยเฉพาะเรื่องกรรมอันเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการแห่งปฏิจจสมุปบาทที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อแยกส่วนออกเป็น 3 วัฏฏะ คือ กิเลส กรรม และวิบาก ซึ่งถือว่าเป็นหลักธรรมสำคัญ
ถามว่า...อะไรเป็นตัวกรรม..? เรื่องนี้...พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เจตนาเป็นตัวกรรมคือตรัสว่า เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ . ซึ่งแปลว่า เรากล่าวเจตนาว่าเป็นตัวกรรม ที่เจตนาเป็นตัวกรรมนี้ ก็เป็นการแสดงอยู่ในตัวแล้วว่า การเคลื่อนไหวหรือการกระทำที่ไร้เจตนานั้น ไม่จัดเป็นกรรม ถ้าอย่างนั้นจะจัดเป็นอะไร ก็จัดเป็นกิริยา...พุทธทาสภิกขุ ( มปป. : 5 ) .
การเคลื่อนไหวที่ไร้เจตนาเช่น กิ่งไม้หักลงมา นี่เป็นการเคลื่อนไหวของสิ่งที่ไร้เจตนา แต่การกระทำนั้นย่อมจะมีผลกระทบกระทั่งสิ่งนั้นสิ่งนี้บ้าง เช่นเราเดินไปเหยียบสัตว์ตัวเล็กแต่ไร้เจตนาก็ไม่จัดว่าเป็นกรรม ความต่างของกรรมและกิริยา คือกิริยาไม่หมายเอากรรมรวมอยู่ด้วย กรรมถือเจตนาเป็นเรื่องใหญ่ แต่กิริยาเป็นเพียงแค่ปฏิกิริยาที่ไร้เจตนา การกระทำกรรมด้วยเจตนามีผลเกิดขึ้นเรียกว่าวิบากกรรม
คำว่าเจตนาสื่อถึงความจงใจทำลงไปมันมาจากความอยากอย่างใดอย่างหนึ่งในจิตของคนเราที่เรียกว่าตัณหา...ตัณหาแปลว่าความอยาก อยากได้หรืออยากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งนี้เรียกว่ากามตัณหา อยากเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้เรียกว่าภวตัณหา อยากไม่ให้เป็นอย่างนั้น อยากไม่ให้เป็นอย่างนี้เรียกว่าวิภวตัณหา...พุทธทาสภิกขุ . ( มปป. : 7 )
สำหรับทางที่ทำกรรม ท่านถือว่าทำได้ทั้งทางกายเรียกว่ากายกรรม ทางวาจาเรียกว่าวจีกรรม และทางใจเรียกว่ามโนกรรม การกระทำทั้ง 3 ทางนี้จัดเป็นกรรมเสมอกันหมด คือมีน้ำหนักเท่ากัน ใครทำดีใครทำชั่วต้องได้รับผลกรรมนั้นโดยยุติธรรมนั้นแล.
บรรณานุกรม
พุทธทาสภิกขุ . ( มปป. ) . กรรมเหนือกรรม . กรุงเทพ ฯ : หจก . ภาพพิมพ์ .