GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตแพทย์พอเพียง ของ ศ.นพ. ธีระ ทองสง (๒)

การมั่งมีสมบัติมิได้หมายถึงความร่ำรวยที่แท้จริง แต่ความรู้จักพอจนให้ได้หมายถึงความร่ำรวยจริงแท้

         ต่อจากบันทึกก่อน ..  อาจารย์ธีระ บอกว่าให้เรามีชีวิตอย่างมีคุณค่า  ให้นึกถึงว่าโอกาสเป็นของเรา  เราผู้มีโอกาสในสังคม เป็นโอกาสของผู้ให้  ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เป็นครู  และจงเก็บเกี่ยวความสุขจากการเป็นผู้ให้ เมื่อถึงชั่วโมงของเลคเชอร์ ก็ให้คิดว่า “นี่คือชั่วโมงแห่งวีรกรรม”  ซึ่งคงเช่นเดียวกับเวลาที่แพทย์ออกตรวจคนไข้ แล้วเราจะพบกับความสุขกับการให้ ในทุกๆ เวลาที่เราทำงาน  อาจารย์บอกว่า จริงๆ แล้ว เราต้องขอบคุณนักเรียนเสียด้วยซ้ำ หรือแพทย์ก็ต้องขอบคุณคนไข้ เพราะพวกเขาทำให้เราได้เรียนรู้ ทำให้เรามีโอกาสมีชีวิตอย่างมีคุณค่า

อาจารย์ทิ้งท้ายในบทความตอน วิถีครู ว่า
      ทำใจเถิดครับว่า ชั่วโมงต่อไปนี้ คือเวลาสำคัญของชีวิตที่ครูรอคอยด้วยความหวังว่า นี่คือโอกาสของการสร้างสิ่งสวยงามในชีวิตครูและนักศึกษา มันเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากครับถ้าอีกชั่วโมงผ่านพ้นไปโดยเราไม่ได้รับความรู้สึกว่า ปิติใจจากความเป็นผู้ให้  สอนด้วยเมตตาครับ คลาสเรียน คือห้องแห่งความกรุณา ห้องแห่งการให้ความรู้มิใช่อวดความรู้ นักเรียนต้องการกัลยาณมิตรในห้องเรียน ไม่ใช่นักวิชาการที่ห่างเหินกันในความรู้สึก

ต่อไปเป็นบทความต่อจากบันทึกที่แล้วค่ะ

คิดด้วยหัวใจครู
          ตลอดเวลาอันยาวนานของการเป็นครูที่เหนื่อยยาก ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ อาจไม่ให้อะไรแก่ครูเลย นอกจากประวัติศาสตร์ชีวิตที่สวยงาม ครูต้องเป็นแม่พิมพ์เสมอ หมายถึงแม่พิมพ์ หรือ role model อันเป็นความหมายของการมีชีวิต ที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงินหมื่นเงินแสน เมื่ออาจารย์ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตมาเป็นครูแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูต้องตระหนักว่าความสำเร็จของการมีชีวิตคือการเบิกบานแจ่มใส สุขใจ ปิติใจ ไม่ใช่เงินทอง ถ้าครูมัวแต่แสวงหารายได้  สอนพิเศษ  อาชีพขายตรงนอกเวลา มิสทีน แอมเวย์ กิฟฟารีน ฯลฯ ยากที่ครูจะประสบความสำเร็จในชีวิตครู ครูควรเป็นผู้ที่ร่ำรวย  แต่ความร่ำรวยในที่นี้หมายถึงมีมากจนเพียงพอ เท่าไหร่ครับถึงจะพอ การมั่งมีสมบัติมิได้หมายถึงความร่ำรวยที่แท้จริง แต่ความรู้จักพอจนให้ได้หมายถึงความร่ำรวยจริงแท้ ครูหลายคน ที่ผมเห็นมา อาจารย์ในมหาวิทยาลัย  อาจารย์หมอที่หารายได้พิเศษวิ่งรับจ๊อบมากมาย  หลายปีมานี้มั่งคั่งขึ้น  อาศัยอยู่ในอัครสถานดุจเพียงเวียงวัง หลากล้นด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก มีเบนซ์ขับ มีโทรศัพท์ติดตัว หรูหรา นั่นอาจเป็นสิทธิ์ของท่าน แต่กระผมเพียงไม่อยากให้ครูทั้งหลายใฝ่ฝันที่จะเป็นเช่นนั้น  เชื่อเถอะครับเพื่อนครูทั้งหลาย  ภาพลักษณ์เหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องสันนิษฐานว่าน่าจะนำมาซึ่งความสุขเท่านั้น   แต่ประวัติศาสตร์ได้บอกเรามากมายว่าคนมีเงินมากที่สุดไม่ได้แปลว่ามีความสุขที่สุด  ในชีวิตนี้มีความสุขอีกมากมายที่มนุษย์เก็บเกี่ยวได้โดยไม่ต้องใช้เงินทอง  ก็ความสุขจากการให้นั่นแหละครับ  คนที่โชคดีที่สุดมิใช่คนที่สามารถมีอะไรได้มากมาย แต่คือคนที่สามารถให้อะไรได้มากมาย   ในโลกวันนี้มีคนไม่น้อยที่ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ขาดความสามารถในการให้ และตรงกันข้ามผู้คนอีกมากมายที่พออยู่พอกินแต่มีความสามารถในการให้สูงมาก  วันนี้ที่เราตื่นเช้าขึ้นมาแล้วถามหาความสวยงามในชีวิต เมื่อเราเดินทางไปที่ทำงานเราจะพบว่ามีโอกาสของการให้ผ่านเข้ามามากมายซึ่งเรามักจะละเลยเสีย ไม่ว่าจะเป็นการให้รอยยิ้มจริงใจ คำพูดดีๆ การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ คะแนะนำดีๆ แก่ใครบางคน ไม่ต้องมีเงินมากหรอกครับเราก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ชีวิตที่สวยงามได้แน่นอน มันอยู่ที่วิธีความคิดในวันนี้

            .............................................................................  

        บันทึกหน้าจะเป็นบทสุดท้ายของบทความ เรื่อง เข็มมุ่งการศึกษา ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุดมศึกษา โดยเฉพาะผู้บริหารควรที่จะได้อ่านอย่างยิ่ง

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45762
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

ความสำเร็จของการมีชีวิตคือการเบิกบานแจ่มใส สุขใจ ปิติใจ ไม่ใช่เงินทอง

กะปุ๋มชอบประโยคนี้มากเลยคะ...

และกำลังฝึกฝนตน...จิตให้มีความเบิกบานแจ่มใจคะ...

...

ขอบพระคุณมากนะคะ...

กะปุ๋ม

เป็นกำลังใจให้แพทย์ทุกคนค่ะ ขอให้คิดถึงแผ่นดินและเพื่อประชาชนทุกชนชั้นเสมอกัน เอาใจช่วยนะคะ

  • ขอบคุณคุณหมอมากครับ
  • ผมพลาดเรื่องดีๆๆ
  • แบบนี้ได้ได้อย่างไร

ดีใจที่อ.ขจิตได้อ่านค่ะ ว่าแต่หาเจอได้ยังไงคะ