ขอเกริ่นนำด้วย บทกลอนสอนศิษย์ (กลอนเพื่อสังคม)
สื่อข้อมูลไม่โปรงใสให้กรองยาก
กรองลำบากซ้อนเร้นเป็นปัญหา
ความเที่ยงตรงฤๅคงเส้นฤๅคงวา
สิ่งควรค่าเห็นผิดคิดเอนเอียง
ยิ่งใจเราฝักใฝ่ใครอีกข้าง
จิตจะวางทางธรรมไม่ตรงเที่ยง
ใส่เสริมความเบนถ้อยที่ร้อยเรียง
ควรจะเลี่ยงการวิจารณ์พานผิดไป
ยิ่งฝ่ายเหล่าผู้เฒ่าเหล่าเมธา
ถ้อยวาจาคิดเขียนคนเลื่อมใส
ความคิดเห็นต้องเที่ยงธรรมประจำใจ
บ้านเมืองไทยไปรอดมิวอดวาย
หากเสแสร้งแต่งเติมเพิ่มสิ่งผิด
เป็นภัยพิษต่อชาติสุดคาดหมาย
ดิ่งนรกตกสวรรค์เร่งวันตาย
ชาติมลายสูญสิ้นแผ่นดินทอง
ข่าวสารสื่อถือสัจจะไร้อสัตย์
เป็นบรรทัดคุณธรรมไม่ดำหมอง
เสริมสิ่งดีสร้างสรรค์เป็นครรลอง
ช่วยประคองคุณธรรมหลักค้ำจุน
ผลประโยชน์บังตาพาวายวอด
ชาติไม่รอดชาติตายไม่วายวุ่น
ข้อคิดเขียนไร้ราคีมีค่าคุณ
เพิ่มพูนทุนหนุนค้ำนำชาติพัฒน์
ทำสิ่งใดไม่แยกข้างบ่างช่างยุ
มุ่งบรรลุจุดหมายที่ไร้สัตย์
ไม่คำนึงถึงชาติเพื่อราษฎร์รัฐ
ภัยพิบัติใหญ่หลวงต่อปวงชน
จงร่วมใจไทยทั้งผองเป็นน้องพี่
สามัคคีกันเถิดประเสริฐล้น
นึกถึงเพื่อนเผ่าพันธุ์สำคัญตน
ค่าของคนเทียบเท่าจงเข้าใจ
"ธรรม" ทุกอย่าง ทุกเรื่องต้องยึด "ธรรม" เมื่อไม่ยึด ธรรม ก็มีแต่ความวุ่นวาย
เดี๋ยวนี้ธรรมะหนีห่างจากจิตใจคนไปทุกวัน คนที่เคยมีธรรมะ กลับไม่มีธรรมะ ฉะนั้นคนที่จะเสริมธรรมะ เดินเข้าหาธรรมะจึงมีน้อยลงทุกที ยิ่งสภาพแวดล้อมรอบตัวเราหาความเป็นธรรมยากเท่าไร ก็ย่อมจะทำให้เด็กทุกคน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งต่างวิ่งห่างไกลธรรมไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันได้รับรสธรรมะ และนั้นไม่มีวันที่จะมีความสันติสุขในสังคมมนุษย์
สื่อสารมวลชนปัจจุบันกำลังขาดธรรม และยิ่งนับวันจะทวีขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากสังคมนิยมวัตถุมันแก่ตัว สังคมแบบนี้ สังคมตามแนวนี้เป็นสังคมที่เห็นแก่ผลประโยชน์ฝ่ายตน เห็นแก่ประโยชน์พวกตน เมื่อมีผลประโยชน์ตัวธรรมย่อมเสื่อมลงเป็นธรรมดา จึงมีการแย่งชิงกันอย่างไม่อายต่อบาป เพราะพวกขาดธรรม จะไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ หรือรู้แต่ไม่นำมาปฏิบัติ ทั้งนี้เพราะกลัวผลประโยชน์จะไม่ได้กับตัวนั่นเอง แน่นอนเมื่อแย่งชิงกันก็ต้องมีฝ่ายมีพวก สื่อซึ่งเป็นฝีมือของมนุษย์ สื่อเป็นการปฏิบัติการของมนุษย์ คนที่ทำสื่ออยู่กับฝ่ายผลประโยชน์ด้วยเมื่อใด แน่นอนที่สุดความเอนเอียงย่อมมีแน่นอน หากคนที่ทำสื่อไม่อยู่กับผลประโยชน์ฝ่ายใด แน่นอนที่สุดย่อมเป็นสื่อที่มีธรรม ผู้ทำสื่ออย่างหลังนี้ที่สังคมต้องการ
สื่อที่เป็นธรรมจะช่วยนำชาติบ้านเมืองสงบสุข สื่อที่ไม่เป็นธรรมจะนำชาติบ้านเมืองยิ่งไร้ซึ่งสันติสุข สังคมนิยมวัตถุเป็นสังคมที่วุ่นวายหาความสงบสุข หาความสันติสุขอย่างแท้จริงไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งสื่อไม่เป็นกลาง ไร้ธรรม ก็ยิ่งสร้างความแตกแยกระหว่างกลุ่มผลประโยชน์กันมากขึ้นเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งไร้สันติสุขเป็นทวีคูณ อย่างที่เห็นชัดเจนอยู่ในสังคมปัจจุบัน (ปี 2549 เมืองไทยเกิดรัฐประหาร)
ปัจจุบันสื่อนั้นมีมากมาย หนังสื่อพิมพ์ หนังสือทั่ว ๆ ไป โทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เนต หากผู้มีโอกาส มีอำนาจที่จะใช้สื่อเหล่านี้โดยการให้ข้อมูลที่บิดเบือน ไม่โปร่งใสเสียแล้ว ผู้บริโภคที่ไม่ได้กลั่นกรอง ได้คิดวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นย่อมมีอันตรายในการตัดสินใจ เพราะตัดสินใจไปผิด ๆ ตามที่ได้รับข้อมูลจากสื่อนั้น ๆ ด้วย ยิ่งผู้ให้ข้อมูลทางสื่อเหล่านี้ เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือในสังคมด้วยแล้ว ผู้บริโภคข้อมูลทั้งหลายคงไม่เคลือบแคลงใด ๆ ทั้งสิ้น นี่แหละที่ว่า "สื่อไม่เป็นธรรมนำชาติล่มจม"
คงจะแสดงความคิดไว้สั้น ๆ แค่นี้ เพราะเห็นว่าบทกลอนที่นำเกริ่นเรื่องมาก่อนหน้านี้ มีความสมบูรณ์อยู่ในตัวพอสมควร
นี่มาชี้นำให้เห็นสภาพความเป็นจริงของสังคมนิยมวัตถุ และจากที่ได้แสดงข้อคิดข้อเขียนจากหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ บทที่นำเสนอไว้ หลายคนอาจจะเริ่มนึกถึง "ธัมมิกสังคมนิยม" เริ่มนึกถึง "พระศรีอาริย์" และนึกถึง "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก" ขอได้เป็นอย่างที่ผู้เขียนได้คิดไว้เถิด "สาธุ"
หากท่านสนใจเรื่องอื่น กรุณาคลิก http://www.nature-dhrama.com
สวัสดีค่ะคุณครู
มาติดตามอ่านบทกลอน เปี่ยมความหมาย
หากคุณครูเปลี่ยนตัวอักษรสีดำ จะอ่านชัดและง่ายขึ้น
ขอบพระคุณเจ้า
ขอบคุณ คุณ Poo อย่างยิ่งครับ