จงเปลี่ยนแปลงถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้ชีวิตและตังตนของเราดีขึ้น
วันนี้ได้อ่านพบการวิเคราะห์หนังสือแปลซึ่งน่าสนใจ ถึงแม้จะไม่ได้อ่านหนังสือฉบับจริง แต่เป็นการบรรยายก็มองเห็นภาพการจะเปลี่ยนผันเป็นมหาเศรษฐีได้ไม่ยาก และผู้เขียนได้สาธยายไว้เยอะมาก แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือหมายเหตุเกี่ยวกับการจัดลำดับของความต่างแต่ละข้อระหว่างคนจนกับมหาเศรษฐีที่ท่านสมาชิกก็น่าจะสนใจเช่นกัน ถ้าไม่นำมาแบ่งปันกันก็ออกจะใจดำไป จึงเลยนำมาให้อ่านกันเผื่อเห็นแนวทางเข้าสู่วิถีมหาเศรษฐีได้ในอีกไม่ช้าไม่นานก็อาจะเป็นได้
อ่านความต่างแต่ละข้อแล้วประมวลนิยามความหมายด้วยตัวเองก็ไม่ยากโดยไม่ต้องไปหาซื้ออ่านให้จนลงไปอีก
ความต่างทั้ง 10 ความต่าง มีดังนี้
ความต่างข้อที่ 1
มหาเศรษฐีคิดไกล คนชั้นกลางคิดใกล้
ความต่างข้อที่ 2
มหาเศรษฐีพูดถึงความคิดริเริ่มใหม่ๆ คนชั้นกลางพูดแต่เรื่องอื่นและคนอื่น
ความต่างข้อที่ 3
มหาเศรษฐีอ้าแขนรับความเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางถูกความเปลี่ยนแปลงคุกคาม
ความต่างข้อที่ 4
มหาเศรษฐีเสี่ยงหลังจากคิดคำนวณ คนชั้นกลางกลัวเสี่ยง
ความต่างข้อที่ 5
คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนนั้นจบที่สถานศึกษา แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโตไม่หยุดยั้ง
ความต่างข้อที่ 6
มหาเศรษฐีทำงานมุ่งหวังผลกำไร คนชั้นกลางตั้งใจทำงานเพื่อค่าแรง
ความต่างข้อที่ 7
มหาเศรษฐีเชื่อว่าเขาต้องเป็นคนใจกว้าง คนชั้นกลางเชื่อว่าเขามีไม่พอเผื่อแผ่
ความต่างข้อที่ 8
มหาเศรษฐีมีแหล่งรายได้หลายทาง คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสอง
ความต่างข้อที่ 9
มหาเศรษฐีมุ่งเพิ่มมูลค่าสุทธิ คนชั้นกลางคิดแต่ขึ้นเงินเดือน
ความต่างข้อที่ 10
มหาเศรษฐีตั้งคำถามที่สร้างพลังใจให้ตัวเอง คนชั้นกลางตั้งคำถามที่บั่นทอนพลังใจตัวเอง
ได้อ่านแล้วคงมีกำลังใจที่จะช่วยสร้างความเป็นจริงให้เกิดในตัวตนของเราเอง ก็น่าจะลองปฏิบัติดู ถ้าเป็นเศรษฐีในวันใดเมื่อใด อย่าลืมแบ่งปันให้มวลสมาชิกให้ได้ทราบกันบ้างก็น่าจะดีไม่น้อยทีเดียว
...........................................................................................
แหล่งที่มาข้อมูล บทความประชาสัมพันธ์ 10 ความต่างสร้างมหาเศรษฐี หนังสือกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 8 กันยายน 2554