การจัดการความรู้จังหวัดชุมพร
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔
ประเด็นยุทธศาสตร์ : พัฒนาระบบการตลาดและสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ
เกษตรกรต้นแบบ
การรับรองมาตรฐาน GAP
สำนักงานเกษตรอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

ข้อมูลเกษตรกรเจ้าของแปลง
ชื่อ-สกุล นายสิทธิพงษ์ อรุณรักษ์ อายุ ๕๑ ปี
ที่อยู่ ๔๔ หมู่ ๗ ตำบลท่ามะพลา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๓ ๘๖๐๔ ๐๐๒๐๒ ๗๓ ๒
ชนิดพืชที่ผ่านการรับรอง Gap มังคุด
ขนาดพื้นที่ปลูก ๑๕ ไร่
ประวัติและประสบการณ์ของเกษตรกรในการทำการเกษตรตามระบบส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน GAP
ได้ทำการเกษตรมาแล้วประมาณ ๒๐ กว่าปี มีการปลูกพืชที่ใช้ระบบสมัยใหม่ ปลูกเป็นแถวเป็นแนว ปลูกพืชผสมผสาน เพื่อจะได้ไม่ประสบปัญหาความเสี่ยงในกรณีที่ดินฟ้าอากาศและสภาพแวดล้อมไม่อำนวยต่อพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีอีก ๒ – ๓ ชนิด สามารถให้ผลผลิตได้ ใช้ระบบสปริงเกอร์แบบชั่วคราวติดลอยบนพื้นดิน
รวมกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมังคุดเพื่อการส่งออกตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมาทำหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการกลุ่มฯ ฝ่ายคัดคุณภาพเพื่อแก้ปัญหาราคามังคุดตกต่ำ เป็นผู้ประสานงานระหว่างคณะกรรมการกลุ่มฯ และพ่อค้าผู้ส่งออกทั้งภายในและต่างประเทศโดยตรง และได้จัดทำตลาดประมูลมังคุด รณรงค์ให้สมาชิกกลุ่มมังคุดเก็บเกี่ยวกับเครื่องมือการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องและเหมาะสม
ปีพ.ศ. ๒๕๔๗ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน GAP มังคุด ได้รับการอบรมจากหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร และได้เข้ารับการอบรมเป็น GAP อาสา (มังคุด) ของจังหวัดชุมพรมาจนถึงปัจจุบันนี้ ได้ปฏิบัติตามระบบ GAP พืชมาตลอด เช่น
แหล่งน้ำที่ใช้เพื่อการเกษตรไม่มีสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำใช้น้ำประปา ส่วนพื้นที่ปลูกมังคุดเป็นที่ราบไม่มีวัตถุอันตรายและจุลินทรีย์ ไม่มีสารพิษตกค้างในดิน การใช้สารเคมีใช้ตามเกณฑ์มาตรฐาน GAP ตามคำแนะนำหรืออ้างอิงตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร หรือตามฉลากที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรและใช้สารเคมีให้สอดคล้องกับรายการสารเคมีที่ประเทศคู่ค้าอนุญาตให้ใช้และใช้สารเคมีจำกัดศัตรูพืชก่อนเก็บเกี่ยวตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในฉลากเท่านั้น
การจัดเก็บสารเคมีไว้ในที่ปลอดภัยป้องกันแดดและฝนมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เก็บสารเคมีไว้ใกล้ที่พักและสถานที่ประกอบอาหารหรือบริเวณที่มีน้ำไหลผ่าน
การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลง สถานที่เก็บรักษาต้องสะอาด อากาศถ่ายเทได้ดีและสามารถป้องกันการปนเปื้อนจากวัตถุแปลกปลอม วัตถุอันตรายและสัตว์พาหะนำโรค อุปกรณ์และพาหนะในการขนย้ายต้องสะอาดปราศจากการปนเปื้อนสิ่งอันตรายที่มีผลต่อความปลอดภัยในการบริโภค และต้องขนย้ายผลิตผลอย่างระมัดระวัง
มีการจดบันทึกข้อมูลการผลิต ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร และบันทึกข้อมูลการจัดการเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ การผลิตให้ปลอดจากศัตรูพืชเข้าทำลายมีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เมื่อตรวจพบความเสียหายระดับเศรษฐกิจ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ต้องไม่มีศัตรูพืชติดอยู่ ถ้าพบต้องคัดแยกไว้ต่างหาก
การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพในการเก็บเกี่ยวและปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว ดังนี้
- การใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยว ใช้ตะกร้อผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผลผลิตช้ำ
- มีวัสดุปูรองพื้นในบริเวณที่พักผลผลิตที่เก็บเกี่ยวในแปลง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สิ่งปฏิกูล เศษดิน และสิ่งสกปรกจากพื้นดิน
- ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุและการขนส่งผลผลิตต้องแยกต่างหากจากภาชนะที่ใช้ในการขนย้าย หรือขนส่งสารเคมี ปุ๋ย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีและจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อการบริโภค
- ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุขั้นต้นเพื่อการขนถ่ายภายในแปลงไปยังพื้นที่คัดแยกบรรจุ ต้องเหมาะสมมีรูปแบบภาชนะ มีวัสดุกรุภายในภาชนะเพื่อป้องกันการกระแทกเสียดสี
- การจัดวางผลิตผลในบริเวณที่พักผลิตผลที่เก็บเกี่ยวในแปลง ต้องเหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละพืชเพื่อป้องกันคราบปนเปื้อนจากน้ำยางไหล หรือรอยแผลที่เกิดจากการขูดขีด หรือกระแทกกัน รวมทั้งปัญหาการเสื่อมสภาพของผลิตผลอันเนื่องมาจากความร้อนและแสงแดด และการเคลื่อนย้ายผลิตผลภายในแปลงควรปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง
- การควบคุมการคละปนของผลิตผลด้อยคุณภาพ ต้องมีกระบวนการคัดแยกให้ได้ผลิตผลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่พึงพอใจของคู่ค้าและผู้บริโภค
องค์ความรู้ที่เกษตรกรใช้ในการทำการเกษตรตามระบบ GAP
๑. แหล่งน้ำ
น้ำที่ใช้ต้องไม่ปนเปื้อนสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งในแปลงที่ใช้นั้นเป็นน้ำบ่อบาดาล ความลึกของบ่อ ๒๐ เมตร (บาดาลน้ำตื้น)
๒. พื้นที่ปลูก
เป็นพื้นที่ที่ไม่มีความเสี่ยงเนื่องจากสารเคมี วัตถุอันตราย และจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อนใด ๆ ซึ่งในแปลงมังคุดนั้นไม่เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานหรือบ่อน้ำเสียใด ๆ มาก่อน
๓. การใช้วัตถุอันตรายในการทำการเกษตร
การใช้วัตถุอันตรายในสวน ใช้วัตถุที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรและไม่ใช้วัตถุอันตรายที่ประกาศห้ามใช้ ลักษณะการใช้ตามคำแนะนำในฉลากวัตถุอันตราย หรืออ้างอิงแนะนำของกรมวิชาการเกษตร สำคัญคือต้องถูกต้องและปลอดภัยเท่านั้น
๔. การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลง
สถานที่เก็บรักษาผลผลิตต้องสะอาด อุปกรณ์และพาหะในการขนย้ายผลผลิตต้องถูกสุขลักษณะสะอาด ไม่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนวัตถุอันตราย ศัตรูพืชและพาหะนำโรค และการขนย้ายต้องทำอย่างระมัดระวัง
๕. การบันทึกข้อมูล
มีการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ครบถ้วน เช่น การใช้วัตถุอันตรายในการผลิตพืชตามข้อกำหนดของ GAP มีการจดบันทึกโรคและแมลงศัตรูพืชแต่ละช่วงของการเจริญเติบโตของพืช มีการจดบันทึกการจัดการเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
๖. การผลิตให้ปลอดจากศัตรูพืช
มีการสำรวจการเข้าทำลายของศัตรูพืชทุกชนิดและมีการป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยทำตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร มีการคัดแยกผลผลิตที่ปนเปื้อนแมลงศัตรูพืชออกจากกันโดยชัดเจน
๗. การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพ
มีการควบคุมและจัดการขบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มแตกตาดอกจนกระทั่งถึงเวลาเก็บเกี่ยว หลังจากนั้นมีการคัดแยกขนาด (แยกเกรด) ทั้งที่ได้คุณภาพและด้อยคุณภาพออกจากกัน
๘. การเก็บเกี่ยวและปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
การเก็บเกี่ยวต้องทำให้ถูกวิธีและเลือกเก็บเกี่ยววิธีที่สะดวกที่สุดและปลอดภัยที่สุด อุปกรณ์การเก็บเกี่ยวต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ภาชนะที่บรรจุต้องสะอาดและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผลผลิตและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
๙. หลังได้รับใบรับรองมาตรฐาน GAP มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ผู้บริโภคมีความมั่นใจในตัวสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน GAP มากขึ้น ผู้รับบริการจากกลุ่ม GAP มีความต้องการผลผลิตเพิ่มขึ้น สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
๑๐. ระบบ GAP ดีอย่างไรในความรู้สึกของเกษตรกร
มีผลดีคือการผลิตอาหารสำหรับคนทุกคนมีความปลอดภัยและไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และอาหารทุกตัวมีความปลอดภัยมั่นคง ยั่งยืนต่อสุขภาพและชีวิต ถ้าทุกคนผลิตตามระบบ GAP จะทำให้มีสุขภาพดีทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
๑๑. ท่านได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรรายอื่นอย่างไรบ้าง
มีการแลกเปลี่ยนและพูดคุยกันในเรื่องการใช้สารเคมี บางชนิดมีการต้องห้ามหรือไม่ และอัตราการใช้สารเคมีต้องตามฉลากของกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น และการป้องกันในการใช้สารเคมีป้องกันตัวเราอย่างไร จะลดการใช้สารเคมีลงได้หรือไม่ เราน่าจะหันมาใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีดีกว่า



เยี่ยมไปเลยครับ